เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 19

แผนเอาคืนที่เหนือชั้น

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!" เสียงตวาดก้องพร้อมกับแรงเหวี่ยงที่ไม่ได้มามือเปล่า เศษกระจกที่แตกกระจายจากแรงกระแทกเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้ลินดาถอยร่น แต่กลับกลายเป็นอาวุธชั้นดีในสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เชฟสาวมือทองตวัดข้อมือที่ถูกคว้าไว้ พลิกศอกกระแทกเข้าใส่จุดยุทธศาสตร์ของแขกไม่ได้รับเชิญทันที "โอ๊ย! ยัยตัวแสบ มือหนักเป็นบ้า!" เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับร่างของ 'ลุงสมชาย' ที่เซถลาถอยหลังไปชนกับชั้นวางกระถางสมุนไพรในเรือนเพาะชำจนดินกระจายเกลื่อน ศิลาที่เพิ่งวิ่งก้าวเข้ามาพร้อมท่อนไม้ในมือถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจะวาวโรจน์ด้วยโทสะ เมื่อเห็นว่าใครบังคับอาจหาญบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของพวกเขาในยามวิกาลเช่นนี้ "กล้าดีอย่างไรถึงบุกเข้ามาทางหน้าต่าง คิดว่าที่นี่เป็นตลาดสดหรือไง?" ศิลาก้าวเข้าไปขวางหน้าลินดาไว้ทันที มือหนาคว้าคอเสื้อของสมชายแล้วกระชากขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ รัศมีคุกคามแบบทหารผ่านศึกแผ่ซ่านจนผู้บุกหน้าร้อนๆ หนาวๆ "อะ...ไอ้ศิลากล้าทำร้ายผู้ใหญ่เรอะ! พวกแกสองคนร่วมมือกันโกงสมบัติของตระกูล ยังมีหน้ามาใช้กำลังอีกเหรอวะ!" สมชายพยายามเค้นเสียงขู่ตะคอก ทั้งที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากแรงบีบที่คอ ลินดาปัดเศษกระจกออกจากแขนเสื้อด้วยท่าทางใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นลุงด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสมุนไพรในมือ แสงสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าเรียบเฉยแต่เฉียบคมจนอีกฝ่ายถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "โกงสมบัติ? ลุงสมชายครับ... คำนี้เก็บไว้ใช้แก้ตัวในศาลเถอะครับ น่าจะมีประโยชน์มากกว่าเอามาเห่าใส่หน้าพวกเราตอนนี้" ลินดากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เธอหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วออกมาจากโต๊ะทำงานตัวเก่า สมชายเบิกตากว้างเมื่อเห็นเอกสารในมือของหลานสาว "นั่น... เอกสารอะไร แกเอาอะไรไปจากห้องบัญชีของตระกูล!" "ก็เอกสารที่ลุงกับป้ากานดาแอบยักยอกเงินทุนพัฒนาไร่สวนช่วงสามปีหลังสุดไงครับ" ลินดาเปิดแฟ้มออกทีละหน้า เผยให้เห็นลายเซ็น เส้นทางการเงิน และหลักฐานการโอนเข้าบัญชีส่วนตัวอย่างชัดเจน "เงินอุดหนุนจากโครงการหลวงเกือบสองล้านบาท ถูกโอนเข้าบัญชีนอมินีที่จดทะเบียนในชื่อลูกชายของลุงเอง... แบบนี้เขาเรียกว่าลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและปลอมแปลงเอกสารราชการ โทษจำคุกน่าจะไม่ต่ำกว่าสิบปีนะครับ ว่าไหมล่ะครับคุณลุง?" บรรยากาศในห้องทำงานพลันเงียบกริบ เสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่างราวกับเงียบเสียงลงเพื่อให้เกียรติแก่ความระทึกขวัญที่กำลังก่อตัวขึ้น สมชายหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่ฉายชัดในแววตา "แก... แกมันนังปีศาจ!" สมชายพยายามพุ่งตัวเข้าใส่แฟ้มเอกสารในมือลินดาเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ศิลากลับไวกว่า นายทหารหนุ่มเตะตัดขาอีกฝ่ายล้มลงไปนอนกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานี น้ำหนักรองเท้าคอมแบทกดทับลงที่หัวไหล่จนสมชายส่งเสียงร้องครวญครางออกมา "ถ้ายังไม่อยากกระดูกหัก