กลิ่นอับของแฟ้มคดีกระดาษสาเก่าเก็บคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนเป็นไขบนโต๊ะทำงานไม้สักทึบ แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากเพดานสำนักงานสืบสวนคดีพิเศษเขต 7 ส่งเสียงฮัมต่ำๆ น่ารำคาญในความเงียบยามวิกาล ธามไม่เคยใส่ใจกับบรรยากาศชวนหดหู่เหล่านี้ สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาของเขาคือภาพถ่ายหน้างานอาชญากรรมบนโต๊ะ
ภาพนั้นถูกมองข้ามอย่างจงใจโดยกรมตำรวจนครบาล พวกเขาปิดแฟ้มคดีนี้ด้วยข้ออ้างไร้สาระว่า "อุบัติเหตุจากการเมาสุราพลัดตกจากที่สูง"
แต่นักสืบผู้ผ่านสนามรบทางจิตวิทยามาโชกโชนอย่างธามรู้ดีว่า รอยขีดข่วนสามขีดบริเวณวงกบหน้าต่างอลูมิเนียม ห่างจากพื้นห้องพักอพาร์ตเมนต์สี่เมตรครึ่ง ไม่ใช่ร่องรอยของการเสียหลักล้ม มันคือร่องรอยของ "การคز-คำนวณ" แรงเหวี่ยงด้วยชะแลงเหล็กขนาดสี่หุน ทิศทางของรอยขูดขีดทำมุมสี่สิบห้าองศาพอดีกับจุดศูนย์ถ่วงของมนุษย์—นี่คือฆาตกรรมอำพรางโดยมืออาชีพที่จงใจจัดฉากตบตาเจ้าหน้าที่รัฐผู้แสนจะละเลยหน้าที่
"คุณกำลังใช้สายตาคู่เดิมวิเคราะห์ศพที่ไร้ลมหายใจไปแล้วสามสัปดาห์ด้วยสมมติฐานเดิมๆ อยู่นะครับ คุณธาม"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ริน ก้าวเท้าพ้นจากเงาของชั้นหนังสือเหล็กสูงท่วมหัว เธอยืนกอดอก สวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีเทาเข้มรับกับบรรยากาศภายนอกที่ฝนกำลังตั้งเค้า ดวงตาคมปลาวาฬคู่นั้นพิจารณาธามราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เปิดค้างไว้ หน้าจอแท็บเล็ตในมือของเธอแสดงผลการจำลองโครงสร้างกายวิภาคและวิถีโค้งของวัตถุ 3 มิติ ซึ่งตรงกับสมมติฐานในหัวของธามอย่างไร้ที่ติ
"ถ้าผมไม่ทำ แล้วใครจะทำล่ะครับ ริน" ธามเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น "กรมตำรวจมีหน้าที่ปิดคดีให้ตัวเลขสถิติอาชญากรรมดูสวยหรูบนกระดาษ แต่หน้าที่ของผมคือการค้นหาความจริงที่ถูกกวาดซุกไว้ใต้พรม"
รินเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์ลอยละลิ่วเข้ามาแตะจมูก ขัดแย้งกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่เธอมักพกติดตัวมาจากห้องชันสูตร เธอยื่นแฟ้มเอกสารลับอีกฉบับหนึ่งลงทับบนกองกระดาษคดีเก่า แฟ้มสีดำสนิทไม่มีตราประทับใดๆ นอกจากรหัสตัวเลขสามหลัก
"คุณไม่ได้กำลังสู้กับแค่ตำรวจขี้เกียจหรอกนะครับ ธาม... สิ่งที่คุณกำลังขุดคุ้ย มันไปสะกิดหางเสือขององค์กรใต้ดินที่ควบคุมเครือข่ายฟอกเงินครึ่งค่อนเมืองนี้เข้าแล้ว" รินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธาม ราวกับต้องการทดสอบความมั่นคงทางจิตใจของชายหนุ่ม "และเบาะแสที่คุณถืออยู่ในมือตอนนี้ ไม่ใช่แค่รอยขีดข่วนบนหน้าต่าง แต่มันคือบัตรเชิญไปงานศพของตัวคุณเอง"
ธามไม่สะดุ้งสะเทือน เขากลับคลี่ยิ้มจางๆ มุมปาก เป็นรอยยิ้มเยдяสوยที่มักปรากฏขึ้นทุกครั้งเมื่อเขาพบความท้าทายที่คู่ควร นิ้วเรียวยาวหยิบภาพถ่ายชิ้นหนึ่งขึ้นมาส่องใต้แสงไฟสว่างจ้า บริเวณมุมล่างขวาของภาพถ่ายหน้าต่างบานนั้น มีรอยเปื้อนจางๆ ของคราบน้ำมันเครื่องผสมกราไฟต์—สารหล่อลื่นชนิดพิเศษที่ใช้เฉพาะกับกลไกของลิฟต์ขนส่งสินค้าในเขตก่อสร้างรกร้างย่านท่าเรือหมายเลข 4 เท่านั้น
