เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 10

การปะทะคารมครั้งใหญ่

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังลอดผ่านซี่กรงเหล็กของรั้วไร่ "สวนสุขสำราญ" ออกมาอย่างไม่เกรงใจผู้ใด ป้าสมศรีและลุงประเสริฐ สองสามีภรรยาผู้มีศักดิ์เป็นอาและป้าแท้ๆ ของอดีตสามีลินดา ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่ตรงนั้น ทั้งคู่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีที่ซื้อด้วยเงินจากการหยิบยืมและโกงเงินกองกลางของตระกูลไป รอยยิ้มบนใบหน้าของป้าสมศรีเคลือบ1ด้วยความเจ้าเล่ห์ ยามที่กวาดสายตามองแปลงผักออร์แกนิกเขียวขจีที่กำลังออกผลผลิตสะพรั่ง "คิดว่าจะหลบหน้าหนีหนี้สินไปใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ที่นี่คนเดียวได้สิบลินดา? ฝันไปเถอะ!" ป้าสมศรีแผดเสียงแหลมสูงจนนกกรงหัวจุกบนต้นมะม่วงข้างบ้านตกใจบินหนี "เอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงนี้ ลุงกับป้าจัดการให้คนมาตรวจสอบแล้ว มันควรจะตกเป็นของทายาทตัวจริงอย่างพวกเรา ไม่ใช่ผู้หญิงหน้าเงินที่หอบหิ้วสามีใหม่เข้ามาอาศัยหากินบนหยาดเหงื่อของตระกูลเรา!" ลินดาก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากประตูเรือนไม้ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียบเนียนประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงแผนการสกปรกที่อีกฝ่ายจงใจกุขึ้นมา "ทายาทตัวจริงหรือครับ ป้าสมศรี?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ร้อยเอกศิลา ก้าวเดินออกมาเคียงข้างภรรยา ร่างกายกำยำในชุดเสื้อยืดสีพื้นและกางเกงขายาวพร้อมลุยงานให้ความรู้สึกปลอดภัยและน่าเกรงขาม เขายกมือขึ้นโอบไหล่บางของลินดาไว้หลวมๆ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองนิ่งสนิท "ที่ดินแปลงนี้ภรรยาผมซื้อขายถูกต้องตามกฎหมาย มีสัญญาซื้อขายและโฉนดฉบับจริงระบุชื่อชัดเจน ถ้าพวกท่านยังไม่รีบถอยออกไปจากเขตพื้นที่ส่วนบุคคล ผมคงต้องแจ้งข้อหาบุกรุกและส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. อำเภอใกล้เคียงมารับตัวไปคุยกันที่โรงพักแทนนะครับ" ลุงประเสริฐหน้าถอดสีไปวูบหนึ่งเมื่อเจอรัศมีคุกคามของอดีตนายทหารหนุ่ม แต่เพราะความโลภบังตาและมั่นใจว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า จึงรีบเชิดหน้าขึ้นแล้วแค่นเสียงฮึดฮัด "ขู่พวกเราไปก็เท่านั้นแหละไอ้ทหารกระจอก! แกคิดว่าเอกสารในมือพวกฉันมันปลอมหรือไง?" ลุงประเสริฐชูแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือขึ้นสูง "นี่คือพินัยกรรมฉบับสุดท้ายและหนังสือมอบอำนาจที่พ่อของลินดาก่อนตายเซ็นยกมรดกทั้งหมดให้ตระกูลเราดูแล ลินดา... แกมันอกตัญญู คิดจะฮุบสมบัติของพ่อแม่กินคนเดียว แกเตรียมตัวขึ้นศาลรับข้อหายักยอกทรัพย์ได้เลย!" บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงชั่วขณะ ลมพัดโชยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกคาโมมายล์จากแปลงเพาะปลูกใกล้เคียง ลินดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอยกมือขึ้นปัดเศษใบไม้บนเสื้อของสามีเบาๆ ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับคนทั้งคู่ด้วยท่าทีเยือกเย็น "พินัยกรรมฉบับนั้น... เซ็นวันที่เท่าไหร่หรือครับ ลุงประเสริฐ?" ลินดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ป้าสมศรีหัวเราะในลำคอ "หึ! อยากรู้ใช่ไหมล่ะ? วันที่สิบห้าเดือนตุลาคมปีก่อน... วันที่พ่อแกนอนป่วยหนักอย่างไรล่ะ แกจำไม่ได้หรือไงว่าตอนนั้นแกถูกกีดกันไม่ให้แม้แต่จะเข้าเยี่ยม!" ลินดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้สองสามีภรรยาถึงกับขนลุกซู่โดยไร้สาเหตุ เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมา ปลดล็อกหน้าจอด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะกดปุ่มเล่นไฟล์เสียงที่บันทึกไว้ในระบบคลาวด์อย่างปลอดภัย *("...