"คุณจะกดยกเลิกจดหมายลาออกฉบับนั้น หรือจะให้ผมฉีกทิ้งต่อหน้าคุณตอนนี้ เลือกเอา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาตามแบบฉบับเจ้าตัวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของอาคาร ทัพพ์ยืนพิงโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ มือหนากอดอก ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังยืนกอดแฟ้มเอกสารแน่นด้วยแววตาท้าทาย
รินรดาแค่นยิ้ม เธอขยับแว่นสายตาพลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "คุณทัพพ์คะ... การลาออกเป็นสิทธิส่วนบุคคล และที่สำคัญคือ ดิฉันส่งอีเมลอนุมัติถึงฝ่ายบุคคลเรียบร้อยแล้ว กฎก็คือกฎ หรือบริษัทระดับมหาชนของคุณกำลังจะบอกว่ากฎมีไว้ให้คนอื่นแหก แต่เจ้าของบริษัทมีไว้เพื่อใช้อารมณ์ตัดสินกันแน่คะ?"
ทัพพ์ขยับกายออกจากการพิงโต๊ะ ก้าวขายาวๆ เข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดผนังห้อง กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดเย็นเยียบของเขาทำให้ลมหายใจเธอสะดุด ความกดดันจากศัตรูทางธุรกิจอย่างคีย์ที่พยายามขุดคุ้ยเรื่องของทั้งคู่เมื่อสัปดาห์ก่อนถูกปัดเป่าหายไป เหลือเพียงความใกล้ชิดที่บีบคั้นหัวใจ
"กฎน่ะมันมีไว้สำหรับลูกจ้างทั่วไป" เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ "แต่รินรดา... คุณไม่ใช่พนักงานทั่วไป คุณคือข้อยกเว้นของทุกกฎในชีวิตผม"
"คำคมสวยหรูแบบนี้ไปเอามาจากไหนคะ?" รินรดายังคงทำตัวเป็นกำแพงน้ำแข็ง แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ "ถ้าข้อยกเว้นที่ว่าหมายถึงการถูกใช้งานหนักจนไม่มีวันหยุด ผมว่าเราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง"
"งั้นเรามาคุยเรื่องใหม่" ทัพพ์ควักกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าสูท เขาไม่ได้คุกเข่าลงกับพื้น แต่เขากลับหยิบแหวนเพชรเม็ดเล็กที่ดูเรียบหรูแต่อันทรงพลังออกมาด้วยสายตาที่จริงจังเกินกว่าที่ใครจะกล้าปฏิเสธ "ผมไม่ได้จะจ้างคุณให้มาทำหน้าที่เลขาส่วนตัวแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว"
รินรดาชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลง "หมายความว่ายังไงคะ?"
"ผมจะจ้างคุณให้เป็นเลขาส่วนตัว... ตลอดชีวิต" ทัพพ์พูดออกมานิ่งๆ แม้จะดูเหมือนประโยคคำสั่ง แต่น้ำเสียงนั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความประหม่าที่หาได้ยากจากชายผู้มั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว "ไม่มีวันลาออก ไม่มีวันเกษียณ และไม่มีวันไปทำงานให้ใครนอกจากผม รินรดา... แต่งงานกับผมเถอะนะครับ"
บรรยากาศในห้องดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ เสียงแอร์ที่เคยเงียบเชียบกลับกลายเป็นเสียงก้องในโสตประสาท รินรดาเม้มปากแน่น ความปากเก่งที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความตื้นตันที่เอ่อล้นอยู่ในอก เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คนหวานซึ้ง ไม่ใช่พระเอกนิยายที่จะคุกเข่าพร่ำเพ้อเรื่องความรัก แต่คำพูดที่ว่า 'เลขาส่วนตัวตลอดชีวิต' คือคำสัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่คนอย่างทัพพ์จะมอบให้ใครได้
"ถ้าแต่งงานแล้ว... ฉันก็มีสิทธิ์สั่งงานคุณคืนบ้างใช่ไหมคะ?" รินรดาถามเสียงสั่น แววตาซุกซนกลับมาอีกครั้งแม้จะมีหยดน้ำตาแห่งความสุขคลอหน่วย
ทัพพ์ยักไหล่ มุมปากหยักยิ้มเล็กน้อยอย่างยอมจำนน "ถ้ามันจะทำให้คุณเลิกคิดเรื่องลาออกได้... ต่อให้สั่งให้ผมไปถือกระเป๋าเดินตามคุณทั้งวัน ผมก็จะทำ"
เขาสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างนุ่มนวล ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดแน่น อ้อมกอดนี้ไม่ใช่แค่อ้อมกอดของเจ้านายกับลูกน้อง แต่เป็นอ้อมกอดของชายหญิงที่ผ่านพ้นสมรภูมิชีวิตมาด้วยกันจนเข้าใจหัวใจของกันและกัน
คีย์ที่เคยเป็นหนามยอกอกก็เป็นเพียงอดีตที่แพ้พ่ายต่อความมั่นคงของทั้งคู่ ไม่มีใครสามารถทำลายความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นจากความไว้วางใจและการสนับสนุนกันได้ ทัพพ์กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้ในชีวิต
"ขอบคุณที่อยู่ข้างกันมาตลอด... และขอบคุณที่ตัดสินใจไม่เดินจากผมไปไหน"
รินรดายกมือขึ้นโอบรอบคอเขา "ตกลงค่ะ... คุณทัพพ์ เลขาส่วนตัวคนนี้จะอยู่กำราบคุณไปจนวันตายเลย"
แสงไฟในออฟฟิศเริ่มสลัวลงเมื่อถึงเวลาเลิกงาน แต่ทว่าเรื่องราวของเลขาสาวหน้าตายกับชายหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในฐานะครอบครัว... ฐานะที่ไม่มีวันลาออกได้ตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาจนถึงตอนนี้นะครับ
- ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ -
คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก•ตอนที่ 30
เลขาส่วนตัว(ตลอดไป)
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับเลขาหน้าตายที่อยากลาออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!