บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร•ตอนที่ 22

ความรักท่ามกลางสงคราม

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
แรงกดดันจากเกตระดับ SSS ที่สั่นสะเทือนอยู่เบื้องล่างแผ่ซึมผ่านพื้นคอนกรีตหนาเตอะเข้ามาถึงห้องบัญชาการชั่วคราว อากาศภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายของโอโซนและคราบเหงื่อไคลจากการคำนวณกลยุทธ์ที่ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แผนที่โฮโลแกรมสามมิติสีแดงฉานกะพริบถี่บ่งบอกถึงเวลาที่เหลืออยู่น้อยเต็มที รินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ ดวงตาคมกริบกวาดมองกองกำลังฮันเตอร์ระดับแนวหน้าของประเทศที่กำลังนั่งกุมขมับด้วยความสิ้นหวัง ความพ่ายแพ้ในศึกจำลองเมื่อครู่ไม่ใช่แค่การสูญเสียทรัพยากร แต่มันคือการเดิมพันด้วยลมหายใจของคนนับแสน นิ้วเรียวยาวของรินทร์เคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วง ทุกย่างก้าวที่เขาสร้างอาณาจักรแห่งความมั่งคั่งและอำนาจนี้ขึ้นมา ไม่มีคำว่า "ความผิดพลาด" อยู่ในพจนานุกรม ระบบทัณฑ์ทรมานระดับ SSS ในจิตสำนึกส่งเสียงเตือนเบาๆ ถึงภาระหน้าที่ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ลึกเข้าไปในมุมที่มืดที่สุดของหัวใจ รินทร์กลับรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่กัดกินเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี—ไม่ใช่เพราะความยากลำบากของศัตรู แต่เป็นเพราะความโดดเดี่ยวบนจุดสูงสุดที่เขาปีนขึ้นมา มือเรียวบางคู่หนึ่งวางลงบนไหล่กว้างอย่างแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นที่คุ้นเคยราวกับกระแสธารใสไหลหลากเข้าสู่ทะเลทรายอันแห้งผาก รินทร์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวเหยียดที่อัดอั้นไว้ออกมา "คุณแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียวไม่ไหวหรอกนะรินทร์" เสียงนุ่มนวลของลินินดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องบัญชาการ เธอยืนเคียงข้างเขาในชุดเตรียมพร้อมรบเรียบง่าย แม้ใบหน้าจะเปื้อนร่องรอยความเครียดจากการทำงานหนักตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงทอประกายความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงไม่เคยเปลี่ยน—แววตาคู่เดียวกับวันที่เธอยื่นขนมปังห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ให้เขาในห้องเช่าแคบๆ วันที่เขาเป็นแค่พนักงานรายวันไร้ค่าที่ถูกเหยียบย่ำ รินทร์หันกลับไปมองคู่ชีวิตของตน แววตาที่เคยเยือกเย็นและเฉียบขาดเมื่อครู่ไหววูบลงชั่วขณะ มือหนากอบกุมมือเรียวที่วางบนไหล่ขึ้นมาแนบแก้มอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากเธอมันคือสิ่งเดียวที่ย้ำเตือนว่าเขายังคงเป็น "มนุษย์" "ผมกลัว..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาจนแทบกระซิบ เป็นประโยคสารภาพที่ไม่มีใครหน้าไหนในสมาคมฮันเตอร์เคยได้ยินจากปาก "อสุราทมิฬ" ผู้ไร้พ่าย "ไม่ใช่เพราะกลัวความตาย... แต่ผมกลัวว่าถ้าผมพลาด คุณจะต้องเจ็บปวดเพราะผมอีก" ลินินส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยพลังปรากฏขึ้นบนเรียวปาก เธอเขย่งเท้าเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา นิ้วมือเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาบังหน้าผากของชายหนุ่มออกอย่างอ่อนโยน "จำวันที่เราไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวซักมื้อได้ไหมคะ... อ่า ขอโทษทีค่ะ ฉันติดปากพูดผิด" ลินินหัวเราะเบาๆ แก้เขินเมื่อเผลอใช้คำลงท้ายผิดสไตล์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจัง "จำวันที่เราลำบากด้วยกันได้ไหมคะรินทร์? ตอนนั้นคุณบอกฉันว่า 'ตราบใดที่มือคู่นี้ยังจับกันไว้ ต่อให้ต้องสู้กับคนทั้งโลก พี่ก็จะไม่ยอมแพ้' ...