"เซ็นซะ... ถ้าไม่อยากให้ตระกูลวรภัทรกลายเป็นเพียงชื่อในหน้าประวัติศาสตร์"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของรินทร์ดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมใหญ่ที่เงียบกริบราวกับป่าช้า แรงกดดันจากจิตสังหารระดับฮันเตอร์ SSS แผ่ซ่านจนประธานบอร์ดชราของกลุ่มบริษัทวรภัทร—ตระกูลผู้เคยเหยียบย่ำเขาและลินินอย่างไม่ใยดีเมื่อหลายปีก่อน—ถึงกับมือไม้สั่นเทา ปากกาหมึกซึมราคาแพงร่วงหลุดจากมือกระแทกพื้นพรมดังสนิท
ลินินยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างร่างสูงของสามี มือเรียวบางของเธอสอดประสานไว้กับฝ่ามืออุ่นของรินทร์ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองผู้บริหารระดับสูงที่ครั้งหนึ่งเคยหัวเราะเยาะเย้ยหยันในความยากจนของพวกเขา วันนี้... ใบหน้าเหล่านั้นซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ ความหยิ่งทะนงถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีภายใต้อำนาจเงินตราและระบบทัณฑ์ทรมานที่รินทร์ถือครอง
"คุณ... คุณรินทร์ครับ เรื่องหุ้นสัดส่วนเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ มัน... มันเกินไปหน่อยไหมครับ" กรรมการผู้จัดการใหญ่เอ่ยเสียงสั่นเครือ พยายามฝืนยิ้มประจบประแจงทั้งที่น้ำตาร่วงเผาะ "พวกเรา... พวกเราก็เคยร่วมงานกัน..."
"ร่วมงาน?" รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองชายชราผู้ไร้ยางอาย "วันที่ผมหอบสัญญาจ้างไปกราบกรานขอความช่วยเหลือเพื่อรักษาแม่ของผม พวกคุณขับไล่ผมเหมือนหมูเหมือนหมา วันนี้คุณจะมาทวงบุญคุณความหลังอะไรกับผมอีก?"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจของเหล่าผู้บริหารที่เต้นระรัวราวกับกลองเพลิง รินทร์ไม่ได้ใช้กำลังทหารหรือความรุนแรงใดๆ ในการทำลายอาณาจักรธุรกิจมูลค่าแสนล้านนี้ เขาเพียงแค่ใช้ "ระบบผู้กล้า" กว้านซื้อหนี้สินทั้งหมดที่ตระกูลวรภัทรแอบกู้ยืมมาพยุงบริษัท และในวินาทีนี้... ดอกเบี้ยมหาศาลพร้อมที่จะครบกำหนดชำระ
"ผมให้เวลาพวกคุณตัดสินใจสามนาที" รินทร์ยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดูพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบขาดดั่งประกาศิตจากยมบาล "ถ้าหมดเวลา... สัญญาปรับโครงสร้างหนี้จะเปลี่ยนเป็นคำสั่งล้มละลายทันที และทรัพย์สินทุกชิ้นของพวกคุณ แม้แต่บ้านหลังสุดท้าย จะถูกยึดเข้าสู่การประมูลสาธารณะ"
ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นทันที เสียงซุบซิบคละเคล้ากับเสียงสะอื้นไห้ของทายาทตระกูลวรภัทรที่นั่งมุมห้อง บางคนถึงกับทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น พยายามคลานเข้ามาเกาะขากางเกงของรินทร์เพื่อร้องขอความเมตตา แต่รินทร์เพียงแค่ก้มมองด้วยสายตาสมเพชเวทนา ราวกับพวกมันเป็นเพียงเศษฝุ่นใต้รองเท้า
"ลินิน เจ็บไหม... ตอนที่พวกมันเคยทำกับเธอไว้" รินทร์ก้มลงกระซิบข้างใบหูของภรรยา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและอบอุ่นทันทีเมื่อหันมามองหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ
ลินินส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ "ไม่เลยค่ะ... เอ่อ, ไม่เลยค่ะรินทร์ เพราะฉันรู้ว่าคุณจะพาฉันมายืนอยู่ ณ จุดที่สูงที่สุดเสมอ" เธอกระชับมือที่ประสานกันให้แน่นขึ้น ความรักและความมั่น
คงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันคือเครื่องประดับบารมีที่ทรงพลังที่สุด ไม่มีเงินตราหรืออำนาจใดในโลกที่จะสั่นคลอนความสัมพันธ์นี้ได้
"ดีมากครับที่รัก" รินทร์ยิ้มรับ ก่อนจะหันกลับไปมองนาฬิกา "หมดเวลาแล้ว... ประธานวรภัทร ปากกาของคุณอยู่ไหน?"
