เศษผงเหล็กสีเทาหม่นร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินปูนหยาบกร้าน ส่งเสียง *แกรก* แผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่ม กลิ่นอายของโลหะหลอมเหลวและกำมะถันคละคลุ้งอบอวลอยู่ในโรงตีเหล็กขนาดเล็กปลายสุดมุมอับของเมืองเริ่มต้น “อีเทอร์เนีย” (Eternia) โลกเสมือนจริงที่ถูกขนานนามว่าเป็นบ้านหลังที่สองของมนุษยชาติ
คณินขยับข้อมือขวาที่มีรอยแผลเป็นจางๆ จากโลกแห่งความเป็นจริงเล็กน้อย ก่อนจะตวัดค้อนเหล็กกล้าคาร์บอนน้ำหนักสิบห้ากิโลกรัมลงบนเนื้อเหล็กสีแดงฉานตรงหน้าอีกครั้ง *เปร้ง!* ประกายไฟสีส้มสว่างวาบสะท้อนนัยน์ตาสสีดำสนิทที่ฉายแววความดุดันและมุ่งมั่นอย่างไร้ที่ติ
สำหรับคนอื่น *Eternia* คือดินแดนแฟนตาซีที่พวกเขาเข้ามาเพื่อเสาะหาชื่อเสียง เกียรติยศ และเงินตราผ่านการล่ามอนสเตอร์หรือพิชิตดันเจี้ยนระดับสูง แต่สำหรับคณินแล้ว ที่นี่คือสมรภูมิแห่งการล้างแค้น... สมรภูมิที่เขาถูก “กิลด์ราชันย์อัคคี” หักหลัง ขโมยแปลนอาวุธระดับตำนานที่เขาใช้เวลาแรมปีวิจัย และถีบส่งเขาร่วงหล่นลงมาสู่จุดต่ำสุดอย่างไร้เยื่อใย
“อุณหภูมิของเหล็กยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว แรงเหวี่ยงในจังหวะที่สามเมื่อครู่เร็วเกินไปเจ็ดเปอร์เซ็นต์นะคณิน ถ้าฝืนตีขึ้นรูปตอนนี้ โครงสร้างผลึกโลหะจะเกิดรอยร้าวระดับโมเลกุลทันที”
เสียงหวานใสแต่ราบเรียบเย็นชาดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คณินไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ลภัส หรือในโลกเสมือนคือ “AegisStrategy” นักวางแผนสาวผู้เปรียบเสมือนมันสมองและสหายเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา แม้ในวันที่เขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้วก็ตาม
ลภัสก้าวเท้าพ้นจากเงาน้ำ The Hearthlight คบเพลิงเวทมนตร์สีฟ้าอ่อนเผยให้เห็นร่างเพรียวบางในชุดคลุมนักเดินทางสีเทาเข้ม นัยน์ตาสีเทาคู่สวยกวาดมองแผ่นโลหะตรงหน้าด้วยความแม่นยำดั่งตารางคำนวณ เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบค่าสถานะของวัตถุดิบผ่านหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“ฉันไม่ได้ทำเล่นๆ นะลภัส” คณินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาของเขาไม่ได้ละไปจากชิ้นงาน “เหล็กกล้าชิ้นนี้... คือก้าวแรกที่จะพาเราปีนกลับขึ้นไปเหยียบหัวพวกมัน”
“ความแค้นเป็นเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมในการขับเคลื่อนแรงใจ แต่ถ้าใช้มันอย่างไร้สติ ค้อนในมือคุณก็จะหักคามือเสียก่อนที่ดาบเล่มนั้นจะได้ลิ้มรสเลือดของศัตรู” ลภัสกล่าวเตือนสติด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เธอหยิบม้วนกระดาษแผนที่ยุทธศาสตร์ขึ้นมาคลี่ดู ข้อมูลตัวเลขและกราฟแสดงความผันผวนของตลาดประมูลภายในเกมไหลผ่านนัยน์ตาของเธออย่างรวดเร็ว “ข้อมูลล่าสุดจากตลาดกลาง ราคาแร่ ‘โบลิดีน’ พุ่งสูงขึ้นสามร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ กิลด์ใหญ่กำลังกว้านซื้อวัตถุดิบทั้งหมดเพื่อเตรียมเปิดผนึกดันเจี้ยนระดับจักรพรรดิ ‘วิหารมังกรทมิฬ’ ในอีกสามวันข้างหน้า”
คณินหยุดมือที่ถือค้อน เขาหันมาสบตากับหญิงสาว แววตาคมกริบสะท้อนประกายไฟจากเตาหลอม “พวกมันกำลังเร่งสร้างยุทโธปกรณ์เพื่อกุมความได้เปรียบเบ็ดเสร็จ...”