ก็อยู่เฉยๆ แล้วฟังภรรยาผมพูดให้จบ" ศิลาเอמהเสียงต่ำ ลำตัวหนากำยำยืนค้ำหัวเหมือนภูเขาที่ไม่มีวันสั่นคลอน ลินดาก้มตัวลงมองลุงแท้ๆ ของตัวเองที่นอนหมอบอยู่แทบเท้า เธอไม่ได้มีความรู้สึกสงสารแม้แต่น้อย "สิ่งที่ลุงทำ ไม่ใช่แค่การเอาเปรียบคนในครอบครัว แต่เป็นการทำลายหยาดเหงื่อของปู่กับย่าที่สร้างไร่นี้ขึ้นมาด้วยความยากลำบาก พรุ่งนี้เช้า... เจ้าหน้าที่ตำรวจเศรษฐกิจและสรรพากรจะเข้าไปตรวจสอบบัญชีทั้งหมดของลุงที่บ้านพัก รวมถึงโฉนดที่ดินที่ลุงแอบเอาไปจำนองไว้ด้วย เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไปนอนในเรือนจำได้เลยครับ" คำพูดของลินดาเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของสมชายจนแหลละเอียด ชายวัยกลางคนหมดสิ้นหนทางต่อสู้ ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวและโกรธแค้นผสมปนเปกัน เขารู้ตัวแล้วว่าครั้งนี้เขาไม่ได้สู้กับเด็กสาวชาวสวนธรรมดา แต่กำลังเผชิญหน้ากับเชฟสาวมือทองผู้มีมันสมองระดับปีศาจ "แก... แกจะไม่มีวันมีความสุข! พ่อแม่แกต้องเสียใจที่มีลูกอกตัญญูแบบนี้!" สมชายตะโกนด่าทอด้วยความคลุ้มคลั่งก่อนจะถูกศิลาใช้ผ้าสะอาดอุดปากแล้วมัดมือไพ่หลังด้วยเชือกป่านอย่างรวดเร็วและมืออาชีพ "ส่งเสียงน่ารำคาญจริงนะ" ศิลาพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยแววตาอ่อนโยนทันทีที่หันกลับมา "เหนื่อยไหมครับคนดี? มือแดงหมดแล้ว" ลินดาส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ... เอ๊ย! ไม่เหนื่อยเลยครับพี่ศิลา พอดีได้ออกกำลังกายยามดึกนิดหน่อยเลือดลมเลยสูบฉีดดี" เธอยิ้มขำกับสรรพนามที่เกือบหลุดปากชิน ศิลาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือหนายื่นไปกุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาลูบเบาๆ อย่างทะนุถนอม "งั้นเราจัดการธุระตรงนี้ให้เรียบร้อย แล้วค่อยไปพักผ่อนกันดีกว่าครับ... พี่ต้มน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนไว้ที่เตา ป่านนี้คงส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วบ้านแล้ว ทานอะไรร้อนๆ สักหน่อย คืนนี้จะได้นอนหลับฝันดี" กลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดกับเครื่องยาจีนชั้นดีเริ่มลอยโชيเข้ามาแตะจมูก ท่ามกลางความตึงเครียดของการจัดการคนโกง วิถีสโลว์ไลฟ์อันแสนอบอุ่นและรสชาติอาหารฝีมือสามีสายเปย์ก็ยังคงเป็นรางวัลชีวิตที่ลินดาโปรดปรานที่สุด ทั้งสองช่วยกันจัดการล็อกตัวสมชายไว้ในห้องเก็บของอย่างแน่นหนา ก่อนจะเดินเคียงคู่กันกลับไปยังเรือนพักหลัก กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ช่างเป็นค่ำคืนที่ยาวนานแต่เต็มไปด้วยชัยชนะอันงดงาม ทว่า... ในขณะที่ลินดากำลังตักน้ำซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบลายคราม เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อย วางทัพพีในมือลงทันทีแล้วส่งสัญญาณให้ภรรยาถอยไปอยู่ด้านหลัง เขาก้าวไปเปิดประตูบ้านด้วยความระแวดระวัง ทว่าเมื่อบานประตูไม้เปิดออก บุคคลที่ยืนอยู่หน้าบ้านกลับทำให้ทั้งศิลาและลินดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลราคาแพง ใบหน้าคมคายที่มีร่องรอยตามกาลเวลาแต่ยังคงความสง่างาม ยืนถือร่มเปียกฝนอยู่ท่ามกลางสายละอองหมอกยามดึก ดวงตาคมปลาบกวาดมองเข้ามาในบ้าน ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "สวัสดีครับคุณลินดา... ไม่คิดเลยว่าหลานสาวที่ตระกูลตามหามาสิบปี จะซ่อนตัวอยู่ที่ไร่เล็กๆ แห่งนี้อย่างนี้นี่เอง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%