เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบพื้นโต๊ะไม้สักทองดังสนั่นหวั่นไหว แรงเหวี่ยงนั้นมากพอจะทำให้ถ้วยกาแฟเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะสั่นสะเทือนจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนขอบโต๊ะ
"เอกสารบ้าอะไรวะ! แกกล้าดียังไงถึงเอาตัวเลขพวกนี้มาให้ฉันเซ็น!"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเกรี้ยวกราดของ 'ชัย
ณรงค์' กรรมการผู้จัดการใหญ่แห่งบริษัทโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ดังลั่นห้องประชุมใหญ่ ชั้น 45
สายตาของเขาตวัดมองชายหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าด้วยความดูแคลน รินทร์ในชุดสูทตัดเย็บประณีตเข้ารูป ยืนไขว่ห้างพิงสะโพกกับขอบหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือทัศนียภาพของมหานครที่ดูราวกับเป็นของเล่นชิ้นเล็กๆ
รินทร์ไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ดวงตาคู่คมกวาดตามองกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่รอบโต๊ะยาว
"ตัวเลขกำไรสุทธิไตรมาสล่าสุดหายไปสามสิบเปอร์เซ็นต์... แต่ยอดบัญชีลับในเกาะเคย์แมนกลับเพิ่มขึ้นมาในจำนวนที่ใกล้เคียงกันพอดิบพอดีเลยนะครับ คุณชัยณรงค์"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกหลุดออกจากปากของรินทร์ มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือการพิพากษา
ชัยณรงค์หน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ เขาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน พลางตบโต๊ะปังใหญ่
"เหลวไหล! แกเป็นแค่... แกเป็นแค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ฉันเมตตาให้เข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบ! มีสิทธิ์อะไรมากล่าวหาฉัน หุ้นส่วนทุกคนในที่นี้รู้ดีว่าฉันบริหารบริษัทมาหยาดเหงื่อแรงกายแค่ไหน โหวตไล่มันออกไปซะ! ไอ้คนแบบนี้ไม่มีคุณสมบัติจะอยู่ร่วมองค์กร!"
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ บรรดาผู้บริหารคนอื่นๆ ต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าสบตากับรินทร์ แม้แต่คนที่เคยรับสินบนใต้โต๊ะร่วมกับชัยณรงค์ก็ยังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เพราะพวกเขารู้ดีว่า รินทร์ไม่ได้มามือเปล่า
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็เปิดผางออกอย่างแรง
ร่างเพรียวบางในชุดสูทกระโปรงสีเทาเข้มก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้ามั่นคง ลินิน... หญิงสาวผู้ยืนเคียงข้างรินทร์มาตั้งแต่สมัยที่พวกเขายังต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต เธอกวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มคนทรยศด้วยความรู้สึกสมเพช มือเรียวบางถือแท็บเล็ตเครื่องหรูเดินตรงมาหยุดยืนเคียงข้างชายคนรัก พร้อมกับส่งรอยยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นให้
รินทร์หันไปสบตาภรรยา สายตาที่เยือกเย็นและไร้ความปรานีเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้ำลึก เขายื่นมือไปกุมมือเรียวของเธอไว้เบาๆ เป็นการส่งสัญญาณว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้ว
"คุณชัยณรงค์พูดถูกครับ... ผมเคยเป็นแค่เด็กที่ไม่มีอะไรเลย" รินทร์หันกลับไปเผชิญหน้ากับประธานบริษัทจอมปลอมอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนทุกคนต้องเงี่ยหูฟัง "แต่ก็น่าแปลกนะครับ คนที่เคยไม่มีอะไรอย่างผม วันนี้กลับถือครองหุ้นสามัญเจ็ดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ของบริษัทนี้... ในฐานะ 'ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด' อย่างเป็นทางการ"
เพล้ง!
แก้วกาแฟในมือของชัยณรงค์หลุดร่วงลงพื้นแตกกระจาย สีหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"เป็นไปไม่ได้! หุ้นส่วนใหญ่... มันอยู่กับกลุ่มทุนต่างชาติ! แก... แกเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนั้น!"
รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนโกง ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทราวกับกำลังหยิบจับสิ่งของธรรมดาๆ ทว่าสิ่งที่เขาหยิบออกมาคือบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิท สะท้อนประกายแสงไฟระยิบระยับ—บัตรดำไม่จำกัดวงเงินที่ออกโดยสถาบันการเงินระดับโลก ซึ่งมีเพียงบุคคลระดับมหาเศรษฐีโลกหยิบมือเดียวเท่านั้นที่ครอบครอง
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเป้าหมาย "ชัยณรงค์" พยายามยักยอกทรัพย์และฟอกเงิน ระดับความผิด: สูงสุด]
[ระบบทัณฑ์ทรมาน SSS: เปิดใช้งานโหมดอายัดและยึดทรัพย์สินทั้งหมดแบบเรียลไทม์]
[กรุณากรอกรหัสยืนยันเพื่อทำลายสถานะทางการเงินของเป้าหมายให้สิ้นซาก]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบพิเศษดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์ ชายหนุ่มปรายตามองหน้าจอโฮโลแกรมใสที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ก่อนจะแตะนิ้วลงบนอากาศอย่างแผ่วเบาเพื่อยืนยันคำสั่ง
ด้านล่างตึกสูงระฟ้า ในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ลำหนึ่งก็บินมาจอดนิ่งสนิทลอยตัวอยู่เหนือลานจอดดาดฟ้าของตึก ร่างของชายชุดดำนับสิบคนก้าวลงมาพร้อมกับเอกสารหมายศาลและคำสั่งอายัดทรัพย์สินเร่งด่วน
รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ชัยณรงค์ที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ก้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด แต่กลับเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าขุมนรก
"ผมให้โอกาสคุณโกงกินจนพอใจแล้วนะครับ... ทีนี้ ก็ถึงเวลาชดใช้หนี้ทั้งหมดด้วยชีวิตและอิสรภาพของคุณแล้วล่ะครับ"
นิ้วเรียวของรินทร์กดปุ่มตกลงบนแท็บเล็ตในมือของลินิน ทันทีทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบการเงินทั่วทั้งเครือข่ายก็ดังระรัวขึ้นพร้อมกัน หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผู้บริหารทุกคนในห้องต่างสั่นสะเทือน บัญชีธนาคาร ทรัพย์สิน บ้านหรู และรถยนต์ราคาแพงของชัยณรงค์และพรรคพวกถูกอายัดและโอนถ่ายสิทธิ์เข้าสู่บัญชีกลางของรินทร์จนหมดสิ้นภายในพริบตาเดียว!
ชัยณรงค์กรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ พยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายรินทร์ด้วยความแค้นเคือง ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะโดนตัว ประตูห้องประชุมก็ถูกกระแทกเปิดออกอีกครั้งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจชุดใหญ่ พร้อมกับหมายจับในข้อหาทุจริตและฟอกเงินนับสิบคดีที่ถูกสวมกุญแจมือกระชากตัวลากออกไปอย่างไร้ความปรานี
ห้องประชุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง รินทร์ยืนกอดเอวลินินไว้แนบกาย ทอดสายตามองความพินาศย่อยยับของศัตรูเบื้องล่างผ่านกระจกใส
ทว่า ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงอย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มบนใบหน้าของรินทร์ก็ต้องสะดุดกึก เมื่อหน้าจอระบบ SSS ตรงหน้าปรากฏข้อความเตือนภัยสีแดงฉานขึ้นมาอีกครั้งด้วยตัวอักษรที่กระพริบรัว—
[คำเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ "บุคคลปริศนา" ที่ถือครองโค้ดลับระดับเดียวกับท่าน... และมันกำลังพยายามเข้าควบคุมระบบทั้งหมดของบริษัทในเครือที่คุณเพิ่งยึดมา!]
รินทร์หรี่ตาลงทันที ลินินที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยแววตาสงสัย
"รินทร์คะ... เกิดอะไรขึ้น?"
"ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะยังไม่จบง่ายๆ อย่างที่คิดนะครับ" รินทร์เอ่ยเสียงเครียด ขณะที่หน้าจอระบบปรากฏพิกัดตำแหน่งของแฮกเกอร์ปริศนาที่กำลังส่งสัญญาณตรงมาจาก... ห้องทำงานส่วนตัวของเขาเองที่บ้านพัก!
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 11
ระบบภารกิจเร่งด่วน
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!