หย่าให้ไกล...อย่าให้จำ•ตอนที่ 2

ก้าวออกจากกรงทอง

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้เนื้อดีดังขึ้นเบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดทึบด้วยม่านกันแสงสีเข้ม คิรากรยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพถ่ายในกรอบไม้บนโต๊ะทำงานของลันตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับสมองและสองตาปฏิเสธที่จะประมวลผลสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า "นั่น... รูปใคร?" คำถามเดิมถูกเอื้อnเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย ทว่าลันตากลับไม่ตอบ เธอเพียงแต่เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริกด้วยความหวาดหวั่นระคนระมัดระวัง เด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบในชุดกระโปรงลายดอกไม้เล็กๆ ขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือป้อมๆ เอื้อมไปควชายเสื้อของมารดาที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้องพอดี รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจของเธอหล่นวูbyไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่เห็นสายตาคมกริบของอดีตสามีพุ่งตรงมาที่ลูกสาว และหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันออกมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน ความเงียบเข้าปกคลุมราวกับอากาศในห้องถูกสูบออกจนหมดสิ้น คิรากรหันขวับมามองรินรดา รังสีความเย็นชาที่เขาเคยใช้กดทับเธอมาตลอดหลายปีในฐานะสามีที่ไร้เยื่อใยบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนสับสน ดวงตาคู่นั้นกวาดมองรินรดาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไล่เรื่อยมายังเด็กหญิงตัวน้อยที่ซุกกายอยู่หลังร่างโปร่งบาง "ริน..." เสียงของเขาเค้นลอดไรฟัน "นี่มันหมายความว่ายังไง?" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอก้าวเข้าไปยืนบังร่างของลูกสาวไว้ครึ่งหนึ่ง แม้เรียวขาจะสั่นเทาด้วยความกลัวลึกๆ แต่แววตาที่มองตอบชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความหวาดหวั่นอย่างที่เคยเป็น "มันไม่มีอะไรต้องอธิบายค่ะ... เอ่อ, ไม่มีอะไรต้องอธิบายครับ" เธอเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบแก้เกมด้วยการเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน... ของผม... เอ๊ย ของฉันค่ะ—ของดิฉันค่ะ!" ความตื่นตระหนกทำให้เธอพูดติดขัดไปชั่วขณะ แต่รินรดาก็รีบดึงความนิ่งสงบกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว "คุณหมดสิทธิ์ที่จะก้าวก่ายชีวิตฉันแล้วนะคิรากร ใบหย่าเราเซ็นกันไปเรียบร้อยแล้ว" คิรากรก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าว แรงกดดันจากตัวตนของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัด "หย่าเหรอ? ใช่... เราหย่ากันแล้ว แต่เด็กคนนี้... อายุสามขวบ นั่นหมายความว่าตอนที่เรายังอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน เธอดำรงสถานะเป็นภรรยาของผม!" เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ "และเด็กคนนี้... หน้าตาชัดเจนเสียยิ่งกว่าใบตรวจ DNA เสียอีก รินรดา! เธอท้องตอนไหน? ทำไมผมถึงไม่เคยรู้เลย!" "คุณจะมารู้ทำไมล่ะคะ ในเมื่อตอนนั้น... สำหรับคุณแล้ว ฉันมันก็แค่ก้อนอากาศที่ไร้ตัวตน" รินรดาแค่น1ยิ้มหยันให้กับความเจ็บปวดในอดีตที่พรั่งพรูขึ้นมาในอก "วันที่ฉันพยายามจะบอกคุณเรื่องนี้ เป็นวันที่คุณเลือกจะดินเนอร์ฉลองวันเกิดกับเลขาฯ ของคุณ วันที่ฉันปวดท้องจนแทบขาดใจโทรหาคุณ คุณตัดสายเพราะติดประชุมโปรเจกต์ร้อยล้าน... คิรากร เด็กคนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความรักที่คุณเคยใส่ใจ ดังนั้น คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาถามหาความเป็นพ่อจากแก!" คำพูดทุกคำเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคิรากร ชายหนุ่มหน้าชาดิก ความทรงจำในอดีตที่เขาเคยละเลยและมองข้ามภรรยาตัวเองอย่างเลือดเย็นย้อนกลับมาทุบตีเขาอย่างสาสม เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววออดอ้อนและรอคอยความรักจากเขา บัดนี้มันว่างเปล่า เย็นชา และแข็งกร้าวเกินกว่าที่เขาจะเข้าถึง "แต่ฉัน... เอ่อ ฉันเป็นพ่อเด็กนะริน" คิรากรพยายามปรับน้ำเสียงให้软ลงอย่างยากเย็น เขาไม่เคยต้องง้องอนใคร ไม่เคยต้องอธิบายอะไรกับใคร แต่วินาทีนี้ ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย ทำให้หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตเกิดรอยร้าวขึ้นมาอย่างจัง "ขอฉัน... ขอฉันคุยกับแกหน่อย" "อย่าแม้แต่จะแตะต้องลูกฉัน!" รินรดาผวาก้าวถอยหลังพร้อมกับดึงลันตามาหลบไว้ข้างหลังมิดชิด ความหวาดระแวงฉายชัดผ่านแววตา "เราตกลงกันแล้วว่าจะต่างคนต่างอยู่ คุณมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคุณไป ส่วนฉันกับลูก... เราเริ่มต้นชีวิตใหม่กันได้แล้วโดยไม่มีคุณ และขอร้องล่ะ... อย่าเข้ามาวุ่นวายกับเราอีกเลย" พูดจบ รินรดาก็ก้มลงอุ้มลันตาขึ้นแนบอกด้วยความรวดเร็ว เด็กหญิงตัวน้อยซบหน้าลงกับไหล่บางของมารดาอย่างรู้ความ รินรดาหันหลังให้กับอดีตสามีทันทีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองเสี้ยวหน้าคมคายที่กำลังซีดเผือดและเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ดังชัดเจนในความรู้สึกของคิรากร เขายืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความเงียบงันและกลิ่นอายน้ำหอมจางๆ ของรินรดาลอยวนอยู่ในอากาศ ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างคนหมดแรง สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องที่เคยเป็นของเธอ จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ตกอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ซึ่งถูกลมพัดปลิวออกมาจากกองเอกสารเก่า คิรากรก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านตัวอักษรและตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนเอกสารทางการแพทย์... มันคือใบรับรองแพทย์และผลการวินิจฉัยโรคเมื่อสามปีก่อน ระบุชัดเจนว่ารินรดามีภาวะ "ครรภ์เป็นพิษขั้นรุนแรง" และเกือบเอาชีวิตไม่รอดในวันที่เธอพยายามติดต่อเขาเป็นครั้งสุดท้าย! และที่มุมล่างสุดของเอกสาร มีบันทึกเพิ่มเติมด้วยลายมือชื่อของแพทย์หญิงท่านหนึ่ง ที่เขียนเตือนไว้ตัวโตๆ ว่า— *"คนไข้มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียความทรงจำระยะสั้น หากได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรงซ้ำอีก"* คิรากรช็อกค้าง ลมหายใจของเขาสะดุดกึกลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... รินรดาไม่ได้แค่หนีเขาไปเพราะความโกรธเกลียด แต่เธออาจจะเกือบตายด้วยน้ำมือของความเย็นชาของเขาเอง! ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้ตั้งสติเพื่อวิ่งตามอดีตภรรยาออกไป เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกขึ้นมาสามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขาฯ ส่วนตัวที่เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก "ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาฯ หนุ่มหอบหายใจโยนกระดาษอีกแผ่นลงบนโต๊ะตรงหน้าคิรากร "มีคนส่งพัสดุนิรนามมาถึงคุณ... มันคือผลตรวจ DNA ฉบับจริงที่ระบุความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเด็กหญิงลันตา... และ... และตอนนี้ สำนักข่าวบันเทิงกำลังเล่นข่าวใหญ่ว่านักธุรกิจหมื่นล้านซุกเมียลับกับลูกสาววัยสามขวบ หน้าประตูบริษัทตอนนี้ นักข่าวแห่กันมาออกันเต็มไปหมดแล้วครับ!" ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล...อย่าให้จำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%