วาทะรอยร้าวในบทกวีที่ยังไม่จบ•ตอนที่ 21

เสียงสะท้อนจากคนแปลกหน้า

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดสามสิบสองนิ้วสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบอาบไล่กรอบหน้าคมคายของรวิศ ในขณะที่นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ เสียงแจ้งเตือนจากอีเมลของสำนักพิมพ์ดังขึ้นติด ๆ กันสามครั้ง เปรียบเสมือนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดปกติของใครบางคน เขายังไม่ได้เปิดอ่านมันในทันที รวิศเลือกที่จะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีเข้ม หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความเงียบงันในห้องทำงานยามค่ำคืนโอบกอดความกังวลที่สะสมมาแรมเดือน งานเขียนชุดล่าสุด—บทกวีขนาดยาวที่เขาใช้หยาดเหงื่อและเศษเสี้ยวความทรงจำกัดกร่อนออกมา ถูกปล่อยออกสู่สายตาประชาชีเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของสำนักพิมพ์ ร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏชัดบริเวณหางตา แต่สิ่งที่เด่นชัดกว่าคือความนิ่งสงบของผู้ที่เตรียมใจรับมือกับทุกผลลัพธ์แล้ว เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นหน้าห้องทำงาน พร้อมกับจังหวะเคาะประตูสามครั้งตามมารยาท รวิศไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร ประตูไม้เนื้อแข็งถูกผลักให้เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปของภัคพล บรรณาธิการบริหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบขาดและสายตาอันแหลมคมดั่งใบมีด ภัคพลไม่ได้เอ่ยทักทาย เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน กวาดสายตาคมกริบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงค้างหน้าต่างอีเมลไว้ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตากับรวิศ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของอีกฝ่าย ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย หรือรอยยิ้มแห่งชัยชนะ แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ร่วมสงครามที่มองเห็นความสำเร็จบนซากปรักหักพังของความหวาดกลัว "คุณน่าจะลองกดรีเฟรชหน้าจอนั้นดูสักครั้งนะ รวิศ" ภัคพลเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่แฝงกระแสความตื่นเต้นที่ยากจะเก็บซ่อนไว้ "เว็บบอร์ดของสำนักพิมพ์ และพื้นที่สื่อวรรณกรรมตอนนี้... กำลังลุกเป็นไฟด้วยชื่อของคุณ" รวิศลืมตาขึ้น ช้อนสายตาสบกับชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดและคู่ปรับทางอุดมการณ์ แววตาของเขายังคงนิ่งสนิท ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม "ผมไม่ได้คาดหวังเปลวเพลิงหรอกครับ ภัคพล ผมแค่หวังว่าถ้อยคำเหล่านั้นจะไปกระทบโดนก้นบึงในใจใครสักคนก็พอ" "มันมากกว่านั้นเยอะ" ภัคพลวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะ หน้าจอแสดงผลกราฟิกยอดเข้าชมและกระแสวิจารณ์จากนักวิจารณ์อิสระชื่อดังหลายสำนัก "นักวิจารณ์สายอนุรักษ์นิยมที่เคยสაბส่งงานเขียนของคุณเมื่อสามปีก่อน วันนี้กลับเขียนบทความขนาดยาวชื่นชมว่านี่คือ 'เสียงสะท้อนจากคนแปลกหน้า' ที่กล้าหาญที่สุดในรอบทศวรรษ... เขายกย่องว่าคุณคือกระจกเงาที่สะท้อนความจริงอันเน่าเฟะของสังคมออกมาได้อย่างงดงามไร้ที่ติ" รวิศก้มมองตัวเลขบนหน้าจอแท็บเล็ต ยอดดาวน์โหลดและคำวิจารณ์เชิงบวกหลั่งไหลเข้ามาอย่างถล่มทลาย เกินกว่าที่เขาหรือแม้แต่สำนักพิมพ์จะคาดการณ์ไว้ สื่อหลายสำนักเริ่มติดต่อขอสัมภาษณ์พิเศษ ชื่อของรวิศกลับมาอยู่บนพื้นที่สื่อกระแสหลักอีกครั้งในฐานะกวีผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อกระแสสังคม ทว่า... แววตาของรวิศกลับฉายความรู้สึกที่ซับซ้อนกว่าความดีใจ "ความสำเร็จในเชิงพาณิชย์และเสียงชื่นชมเหล่านี้... ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเบาใจขึ้นเลยสักนิด" รวิศเอ่ยขึ้นเบา ๆ น้ำเสียงเจือความขื่นขมเล็กน้อย ขณะประสานมือวางไว้บนตัก "มันแปลกดีนะครับ ภัคพล เมื่อตัวตนด้านที่มืดหม่นที่สุด โดดเดี่ยวที่สุด และเปราะบางที่สุดของเรา กลายเป็นสินค้าขายดีที่ใคร ๆ ก็อยากครอบครอง" ภัคพลหรี่ตามองนักเขียนตรงหน้า ความฉลาดและลึกซึ้งในจิตวิทยาของรวิศมักทำให้เขาต้องทึ่งอยู่เสมอ ภัคพลขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะอีกนิด โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน แววตาทอประกายจริงจัง "คุณกำลังมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า รวิศ" ภัคพลโต้แย้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ศิลปะไม่เคยลดคุณค่าลงเพียงเพราะมีคนเข้าใจมันมากขึ้น สิ่งที่คุณเขียนมันทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนคนอ่านได้ นั่นคือหน้าที่ของกวีไม่ใช่หรือ? หรือคุณอยากจะเขียนบทกวีให้คนอ่านแค่สามคนในห้องใต้หลังคาที่อับชื้นไปตลอดชีวิตกันล่ะ" "บางที... ความจริงอาจจะบริสุทธิ์ที่สุดเมื่อไม่มีใครมองเห็นมันก็เป็นได้" รวิศเงยหน้าขึ้นสบตา บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเยียบเย็น "การที่งานของผมถูกยอมรับในตอนนี้ มันไม่ได้หมายความว่าสังคมเปิดกว้างขึ้นหรอกครับ ภัคพล... แต่มันหมายความว่า เราต่างหากที่ยอมประนีประนอมกับระบบ จนยอมให้บทกวีกลายเป็นเครื่องประดับราคาแพงในห้องรับแขกของพวกเขาไปแล้ว" คำพูดนั้นเฉียบคมราวด้ามมีดที่กรีดลงกลางใจของบรรณาธิการหนุ่ม ภัคพลชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า แววตาไหววับด้วยความรู้สึกที่สะท้อนสะเทือน เขารู้ดีว่าอุดมการณ์ของรวิศนั้นแข็งแกร่งเพียงใด และนั่นคือเสน่ห์อันตรายที่ดึงดูดใจเขามาโดยตลอด ในโลกที่ทุกคนวิ่งตามผลกำไรและตัวเลขยอดขาย มีเพียงรวิศคนนี้เท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดใช้ปลายปากกาเป็นศาสตราวุธทิ่มแทงความย้อนแย้งของโลกใบนี้ แม้กระทั่งกับความสำเร็จของตัวเอง "คุณนี่มัน... ดื้อรั้นเป็นบ้าเลยนะ รวิศ" ภัคพลถอนหายใจยาวออกมาเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความระอาแกมเอ็นดู "ต่อให้คุณจะมองโลกในแง่ร้ายแค่ไหน แต่ความจริงก็คือ ความจริง งานชิ้นนี้สร้างแรงกระเพื่อมที่ทรงพลังมาก และทางบอร์ดบริหารก็เริ่มพูดถึงโครงการถัดไปของคุณแล้ว" รวิศเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "โครงการถัดไป?" "ใช่" ภัคพลหยิบเอกสารซองสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ เอกสารนั้นถูกปิดผนึกไว้อย่างดีด้วยตราประทับของสำนักพิมพ์ "นี่คือสัญญาฉบับใหม่ พร้อมข้อเสนอที่คุณปฏิเสธไม่ลง... และข้อแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับ 'อดีต' ที่คุณพยายามจะลืมมาตลอดชีวิต" รวิศมองซองเอกสารตรงหน้า หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้ตัวอักษรเริ่มสั่นคลอน เขาสงสัยว่าภัคพลไปลากเอาเรื่องราวส่วนตัวใดขึ้นมาบนโต๊ะทำงานนี้ มือเรียวยื่นออกไปหมายจะหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาพิจารณา ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดนกระดาษ เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของภัคพลก็แผדเสียงกังวานทำลายความเงียบขึ้นเสียก่อน ภัคพลขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เห็นชื่อผู้โทรเข้า สีหน้ามั่นใจและสุขุมของบรรณาธิการหนุ่มก็แปรเปลี่ยนเป็นความซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อสายตา รวิศสังเกตเห็นความผิดปกติทันที ชะืองมือที่กำลังจะหยิบซองเอกสาร "ใครโทรมาดึกดื่นป่านนี้ สีหน้าคุณถึงได้ดูเหมือนเพิ่งเห็นผีสางเช่นนั้น" ภัคพลไม่ตอบคำถาม เขานิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับรวิศด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่รวิศไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่รู้จักกัน "ไม่ใช่ผี..." ภัคพลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยขณะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที "แต่เป็นสายตรงจาก... คนที่เราคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วจากเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อห้าปีก่อน" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาทะรอยร้าวในบทกวีที่ยังไม่จบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%