บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 35

ตำนานที่ยังมีลมหายใจ

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
เสียงประกาศก้องกังวานจากหอคอยบัญชาการกลางมหานครหลวง สะท้อนก้องผ่านจอภาพโฮโลแกรมขนาดยักษ์ที่แผ่ขยายครอบคลุมท้องฟ้าสีครามทั่วทั้งทวีป แรงสั่นสะเทือนจากการประกาศชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ยังคงหลงเหลือไอความร้อนระอุบนพื้นผิวถนน ทว่า ณ ใจกลางสวนพฤกษศาสตร์ลอยฟ้าอันเงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงโห่ร้องยินดี มีเพียงความเงียบงันอันทรงพลังที่ขับเน้นให้ร่างของบุรุษผู้หนึ่งโดดเด่นยิ่งกว่าสิ่งใด รินทร์ยืนทอดสายตามองทัศนียภาพเบื้องล่างด้วยแววตาราบเรียบ เสื้อคลุมสีดำสนิทปักด้ายทองคำแท้ไหวตามแรงลมเล็กน้อย มือขวาของเขากำลังหมุนแหวนทองคำขาวเรียบง่ายวงหนึ่งบนนิ้วนางอย่างเชื่องช้า แหวนวงเดียวกันกับที่ลินินเคยสวมให้เขาในวันที่พวกเขายังต้องแบ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเดียวกันประทังชีวิต "คิดอะไรอยู่หรือครับ คุณสามี" เสียงนุ่มนวลเอ่ยขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นละมุนที่โอบรอบเอวสอบ ลินินในชุดเดรสยาวสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาเคียงข้าง เธอไม่ได้สนใจอำนาจล้นฟ้าหรือทรัพย์สินระดับที่สามารถซื้อประเทศได้นับร้อยประเทศที่กองอยู่เบื้องหลัง เธอมองเพียงใบหน้าด้านข้างของชายผู้เป็นทั้งชีวิตของเธอ รินทร์หันกลับมา รอยยิ้มที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนมุมปาก แววตาที่เคยเยือกเย็นและไร้ความปรานีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าฮันเตอร์ผู้ทรยศและอสูรกลายพันธุ์ บัดนี้กลับอบอุ่นและอ่อนโยนจนละลายหัวใจ "ผมแค่คิดว่า... เงินนับแสนล้านและระบบทัณฑ์ทรมานระดับ SSS ที่ผมครอบครอง มันไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าไม่มีคุณยืนอยู่ตรงนี้ด้วยกัน" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปรกลงบนแก้มเนียนของภรรยาอย่างทะนุถนอม นี่คือบทส่งท้ายของโลกใบเก่า และจุดเริ่มต้นของมหาอาณาจักรแห่งใหม่ โลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเงินตราอันไร้ขีดจำกัด และความรักอันมั่นคงที่ไม่เคยสั่นคลอน ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน หอคอยมิติอสูรระดับภัยพิบัติได้เปิดฉากขึ้นพร้อมกับการล่มสลายของสมาคมฮันเตอร์นานาชาติ พวกมันคือฝูงอสูรเงาคลั่งที่ไร้เทียมทาน เหล่าฮันเตอร์ระดับ S-Rank ต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ทิ้งให้ประชาชนตาดำๆ ต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้าย ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังปกคลุมไปทั่วโลก รินทร์ผู้ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "พนักงานรายวันไร้ค่า" กลับก้าวออกมารับหน้า ด้วยพลังของ [ระบบผู้กล้า เลเวลอัปฮันเตอร์] ที่ผสานเข้ากับขุมทรัพย์เงินตรามหาศาล รินทร์ไม่ได้ใช้เพียงกำลังทหารหรืออาวุธทำลายล้าง แต่เขา "ซื้อ" ทั้งระบบโครงสร้างของหอคอยอสูร ซื้อแม้กระทั่งสิทธิขาดในการควบคุมมิติ และใช้ระบบทัณฑ์ทรมานพิพากษาเหล่าขุนนางผู้ทุจริตและฮันเตอร์จอมปลอมให้คุกเข่าลงแทบเท้า ภาพของชายหนุ่มผู้เคยถูกเหยียดหยาม ยืนหยัดอยู่เหนือซากปรักหักพัง พร้อมกับรูดบัตรเครดิตสีดำสนิทเพื่อปลดล็อกเกราะป้องกันระดับเทพเจ้าให้แก่ประชาชนทั้งเมือง กลายเป็นภาพจำที่สั่นสะเทือนไปทั่วประวัติศาสตร์มนุษยชาติ "คุณเปลี่ยนโลกทั้งใบไปแล้วนะรินทร์" ลินินซบหน้าลงกับอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงของสามี "ตอนนี้ไม่มีใครกล้าสบประมาทเราอีกแล้ว" "ผมไม่ได้เปลี่ยนโลกเพื่อใครหรอกครับลินิน" รินทร์ก้มลงจุมพิตหน้าผากมนแผ่วเบา "ผมแค่สร้างโลกที่ปลอดภัยพอที่คุณจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขต่างหาก" เบื้องล่าง ณ ลานกว้างหน้าทำเนียบรัฐบาล เหล่าผู้นำประเทศและฮันเตอร์ผู้รอดชีวิตต่างยืนสงบนิ่งด้วยความเคารพสูงสุด พวกเขารู้ดีว่าอำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ปลายดาบหรือเวทมนตร์โบราณ แต่อยู่ในกำมือของชายผู้ซึ่งใช้ความเด็ดขาด ความร่ำรวย และหัวใจที่รักเดียวใจเดียว พลิกฟื้นผืนแผ่นดินนี้ขึ้นมาจากขี้เถ้า เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำหรูจอดเทียบท่าอยู่บนลานจอดดาดฟ้า เสียงใบพัดค่อยๆ สงบลงพร้อมกับประตูห้องโดยสารที่เปิดอ้าต้อนรับการเดินทางบทใหม่ รินทร์ยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ลินินวางมือเรียวลงบนฝ่ามือของเขาอย่างมั่น ทั้งสองก้าวเดินเคียงข้างกันไปสู่อนาคตที่ไม่มีวันดับสูญ ในฐานะตำนานที่ยังมีลมหายใจ ผู้ซึ่งพิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า เงินตราอาจซื้อได้ทุกสิ่ง แต่ความรักที่แท้จริงคือสิ่งเดียวที่ค้ำจุนบัลลังก์แห่งผู้ครองโลกอย่างแท้จริง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทส่งท้ายนี้นะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%