"ถ้าป้าสมรยังกล้าส่งเสียงโวยวายหน้าประตูบ้านเราอีกแม้แต่คำเดียว ผมจะจัดการให้แกไม่มีหน้ามาเดินเหินในหมู่บ้านนี้ไปอีกนานเลยครับ"
เสียงทุ้มต่ำของร้อยเอกศิลาเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่มือหนากำลังบรรจงหั่นเนื้อหมูสามชั้นเคี่ยวซีอิ๊วด้วยความประณีต ไอความร้อนจากเตาฟืนส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศพะโล้ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว กลิ่นหอมของโป๊ยกั๊กและอบเชยผสานกับกลิ่นซีอิ๊วดำคั่วกระเทียมพริกไทย ช่วยขับไล่บรรยากาศน่าหงุดหงิดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ให้จางหายไปจนหมดสิ้น
ลินดาวางแก้วน้ำสมุนไพรเย็นเฉียบในมือลงบนโต๊ะไม้สัก สายตาของเธอเป็นประกายคมกล้า ความวุ่นวายที่ป้าสมรก่อขึ้นก่อนหน้านี้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปถนัดตา เมื่อเปรียบเทียบกับความลับที่เธอกลังจะเปิดเผยในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า และยิ่งไปกว่านั้น... ท่าทางจริงจังแต่นุ่มนวลของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเตาไฟกำลังดึงดูดสายตาของเธอให้อยู่หมัด
"ปล่อยแกไปเถอะครับศิลา คนแบบนั้นยิ่งสนใจก็ยิ่งได้ใจ การที่เราเอาชนะด้วยผลกำไรจากแปลงผักออร์แกนิกและฝีมือการทำอาหาร มันเจ็บปวดกว่าการใช้กำลังเยอะครับ" ลินดาเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มร่างสูง กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นหอมของอาหารทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
ศิลาวางมีดลงในเขียงไม้ เขาหันกลับมามองภรรยาคนสวย ดวงตาคมกริบของอดีตนายทหารฉายแววอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ใต้ท่าทีแข็งกระด้างมาตลอด มือใหญ่เอื้อมไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของหญิงสาวอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้หัวใจของลินดากระตุกวูบ
"ผมไม่ได้ห่วงเรื่องป้าสมรหรอกครับ... ผมห่วงความรู้สึกคุณมากกว่า" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จริงจังจนน่าใจหาย "ตลอดเวลาที่คุณต้องต่อสู้กับคนพวกนั้น ผมเห็นคุณเข้มแข็งมาตลอด จนบางครั้ง... ผมกลัวว่าคุณจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว"
คำพูดนั้นไม่ได้เจือด้วยความเสแสร้ง แต่มันกลั่นออกมาจากความห่วงใยที่สะสมอยู่ในใจของชายหนุ่มมาเนิ่นนาน ตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาในชีวิตของเชฟสาวผู้มีมิติลับ จนถึงวันที่แปลงผักออร์แกนิกขยายใหญ่โตและสร้างรายได้มหาศาล ศิลาไม่เคยเป็นเพียงแค่ผู้ช่วยหรือคู่คิดในไร่สวน แต่วันนี้... ความรู้สึกของเขามันลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า "เพื่อนบ้าน" หรือแม้กระทั่งคำว่า "สามีในนาม" ไปไกลโขแล้ว
ลินดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะตั้งรับไม่ทัน แต่เพราะเธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่หนักแน่นดั่งขุนเขา
"ศิลา..." เภตราเรียกชื่อเขาแผ่วเบา
"ลินดา..." ศิลาเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าว จนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง "ผมรู้ว่าคุณมีเรื่องราวมากมาย มีความลับที่คุณเก็บไว้ในใจ... และผมไม่เคยคิดจะเซ้าซี้ถามถ้าคุณยังไม่พร้อม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้คุณรู้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป"
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้า มือทั้งสองข้างยกขึ้นประคองไหล่บางไว้อย่างทะนุถนอม สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาดีที่อัดแน่นมานาน