วันนี้โลกทั้งใบอยู่แทบเท้าคุณแล้ว ทำไมคุณถึงลืมคำพูดของตัวเองล่ะคะ?" คำพูดเรียบง่ายแต่นุ่มลึกดั่งค้อนทุบลงกลางใจ รินทร์นิ่งอึ้ง หัวใจที่ด้านชามานานนับแรมปีกลับมาเต้นรัวแรงอีกครั้ง ความกดดันทั้งหมดที่แบกไว้มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยไฟแห่งความฮึกเหิมและปณิธานอันแน่วแน่ "คุณพูดถูก... ลินิน" รินทร์ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอันเปี่ยมล้นและอำนาจที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า "ผมเกือบจะลืมไปแล้วว่า... ผมมีสิ่งที่ต้องปกป้องยิ่งกว่าบัลลังก์พวกนี้" เขาดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ ซึมซับพลังใจอันยิ่งใหญ่ที่หาไม่ได้จากระบบหรือสมบัติใดๆ ในโลก ทว่า ช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งนั้นกินเวลาได้เพียงไม่กี่วินาที เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งฐานทัพ หน้าจอโฮโลแกรมหลักระเบิดแสงสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ทำให้สีหน้าของทุกคนในห้องเปลี่ยนเป็นซีดเผือด *<คำเตือน: เกตระดับ SSS 'ประตูแห่งความมืดมิด' เกิดการแตกตัวก่อนกำหนด! กองทัพอสูรเงากลืนวิญญาณจำนวนห้าหมื่นตัวกำลังมุ่งหน้าสู่เขตที่พักอาศัย ระยะเวลาปะทะ: 3 นาที!>* ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที เสียงตะโกนสั่งการและเสียงวิ่งวุ่นดังระงมไปทั่ว ฮันเตอร์ระดับสูงหลายคนเริ่มมีอาการมือไม้สั่นเพราะความต่างชั้นของพลังงานที่ถาโถมเข้ามา รินทร์ผละออกจากอ้อมกอดของลินินอย่างรวดเร็ว แววตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น ดุดัน และอำมหิตราวกับพญายมที่ตื่นจากการหลับใหล ออร่าสีดำทมิฬแผ่พุ่งออกจากร่างจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เขากวาดสายตามองลูกน้องและเหล่าฮันเตอร์ที่กำลังตื่นตระหนกด้วยความรังเกียจ "พวกแกกลัวอะไรกัน?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังกังวานกดทับความโกลาหลทั้งหมดให้เงียบกริบในเสี้ยววินาที ทุกสายตาหันขวับมามองชายหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง รินทร์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน มือขวาควักการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำขาว—บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัดวงเงิน ออกมาคั่นระหว่างนิ้วอย่างใจเย็น "ในเมื่อพวกมันอยากตายนัก... ฉันก็จะซื้อ 'ความหายนะ' มาต้อนรับพวกมันเอง" เขากดสมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับระบบทัณฑ์ทรมานและเครือข่ายการเงินระดับโลก ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอเพื่อยืนยันการทำธุรกรรมวงเงินมหาศาลที่สั่นคลอนเศรษฐกิจโลกได้ในพริบตา *<ติ๊ง! ยืนยันการทำรายการสำเร็จ: ซื้อกิจการคลังแสงยุทธภัณฑ์เทพเจ้า และเรียกกองกำลังทหารรับจ้างเงาทั้งหมด 100,000 นาย มูลค่า: 50,000,000,000 ดอลลาร์>* เสียงรูดบัตรเครดิตผ่านระบบเสมือนจริงดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบ ทันใดนั้น ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือฐานทัพก็ถูกฉีกกระชากออกด้วยแสงวาบสีทองอร่าม ฝูงเฮลิคอปเตอร์รบไร้เงารุ่นล่าสุดนับร้อยลำบินแหวกเมฆลงมาจอดเรียงรายบนลานประลองเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของเครื่องยนต์ที่สะใจที่สุดในรอบทศวรรษ รินทร์หันกลับมามองลินินที่ส่งยิ้มให้กำลังใจเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหยิบดาบประจำกายขึ้นมาเตรียมพร้อม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เหนือโชคชะตา พลิกวิถีฮันเตอร์สยบโลกอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%