“ใช่ และนั่นคือโอกาสของเรา” มุมปากของลภัสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่นักวางแผนมักใช้ยามเมื่อหมากบนกระดานเริ่มเดินไปตามทิศทางที่เธอคาดการณ์ไว้ “กิลด์ราชันย์อัคคีอาจจะคิดว่าคุณเป็นแค่เศษสวะช่างตีเหล็กเลเวล 1 ที่ไม่มีพิษภัยอะไรหลงเหลืออยู่ แต่พวกเขาประเมินค่าความรู้เรื่องโครงสร้างธาตุและการจัดวางสมดุลแรงโน้มถ่วงทางฟิสิกส์ของคุณต่ำเกินไป คณิน... ดาบที่คุณกำลังหลอมอยู่นี้ ไม่ใช่แค่อาวุธธรรมดาใช่ไหม?”
คณินไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขากลับหันไปหยิบถังน้ำยาหล่อเย็นสมุนไพรป่าผสมเกล็ดมังกรน้ำตื้นขึ้นมาเตรียมไว้ สัมผัสเย็นเยียบของขวดแก้วตัดกับความร้อนระอุรอบตัว “มันคือดาบที่จะปฏิเสธกฎเกณฑ์ของระบบเกมนี้” เขากล่าวเสียงเรียบ “ระบบของ *Eternia* ถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นพึ่งพาค่าสถานะและสเตตัสที่ได้จากการอัปเลเวล แต่ถ้าเราสร้างอาวุธที่ใช้หลักการ ‘ความสมบูรณ์แบบทางฟิสิกส์’ เข้าหักล้างล่ะ? อาวุธที่ทะลุทะลวงเกราะป้องกันเวทมนตร์ได้ไม่ใช่เพราะพลังโจมตีสูง แต่เพราะมุมองศาการกระทบทำลายจุดศูนย์ถ่วงของเกราะพังทลายลงในดาบเดียว”
ลภัสพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เธอมองดูชายหนุ่มจุ่มดาบสีแดงฉานลงในน้ำยาหล่อเย็น เสียง *“ฟู่!”* ดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มไอความร้อนสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานโรงตีเหล็ก บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของความเปลี่ยนแปลง
ในโลกของ *Eternia* ช่างตีเหล็กระดับล่างมักถูกมองว่าเป็นเพียงแรงงานไร้ค่าที่มีหน้าที่ซ่อมแซมอาวุธขึ้นสนิมให้กับผู้เล่นสายต่อสู้แลกกับเงินเหรียญทองแดงน้อยนิด แต่นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คณินจะใช้ค้อนในมือขีดเขียนนิยามใหม่ให้กับอาชีพนี้
“จำกัดเวลาภารกิจเริ่มต้นของเมืองหลวงเหลืออีกเพียงสاخชั่วโมง” ลภัสเอ่ยเตือนขณะที่ตรวจสอบเวลาบนหน้าจอระบบ “ถ้าเราต้องการพื้นที่ตั้งร้านค้าประมูลประชิดเขตแดนสงคราม เราต้องรีบส่งมอบอาวุธชิ้นแรกให้ทันก่อนที่ตลาดกลางจะปิดทำการ”
คณินยกดาบยาวเล่มใหม่ขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ตัวดาบมีสีดำสนิทไร้เงา สะท้อนแสงไฟจากเตาหลอมเป็นประกายสีรุ้งจางๆ ลึกลงไปในเนื้อเหล็ก รอยต่อและโครงสร้างถูกตีขึ้นรูปด้วยความประณีตบรรจงจนไร้ที่ติ ไม่มีรอยขรุขระแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีทองอร่ามที่คณินไม่เคยเห็นมาก่อนก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า!
**[ระบบแจ้งเตือนพิเศษ: ค้นพบเงื่อนไขลับระดับตำนาน!]**
**[ท่านได้ทำการหลอม "ดาบไร้พ่ายแห่งปฐพี" สำเร็จเป็นคนแรกในเซิร์ฟเวอร์ด้วยกระบวนการฟิสิกส์บริสุทธิ์]**
**[สถานะอาชีพปัจจุบันของคุณ: 'ช่างตีเหล็กแห่งเจตจำนงอิสระ' (Hidden Class) ได้รับการปลดล็อกสมบูรณ์]**
**[คำเตือนจากระบบ: ไอเทมชิ้นนี้ได้ดึงดูดความสนใจจาก "ผู้ดูแลระบบเงา" และ "ขุมอำนาจปริศนา" นอกอาณาเขต... จงเตรียมรับมือกับการทดสอบครั้งแรก]**
เสียงแจ้งเตือนระบบสิ้นสุดลงพร้อมกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมโรงตีเหล็ก ทันใดนั้น เปลวไฟในเตาหลอมที่ควรจะลุกโชนกลับเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างกะทันหัน อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามขอบหน้าต่าง ลภัสหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันที
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูกระจกบานเก่า มีเงาสودร่างหนึ่งทาบทับลงบนบานประตู พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังสะท้านลึกถึงขั้วหัวใจ...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกไปกับโลกอันร้อนระอุและลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะครับ
*— ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม*
ตีเหล็กกลางสมรภูมิ: เดิมพันจิตวิญญาณหลอมดาบไร้พ่าย•ตอนที่ 1
เสียงค้อนกระทบเหล็กในค่ำคืนแรก
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กกลางสมรภูมิ: เดิมพันจิตวิญญาณหลอมดาบไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
