เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์หวงก้าง•ตอนที่ 1

ยินดีที่ได้รู้จัก...ในฐานะคู่ปรับ

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าโปรเจกต์นี้พัง... ฉันว่าเราควรเริ่มจากการสืบสวนหาคนวางระเบิดในทีมก่อนดีกว่าค่ะ ว่าไหมคะ?" น้ำเสียงติดจะเยาะหยันเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบ ที่ซึ่งแรงดันอากาศดูจะต่ำกว่าปกติจนเกือบหายใจไม่ออก ลลินสะบัดหน้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ปอยผมดัดลอนคลื่นธรรมชาติสะท้อนกับแสงไฟนีออนสีขาวโพลน ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองผู้บริหารระดับสูงรอบโต๊ะกระจกยาว ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม เขาคือ 'คินน์' วิศวกรควบคุมงานโครงสร้างมือหนึ่งของบริษัท ผู้ได้ชื่อว่าหยิ่งยโสและเนี๊ยบยิ่งกว่าไม้บรรทัดเหล็ก "ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณทำหน้าที่วิเคราะห์งานได้ดีเท่ากับปากที่กำลังขยับ โปรเจกต์ 'The Luminary' คงไม่ต้องมานั่งเสียเวลารื้อแบบใหม่ตั้งแต่ฐานรากแบบนี้หรอกครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีผมลืมไปว่าสถาปนิกบางคนถนัดแค่วาดวิมานในอากาศ แต่ไม่เคยลงมาเหยียบพื้นคอนกรีตจริงๆ" คินน์สวนกลับทันควันโดยแทบไม่ต้องรอให้ลหายใจเข้า น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้อารมณ์ แต่ทุกถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแววดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง ลลินจิกเล็บลงบนฝ่ามือใต้โต๊ะจนเจ็บแปลบ เธอกลืนก้อนสะอื้นแห่งความโมโหลงคอไปอย่างยากเย็น ผู้ชายคนนี้... เจอหน้ากันครั้งแรกในฐานะหัวหน้าทีมวิศวกรคู่บุญของโปรเจกต์ร้อยล้าน แต่เขากลับเลือกที่จะเปิดฉากด้วยการเหยียบย่ำไอเดียของเธอต่อหน้าบอร์ดบริหารโดยไม่ไว้หน้าเลยสักนิด "วิมานในอากาศอะไรกันคะคุณคินน์? ถ้าไม่มีไอเดีย 'วิมาน' ของฉัน โครงสร้างเหล็กกล้าพันล้านของคุณก็เป็นได้แค่เศษเหล็กขึ้นสนิมกลางกรุงเท่านั้นแหละค่ะ! อย่าเอามาตรฐานสมองที่คิดแค่เรื่องเหล็กเส้นกับปูนซีเมนต์มาตัดสินงานศิลปะที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณเลยค่ะ มันเสียเวลาทำมาหากิน" เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะประชุม บอร์ดบริหารหลายคนเริ่มทำหน้าไม่ถูกเมื่อสงครามประสาทระหว่างสถาปนิกสาวสายมั่นกับวิศวกรหนุ่มสายเนี๊ยบปะทุขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มวาระแรกของการประชุม คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างผ่อนคลาย ทว่าแววตากลับคมปลาบยิ่งกว่าเดิม "จิตวิญญาณเหรอครับ? เสียดายจังที่ตึกของคุณมันดันออกแบบให้ทางหนีไฟแคบเกินไปสามเซนติเมตร ถ้าไฟไหม้ขึ้นมาจริงๆ จิตวิญญาณที่ว่าคงได้กลายเป็นควันลอยขึ้นฟ้าไปก่อนใครเพื่อน... คุณลลินครับ นี่คือโลกธุรกิจ ไม่ใช่แกลเลอรีแสดงงานศิลปะอนุบาลหนار กรุณาใช้สมองส่วนที่มีรอยหยักมากกว่านี้หน่อยเถอะครับ ผมไม่อยากทำงานร่วมกับคนสวยที่เก่งแต่เถียงข้างๆ คูๆ" "นี่คุณ!" ลลินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวตบลงบนโต๊ะประชุมเสียงดังสนั่นจนเอกสารกระดาษฟุ้งกระจาย ความอดทนของเธอขาดผึ่งลงตรงนั้น "ถ้าปากของคุณมันว่างมากนัก