กลิ่นอายของยาซิ่นจันทร์ดับที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืด ไม่ได้ทำให้สัญชาตญาณของศัลยแพทย์มือหนึ่งแห่งยุคแปดสิบตื่นตระหนกแม้แต่น้อย หากแต่กระตุ้นให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด
หลินซูเหยาปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ ท่ามกลางม่านมุ้งแพรไหมสีชาดที่ทิ้งตัวลงมาคลุมเตียงนอนแกะสลักลวดลายวิจิตร ภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนไม้ฮวาหลีและกลิ่นอายโบราณอันน่าอึดอัด สิ่งแรกที่ปรากฏในคลองจักษุไม่ใช่เพดานห้องผ่าตัดหรือเสียงชีพจรมอนิเตอร์ที่เธอคุ้นเคย หากแต่เป็นเงาร่างบอบบางของสาวใช้คนสนิทที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า บนถาดกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามในมือของอีกฝ่าย มีจอกสุราอุ่นกรุ่นไอร้อนคุกกรุ่น ซึ่งนางรู้ดีแก่ใจว่ามันหาใช่สุราเพื่อการผ่อนคลายไม่
"พระชายา... ถึงเวลาเสวยยาถอนพิษแล้วเพคะ" เสียงของสาวใช้นามว่าชุนฮวาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ สองมือที่ประคองถาดสั่นระริกจนจอกสุรากระทบกันเบาๆ เกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบงันยามวิกาล
ซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางป้องศอกขึ้นยันกายลุกขึ้นพิงกับหัวเตียง ปล่อยให้เรือนผมยาวสยายดั่งแพรไหมสีดำสนิทเคลียอยู่บนลาดไหล่บอบบาง ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองสำรวจบรรยากาศรอบกายอย่างรวดเร็วและแม่นยำ สมองที่ผ่านเคสผ่าตัดความเป็นความตายมานับร้อยเคสประมวลผลสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างเยือกเย็น ร่างนี้ไม่ใช่ของนาง... หรือจะพูดให้ถูกคือ นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ 'หลินซูเหยา' พระชายาเอกผู้ถูกทอดทิ้งแห่งจวนรกร้างแห่งนี้ สตรีผู้มีชะตากรรมน่าอนาถ ถูกตราหน้าว่าเป็นสายลับตระกูลขุนนางฝ่ายตรงข้าม และกำลังจะถูกกำจัดด้วยน้ำมือของสามีในนามอย่าง 'จ้าวเฟยหรง' ท่านอ๋องผู้เย็นชาไร้หัวใจ
"ยาถอนพิษ หรือว่า... ยาส่งวิญญาณกันแน่ ชุนฮวา"
น้ำเสียงของซูเหยาราบเรียบ ทว่าทรงพลังและเฉียบคมจนคนฟังถึงกับเข่าทรุด ชุนฮวาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมปักลาย หยากน้ำตาคลอหน่วยเบ้าด้วยความหวาดกลัว
"พระชายา... บ่าว... บ่าวไม่มีทางเลือก นายท่าน... เอ่อ ท่านอ๋องทรงมีรับสั่ง..."
"มีรับสั่งให้ข้าตายอย่างเงียบๆ เพื่อที่พระองค์จะได้สมรสใหม่กับบุตรีเสนาบดีหลี่อย่างสมบูรณ์แบบสินะ" ซูเหยาต่อประโยคให้ด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก นางก้าวลงจากเตียงช้าๆ แม้เรียวขาจะยังไร้เรียี่ยวแรงจากการถูกวางพิษเรื้อรังมาก่อนหน้านี้ แต่แววตากลับเปล่งประกายความดื้อรั้นและทรนงจนสาวใช้ไม่กล้าสบตา "ช่างเป็นบุรุษที่ไร้หัวใจและใจแคบเสียจริง แต่น่าเสียดาย... ข้ายังตายไม่ได้ ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้ข้าฟื้นขึ้นมาทั้งที ข้ายังไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายในยุคที่ทองคำยังมีค่ามากกว่าชีวิตคนด้วยซ้ำ จะให้มาตายเพราะน้ำมือของท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งคนเดียวได้อย่างไรกัน"
ชุนฮวาส่ายหัวน้ำตานองหน้า "พระชายาอย่าตรัสเช่นนั้นเลยเพคะ ดื่มเสียเถอะนะเพคะ จะได้ไม่ต้องทรมานอีก..."
"เจ้าเก็บน้ำตาไว้สงสารตัวเองเถอะ ชุนฮวา" ซูเหยาเอื้อมมือไปจับขอบจอกสุราในมือสาวใช้ ปลายนิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบสัมผัสโดนผิวเซรามิก นางไม่ได้ปัดมันทิ้ง แต่กลับดึงเข้ามาใกล้จมูกเพื่อสูดดมกลิ่นอายของสมุนไพร กลิ่นหอมหวานปนฉุนกานพลูและรากอี้เหริน... หึ ช่างเป็นสูตรยาพิษโบราณที่ประณีตเสียนี่กระไร หากเป็นหลินซูเหยาคนเก่าคงดื่มลงไปโดยไม่สงสัย แต่นางคือศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาและการแพทย์แผนปัจจุบัน การจะแยกแยะตัวยาเหล่านี้จึงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับการพลิกฝ่ามือ
"พระชายา!" ชุนฮวาหวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นซูเหยาทำท่าจะยกจอกขึ้นจิบ
ทว่า ในวินาทีที่จอกสุราบดบังริมฝีปากอิ่ม ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ของห้องนอนก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยพลังภายในอันรุนแรง!
*โครม!*
เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง ลมพายุยามค่ำคืนพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวเทียนในห้องไหววับ ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรดิ้นทองก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น บรรยากาศรอบกายเยือกเย็นดุจภูเขาน้ำแข็งขั้วโลก แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาคุกคามมองตรงมาที่เตียงนอน รังสีสังหารแผ่ซ่านกดทับจนชุนฮวาหมอบกราบลงกับพื้นแทบไม่กล้าหายใจ
จ้าวเฟยหรง... ท่านอ๋องผู้เหี้ยมโหดแห่งแคว้น ปรากฏกายขึ้นกลางยามวิกาลเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
"ดูท่า... เจ้าจะร้อนรนอยากพบยมบาลเสียเหลือเกินนะ หลินซูเหยา" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เยียบเย็นและไร้ซึ่งความปรานี ดวงตาคู่คมจดจ้องมองจอกสุราในมือของนางราวกับจะแผดเผาให้เป็นจุล "ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะดื่มมันด้วยตัวเอง ข้าก็จะไม่ขัดศรัทธา"
ซูเหยาชะงักมือที่ถือจอกเล็กน้อย นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าท้าทายผุดขึ้นที่ริมฝีปากบาง นางไม่ได้หวาดกลัวต่อรัศมีน่าสะพรึงกลัวของเขาแม้แต่น้อย กลับหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกขัน
"ท่านอ๋องเสด็จมาดึกดื่นเช่นนี้ หรือเกรงว่าหม่อมฉันจะตายช้าเกินไปจนทำให้ท่านอุ่นเตียงกับอนุภรรยาคนโปรดไม่เป็นสุขกันเพคะ?" ซูเหยาเอ่ยยั่วเย้าอย่างไม่เกรงกลัวความตาย พลางหมุนจอกสุราในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์ "แต่ช้าก่อน... สุราจอกนี้ หากหม่อมฉันดื่มเข้าไป เกรงว่าท่านจะได้กลายเป็นม่ายขันหมากก่อนที่จะได้แต่งตั้งชายาใหม่เสียกระมัง เพราะหม่อมฉันจะลากวิญญาณท่านไปลงทัณฑ์ในนรกด้วยกันอย่างแน่นอนเพคะ"
จ้าวเฟยหรงหรี่ตาลงเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ นี่น่ะหรือสตรีขี้ขลาดตาขาวที่เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ เหตุใดแววตาคู่คมคู่นั้นถึงได้เปล่งประกายความท้าทายและเจ้าเล่ห์เพทุบายราวกับพยัคฆ์สาวเช่นนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางสายตาของทั้งสองคนที่ประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ก่อนที่จ้าวเฟยหรงจะทันได้ก้าวเข้าไปประชิดตัวและยื้อแย่งจอกสุราในมือของนาง เสียงฝีปากเร่งรีบขององครักษ์ประจำตัวก็ดังแทรกขึ้นจากนอกประตูเรือน พร้อมกับม้วนกระดาษประทับตราลับสีชาดที่ถูกชูขึ้นเหนือหัว
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! ด่วนที่สุด! พระราชโองการลับจากฮ่องเต้... สั่งปลดการเนรเทศ และแต่งตั้งให้พระชายาหลินซูเหยาเป็น 'ผู้บัญชาการหน่วยแพทย์หลวงพิเศษ' ทันทีพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวเฟยหรงชะงักกุนซือหนุ่มที่กำลังจะก้าวเข้ามา มือหนาที่เอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือของซูเหยาค้างกลางอากาศ ทันทีที่ได้ยินพระราชโองการฉบับนั้น ดวงตาคมกริบของท่านอ๋องก็ฉายแววตื่นตะลึงระคนความระแวงสงสัยขึ้นมาวูบหนึ่ง
ซูเหยาหรี่ตามองหน้าสามีผู้เยือกเย็น รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นที่มุมปาก นางค่อยๆ วางจอกสุราพิษลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเย้ายวนใจ
"ดูท่า... ท่านอ๋องคงต้องเก็บดาบเล่มนั้นไว้ก่อนแล้วกระมังเพคะ เพราะตอนนี้... ชีวิตของหม่อมฉัน มีค่ามากกว่าบัลลังก์ที่ท่านกำลังแย่งชิงเสียอีก"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามาด้วยกันในตอนแรกนี้นะคะ
ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นในร่างที่ถูกทอดทิ้ง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!