"ไม่ว่าคุณจะเจออุปสรรคอะไร ไม่ว่าคุณจะต้องเผชิญหน้ากับตระกูลที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ หรือแม้แต่วันข้างหน้าคุณจะต้องเผชิญกับโลกทั้งใบ... ขอให้จำไว้ว่า คุณไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วครับ" ศิลาหยุดเว้นจังหวะ สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "เพราะผมคนนี้... จะยืนอยู่ข้างคุณ ใช้ชีวิตร่วมกับคุณ และปกป้องคุณด้วยลมหายใจทั้งหมดที่มี... ผมรักคุณครับลินดา"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของหม้อหมูสามชั้นพะโล้บนเตาไฟ และเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามในอกของลินดา คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ หนักหน่วงยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงใดๆ ทว่ากลับทำให้เธ้ารู้สึกเบาสบายราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ
เชฟสาวผู้ผ่านโลกมามากและฉลาดเป็นกรด กลับรู้สึกพูดไม่ออกเป็นครั้งแรกในชีวิต มิติลับในจิตใจของเธอกำลังสั่นไหว เมล็ดพันธุ์แห่งความรู้สึกที่เธอเคยคิดว่าจะปิดตายไว้เพื่อความปลอดภัย ค่อยๆ ผลิใบและเติบโตอย่างงดงามท่ามกลางการดูแลเอาใจใส่ของชายหนุ่มตรงหน้า
ลินดายิ้มออกมาทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่ศิลาเคยเห็นมาในชีวิต เธอยื่นมือไปโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ใบหน้าหวานซบลงกับอกแผ่นกว้างที่อบอุ่นและมั่นคง
"คุณนี่มัน... ขี้โกงชะมัด" เสียงหวานเอ่ยอู้อี้อยู่ที่อกเสื้อของเขา "สารภาพความในใจท่ามกลางกลิ่นพะโล้แบบนี้ ใครจะไปตั้งตัวทันกันล่ะคะ... เอ๊ย... ครับ!"
ศิลาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี อ้อมแขนแข็งแรงรวบร่างบางเข้ามาแนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของชายหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน แต่กลับรู้สึกว่าชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือการได้ครอบครองหัวใจของผู้หญิงคนนี้
บรรยากาศในไร่สวนยามบ่ายแก่ๆ เงียบสงบและอบอวลไปด้วยความสุข ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันแสนหวานนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านหน้าบ้านดังขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญของใครบางคน
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกสองคนผลาญเงินอยู่ในนั้น ออกมาเคลียร์เรื่องสัญญาที่ดินกับฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ อีลินดา!"
เสียงแหลมสูงนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก "คุณนายสายпи" ป้าสะใภ้จอมโลภที่เพิ่งถูกตอกหน้าไปเมื่อวันก่อน แต่วันนี้เธอกลับไม่ได้มาคนเดียว เพราะยังมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายฉกรรจ์อีกหลายคนกรูเข้ามาล้อมรอบตัวบ้านจนแน่นขนัด พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งที่ถูกชูขึ้นสูงผ่านหน้าต่างกระจก
ลินดาผละออกจากอ้อมอกของศิลาช้าๆ แววตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความอ่อนหวานและความเขินอาย บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีดโกน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว
ศิลาก้าวมาบังหน้าภรรยาไว้โดยสัญชาตญาณ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันที ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายราวกับเสือซุ่มที่พร้อมขย้ำเหยื่อผู้บังอาจมารบกวนเวลาอันมีค่า
"ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหม่ จะรีบมาเป็นปุ๋ยให้แปลงผักออร์แกนิกของเราเร็วกว่าที่คิดนะครับ..." ศิลาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมีดทำครัวสแตนเลสบนเขียงขึ้นมาหมุนเล่นในมือช้าๆ
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความฟินและร่วมเอาใจช่วยสองสามีภรรหาสายสตรองมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ
เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 16
ความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อนบ้าน
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!