เฮ้ย ประเสริฐ มึงแน่ใจนะว่าปลอมลายเซ็นไอ้แก่ชงเนี่ยเนียนพอ? ถ้าลินดามันรู้เข้า เราจะซวยเอา..." เสียงของป้าสมศรีดังชัดเจนแจ่มแจ้งผ่านลำโพงโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบ)* *(“เอาน่า สมศรี! ไอ้แก่ใกล้ตายแบบนั้นมันจำอะไรไม่ได้หรอก ลายเซ็นนี้กูฝึกเขียนตามจนเหมือนเป๊ะ ถ้าเราได้โฉนดแปลงนี้มา หนี้สินในบ่อนของลูกชายเราก็เคลียร์ได้หมด แถมยังมีเงินเหลือไปซื้อรถใหม่อีกคันสบายๆ!” เสียงลุงประเสริฐหัวเราะอย่างอารมณ์ดีตอบกลับมาอย่างไม่เกรงกลัวบาปกรรม)* ไฟล์เสียงความยาวสองนาทีเศษถูกเล่นจนจบลง ท่ามกลางสีหน้าที่แปรเปลี่ยนจากความมั่นใจกลายเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษสา ป้าสมศรีอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ส่วนลุงประเสริฐถึงกับขาอ่อนแรง เกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้นดิน หากไม่คว้าเสาประตูรั้วเอาไว้เสียก่อน "เสียงนี้คุ้นหูดีไหมครับ?" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "หลักฐานชิ้นนี้ถูกส่งตรงไปยังสถานีตำรวจและทนายความประจำอำเภอเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่พวกท่านยังไม่ออกเดินทางมาที่นี่เสียด้วยซ้ำ" "นะ... นังตัวดี! แกอัดเสียงพวกฉันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" ป้าสมศรีแผدเสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามจะพุ่งเข้ามาตะกุยรั้วเหล็กด้วยความโกรธแค้น "แกมันนางปีศาจ! คายความลับมานะยะ ไม่งั้นฉันจะประจานให้พวกชาวบ้านรู้ว่าพวกแกมันเลวระทมแค่ไหน!" ลินดาถอยหลังมาหนึ่งก้าว ยืนเคียงข้างสามีด้วยท่าทีสง่างาม เธอปรายตามองญาติผู้พี่ที่กำลังดิ้นรนด้วยความสิ้นหวังอย่างสมเพชเวทนา "คนเราทำกรรมอันใดย่อมได้รับผลกรรมอันนั้น การที่พวกท่านพยายามสูบเลือดสูบเนื้อคนในครอบครัวมาตลอดหลายปี มันมากพอแล้วล่ะครับ/ค่ะ... เอ่อ ขออภัยครับ มันมากพอแล้วครับ" ลินดาปรับคำพูดตามสำนวนของสามีที่ยืนยิ้มมุมปากให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เธอกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาปลอมแปลงเอกสารและพยายามฉ้อโกงได้เลยครับ เจ้าหน้าที่คงไปหาท่านถึงบ้านเร็วกว่าที่คิด" ป้าสมศรีและลุงประเสริฐหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อตระหนักได้ว่าครั้งนี้พวกตนไม่ได้เผชิญหน้ากับเด็กสาวอ่อนต่อโลกอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังเหยียบย่างเข้าสู่กับดักที่ถูกวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งคู่ลนลานหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีออกไปจากหน้าไร่ด้วยความทุลักทุเล ท่าเสียงร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนกดังแว่วไกลออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลับตา ศิลามองตามร่างทั้งสองที่วิ่งหนีหางจุกตูดก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาขึ้นมาจູບเบาๆ ที่หลังมือ "ภรรยาผมเก่งจริงๆ จัดการปัญหาได้เฉียบขาดสมเป็นเชฟมือทองและนักธุรกิจหญิงแห่งไร่สวนสุขสำราญเลยนะครับ" "ถ้าไม่ได้สามีคอยสนับสนุนและยืนหยัดเคียงข้าง แผนการตลบหลังนี้คงไม่ราบรื่นขนาดนี้หรอกค่ะ... เอ้ย! ครับ" ลินดาหัวเราะคิกคักแก้เขินเมื่อเผลอใช้คำติดปากเดิมออกไป ทั้งสองส่งยิ้มให้กันด้วยความอบอุ่นหัวใจ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงบรรยากาศแสนรื่นรมย์ของวิถีสโลว์ไลฟ์ที่พวกเขาสร้างร่วมกัน ทว่า... ในจังหวะที่ความสงบสุขกำลังโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็แผดเสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน เขากดรับสายด้วยสีหน้าปกติ แต่เพียงไม่กี่วินาทีถัดมา ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ลินดาสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "มีอะไรหรือเปล่าคะ... เอ้ย! ครับพี่ศิลา?" ศิลาลดโทรศัพท์ลงช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขามองหน้าภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลระคนประหลาดใจ "ปลายสายคือสารวัตรสถานีตำรวจภูธร..." ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาด้วยความเคร่งเครียด "เขาบอกว่า... เพิ่งได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่บ้านพักของป้าสมศรี และในกองเพลิงนั้น... เจ้าหน้าที่พบร่างของบุคคลนิรนามที่ถูกเผานั่งยางจนจำสภาพไม่ได้ พร้อมกับจดหมายผนึกผนึกชื่อถึง... 'ลินดา' โดยเฉพาะ" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%