ระบบวิเคราะห์ข้อมูลส่วนตัวในสมองของธามเริ่มประมวลผลทันที โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ของเมืองสีเทาแห่งนี้เชื่อมโยงกันด้วยอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินและเส้นทางขนส่งสินค้านอกกฎหมาย การจะเดินทางจากจุดเกิดเหตุไปยังท่าเรือโดยไม่ผ่านกล้องวงจรปิดของรัฐ มีเพียงทางเดียวคือการใช้เครือข่ายท่อระบายน้ำเก่าของเทศบาล
"ท่าเรือหมายเลข 4..." ธามพึมพำเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาริน "ดูเหมือนเรามีนัดต้องไปเยือนสถานที่อับชื้นกันเสียแล้วล่ะครับ"
รินถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนน เธอรู้จักนิสัยดื้อรั้นของอดีตนักสืบผู้นี้ดี เมื่อเขาปักใจเชื่ออะไรแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจเปลี่ยนใจได้ มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบกุญแจรถยนต์บนโต๊ะโยนให้ธามอย่างรู้ใจ
"ฉันเตรียมอุปกรณ์สะกดรอยและเครื่องตรวจจับคลื่นความถี่วิทยุไว้ในรถแล้วครับ อย่าคิดว่าจะแอบไปคนเดียวเด็ดขาด เพราะถ้าคุณตายคาอุโมงค์ระบายน้ำ ฉันคงไม่มีข้ออ้างในการปฏิเสธการเป็นจิตแพทย์ให้คุณอีกต่อไป"
ทั้งสองคนก้าวออกจากห้องทำงานด้วยฝีเท้าที่มั่น and เงียบเชียบ บรรยากาศรอบตัวถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ความมืดมิดของยามวิกาลกลืนกินร่างของพวกเขาทีละน้อยขณะที่เดินลงสู่ลานจอดรถใต้ดิน
ทว่า ในขณะที่ธามกำลังจะเอื้อมมือเปิดประตูรถยนต์คันเก่า เสียงแจ้งเตือนจากระบบสื่อสารฉุกเฉินที่ถูกซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตก็ดังขึ้น—*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
หน้าจอขนาดจิ๋วสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน:
*[ระบบตรวจพบการเข้าถึง IP Address ของคุณจากภายนอก...
คำเตือน: คุณกำลังถูกเฝ้าระวังโดยเป้าหมายระดับ SSS
สถานะปัจจุบัน: บุคคลปริศนากำลังยืนอยู่ด้านหลังคุณในระยะ 3 เมตร]*
ธามชะงักกึก กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในหัว เขายังไม่ทันได้หันกลับไปมอง รินที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พร้อมกับส่งสัญญาณมือเตือนสุดขีด
ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงรองด้วยคอมแบทบูทคู่หนึ่ง ก็หยุดลงตรงหลังต้นคอของเขาพอดี พร้อมกับกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ข้างหู
"ตามหาฉันอยู่หรือเปล่า... นักสืบ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
แฟ้มคดีจิตวิเคราะห์กับนายตำรวจนอกรีตผู้กุมความลับเมืองสีเทา•ตอนที่ 1
รอยเท้าในความมืด
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีจิตวิเคราะห์กับนายตำรวจนอกรีตผู้กุมความลับเมืองสีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