มือที่เหี่ยวย่นและสั่นเทาของประธานชราเอื้อมไปหยิบปากกาขึ้นมาด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาฝ้าฟางมองเอกสารสิทธิ์การถือครองกิจการที่สะสมมาสามชั่วอายุคนกำลังจะหลุดลอยไปตลอดกาล เขารู้ดีว่าหากเซนต์ชื่อลงไป ชีวิตของเขาและวงศ์ตระกูลจะกลายเป็นเพียงลูกจ้างชั้นต่ำในอาณาจักรที่ตนเคยเป็นเจ้าของ แต่ถ้าไม่เซนต์... ความพินาศย่อยยับจะมาเยือนในพริบตา
ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษแผ่นสุดท้าย เสียงหมึกขูดขีดกระดาษดังแผ่วเบา แต่สำหรับคนตระกูลวรภัทรแล้ว มันคือเสียงระฆังแห่งความตาย
ในวินาทีที่ลายเซนต์สุดท้ายสมบูรณ์แบบ หน้าจอระบบผู้กล้าตรงหน้าของรินทร์ก็สว่างวาบขึ้นพร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ก้องกังวานในโสตประสาท
[ติ๊ง! ภารกิจซื้อกิจการหลักสำเร็จสมบูรณ์!]
[ท่านได้รับสิทธิ์การควบคุมเครือข่ายโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมพลังงานทั้งหมดของเขตเศรษฐกิจภาคเหนือ!]
[ปลดล็อกฟังก์ชันลับ: "ระบบทัณฑ์ทรมานระดับ SSS - การชำระแค้นขั้นสูงสุด"]
รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขากวาดสายตามองเหล่าผู้บริหารที่นั่งคอตกเป็นปลาทูแม่กลองก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ทุกคนต้องช็อกตาค้างยิ่งกว่าเดิม
"ยินดีด้วย... ตอนนี้พวกคุณกลายเป็นลูกจ้างของผมแล้ว แต่อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะเงินเดือนเริ่มต้นของพวกคุณคือ... ศูนย์บาท และภารกิจแรกในฐานะพนักงานใหม่ คือการล้างส้วมประจำตึกสำนักงานใหญ่แห่งนี้ให้สะอาดเอี่ยมภายในหนึ่งชั่วโมง"
"คุณรินทร์! มันจะมากเกินไปแล้วนะ!" ทายาทหนุ่มเลือดร้อนคนหนึ่งทนไม่ไหว ลุกขึ้นตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว
รินทร์ไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ ร่างของชายหนุ่มคนนั้นก็ถูกแรงกดดันปริศนาจากระบบทัณฑ์ทรมานซัดกระเด็นไปอัดติดกำแพงสำนักงาน กระอักเลือดคำโตออกมาทันทีโดยไม่มีใครมองทันด้วยซ้ำว่ารินทร์เคลื่อนไหวอย่างไร
"จำไว้นะครับ... ที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้คนไร้ค่าส่งเสียงเห่าหอน" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบถึงกระดูกดำ "ถ้าใครไม่อยากสภาพเดียวกับมัน ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานซะ"
ทว่า... ก่อนที่ความโกลาหลภายในห้องประชุมจะจบลง เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกสำนักงานใหญ่ หน้าจอโฮโลแกรมของระบบผู้กล้ารินทร์กะพริบเตือนรัวเร็วกระชั้นชิด พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนปริศนาที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[คำเตือน! ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับภัยพิบัติ ภัยคุกคามนอกอาณาเขตกำลังพุ่งตรงมายังจุดที่ท่านยืนอยู่...]
[เป้าหมายของมันไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือการสังหาร 'ลินิน' ภรรยาของท่านเพื่อตัดกำลังใจผู้ครองโลก!]
รินทร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเยือกเย็นทั้งหมดมลายหายไปในเสี้ยววินาที ร่างกายของเขาแผ่ไอสังหารรุนแรงจนกระจกห้องประชุมร้าวเป็นทางยาว เขารวบตัวลินินเข้ามาสวมกอดไว้แน่นในอ้อมอกทันที ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวขาออกจากห้อง ประตูเหล็กกล้าหนาตันทางเข้าห้องประชุมก็ถูกระเบิดกระจุยกระจายเป็นจุล พร้อมกับร่างของเงาดำปริศนาในชุดเกราะฮันเตอร์ทมิฬที่ก้าวเท้าเหยียบเศษซากปรักหักพังเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาท...
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 24
อำนาจที่แท้จริง
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!