ทำไมไม่เอาเวลาไปตรวจทานความลาดเอียงของฐานรากที่กำลังจะถล่มลงมาทับอนาคตบริษัทดีกว่ามานั่งวิจารณ์งานของฉันคะ! คนอะไร... ปากจัดยิ่งกว่าป้าข้างบ้าน เสียแรงหมดศรัทธากับชื่อเสียงวิศวกรมือหนึ่ง!" "ก็นั่งมองคนปากเก่งแถจนสีข้างถลอกอยู่แบบนี้ไงครับ ถึงได้เพลินจนลืมเวลา... นั่งลงเถอะครับคุณลลิน ทุกคนเขามองความไร้รational ของคุณจนตลกกันหมดแล้ว" คินน์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ สายตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีประเมินค่า ซึ่งยิ่งทำให้ลลินแทบอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนลลินรู้สึกอึดอัด เธอยืนจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ขณะที่คินน์ยังคงนั่งไขว่ห้างส่งยิ้มเยาะเย็นชาส่งกลับมาให้ราวกับกำลังมองแมวตัวน้อยที่พยายามจะข่วนเสือโคร่ง ก่อนที่สงครามน้ำลายรอบที่สองจะเริ่มต้นขึ้น ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับการก้าวเข้ามาของประธานกรรมการบริหารผู้ทรงอิทธิพล พร้อมด้วยชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทร่วมสมัยอีกคนที่ลลินไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นที่นี่ "ขอโทษที่มาสายครับ... พอดีผมแวะไปดูหน้างานจริงของ 'The Luminary' มาก่อน" น้ำเสียงนุ่มทุบทำลายความเงียบงันลงสิ้นเชิง ลลินชะงัก เธอกลืนคำด่าที่กำลังจะพุ่งออกจากปากกลับลงไปในลำคอเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่ ดวงตาคู่นั้นคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใคร... แฟนเก่าที่เพิ่งบอกเลิกเธอไปเมื่อสามเดือนก่อน และตอนนี้เขากลับยืนอยู่ในฐานะ 'ที่ปรึกษาพิเศษ' ของโปรเจกต์นี้ คินน์ที่เคยนั่งนิ่งมาตลอด หันขวับไปมองผู้มาใหม่เช่นกัน รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของวิศวกรหนุ่มเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความระแวงและคุกคามอย่างเห็นได้ชัด จังหวะนั้นเอง คินน์เอื้อมมือมาคว้าข้อมือของลลินที่ยังคงยืนค้างอยู่เอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่กุมไว้มั่นจนเธอสะดุ้งสุดตัว ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนไหล่กว้างเกือบแนบชิดกับเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกพร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังชิดริมหูจนขนลุกซู่ "หุบปากแล้วนั่งลงซะ... ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะได้รู้ว่านอกจากปากจัดแล้ว ผมยังทำเรื่องบ้าๆ อะไรได้อีกบ้างในห้องประชุมนี้" ลลินหันขวับไปมองเขา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าใบหน้าของคินน์อยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่แก้มสาก และในเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ประธานกรรมการเอ่ยชื่อบุคคลที่สามขึ้นมาเสียงดังลั่นห้อง **"ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จัก... ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุนคนใหม่ ที่จะเข้ามาคุมโปรเจกต์นี้ร่วมกับคุณคินน์และคุณลลินครับ"** ดาวตกคืนคริสต์มาสขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินปนแซ่บในตอนแรกนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%