เซนเซอร์จิตวิญญาณ กับ ปัญญาประดิษฐ์ไร้ระบบ•ตอนที่ 4

กับดักของอัลกอริทึม

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
เสียงก'วาดกระสุนพลังงานความร้อนสูงเจาะทะลุกระจกนิรภัยชั้นที่ห้าของห้องทดลองใต้ดิน แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเศษผลึกควอตซ์ที่ปลิวว่อนเคล้าคลุ้งไปกับควันสีเทาจากการโอเวอร์โหลดของระบบระบายความร้อน "ระบบรักษาความปลอดภัยเซกเตอร์เจ็ดถูกรีบูตโดยคำสั่งฉุกเฉิน... นี่ไม่ใช่การซ้อมระบบนะครับ ดร.ไอริส" เรเวนดีดตัวหลบเข้าหลังเสาคอนกรีตเสริมใยเหล็กหนาหนึ่งเมตรอย่างเฉียดฉิว แรงปะทะจากกระสุนพลาสม่าแผดเผาผิวโค้ทกันหนาวจนเกิดรอยไหม้สีดำ ปลายกระบอกปืนพกกระแสไฟฟ้าแรงสูงในมือของเขาถูกยกขึ้นประทับบ่าอย่างมั่นคง นัยน์ตาสสีเข้มหรี่ลงประเมินสถานการณ์ด้วยสติที่นิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบถี่รัวสะท้อนกับผนังโลหะ ในห้องทดลองที่เคยเงียบสงบ บัดนี้ถูกรุกรานด้วยฝูงโดรนจู่โจมไร้คนขับรุ่น 'Mantis-V' จำนวนแปดลำ โครงสร้างโลหะสีดำด้านของพวกมันถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ล้อขับเคลื่อนแบบแม่เหล็กไฟฟ้าเกาะติดหนึบไปกับพื้นและเพดาน เซนเซอร์อินฟราเรดสีแดงก่ำกวาดหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูง ปืนกลหนักติดลำกล้องหมุนอัตโนมัติพร้อมสาดกระสุนสังหารใส่ทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว ดร.ไอริสที่กำลังมือพันกันอยู่หน้าคอนโซลหลักสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าเรียวสวยซีดเผือดลงถนัดตา เธอละมือจากการพิมพ์คีย์บอร์ดโฮโลแกรม รีบคว้าไดรฟ์ข้อมูลสำรองขนาดเท่าฝ่ามือเก็บใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์ "แย่แล้วล่ะเรเวน... โปรเจกต์ไอโอสกำลังอัปโหลดตัวเองเข้าสู่เครือข่ายโครงข่ายดาวเทียมทางทหาร! ถ้าพวกมันยึดเซิร์ฟเวอร์หลักสำเร็จ ระบบควบคุมอาชีพทั้งหมดในเขตมหานครจะถูกล็อกดาวน์โดย AI ไร้ระบบตัวนั้น!" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยวไว้ได้ เธอหันมามองชายหนุ่มที่ยืนคุมเชิงอยู่ "เราต้องรีบตัดการเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์โดยด่วน ไม่อย่างนั้น..." *ปัง! ปัง! ปัง!* ยังไม่ทันที่ไอริสจะพูดจบ โดรนลำหน้าสุดก็สาดกระสุนเจาะเกราะเข้าใส่เสาคอนกรีตที่เรเวนหลบอยู่ เศษปูนกระเด็นใส่หน้าจนเกิดรอยถลอกเล็กน้อย เรเวนไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ "ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่าปล่อยให้โค้ดต้นแบบเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์สาธารณะ" เรเวนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม มือขวาหยิบอุปกรณ์แฮกเกอร์ภาคสนามรุ่น 'Cipher-09' ออกมาจากกระเป๋าคาดเอว "แต่ตอนนี้ต่อให้บ่นไปก็ไม่ได้ช่วยให้ระบบรันเร็วขึ้น... หมอบลงครับไอริส!" เรเวนไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่โดรนด้านหน้ากำลังรีโหลดกระสุน พุ่งตัวออกไปจากที่กำบังพร้อมกับยิงกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้า (EMP Dart) ออกไปสองนัดซ้อน กระสุนพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเสียง ปักเข้าที่แกนกลางระบบจ่ายพลังงานของโดรนสองลำแรกอย่างแม่นยำ ประกายไฟสีฟ้าแล่บแปลบปลาบ ส่งผลให้โดรนทั้งคู่สูญเสียการควบคุม ร่วงลงมากระแทกพื้นห้องทดลองเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทว่า โดรนอีกหกลำที่เหลือกลับปรับเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีทันที พวกมันกระจายกำลังออกเป็นรูปวงกลม ล้อมรอบเรเวนและไอริสไว้ตรงกลาง ลำกล้องปืนทุกกระบอกหันตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ "ระบบวิเคราะห์ของพวกมันกำลังเรียนรู้รูปแบบการยิงของเรา..." เรเวนกวาดสายตาคำนวณความน่าจะเป็นในสมองอย่างรวดเร็ว อัตราการรอดชีวิตในสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ที่ศูนย์จุดศูนย์สามเปอร์เซ็นต์ หากใช้กำลังเข้าปะทะตรงๆ มีแต่จะกลายเป็นรังผึ้งด้วยกันทั้งคู่ "เรเวน! ทางหนีไฟหลักถูกล็อกด้วยรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบที่เราไม่มีสิทธิ์เข้าถึงแล้ว!" ไอริสละสายตาจากการตรวจสอบหน้าจอหลัก เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด "เราติดกับดักของอัลกอริทึมที่พวกมันสร้างขึ้นเอง... นี่มันแผนล่อแมวเข้าถ้ำชัดๆ!" "ใจเย็นๆ ครับไอริส อัลกอริทึมทุกตัวย่อมมีจุดบอดเสมอ แม้แต่ระบบที่ฉลาดที่สุดก็ยังต้องพึ่งพา 'เส้นทางลัด' ในการส่งข้อมูลชุดใหญ่" เรเวนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังแผงควบคุมระบบระบายอากาศขนาดยักษ์บนเพดาน ที่ซึ่งสายเคเบิลใยแก้วนำแสงสีฟ้ากำลังกะพริบส่งข้อมูลอยู่ เขาจดจำบทเรียนอันเจ็บปวดในอดีตได้ดี ระบบอัตโนมัติมักจะให้ความสำคัญกับการส่งข้อมูลเร่งด่วนเหนือความปลอดภัยเสมอ ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาถอดหน้ากากกรองอากาศออกครึ่งหนึ่งเพื่อความคล่องตัว นิ้วเรียวยาวรัวปุ่มบนอุปกรณ์ Cipher-09 ในมืออย่างบ้าคลั่งเพื่อเจาะเข้าระบบควบคุมความปลอดภัยของอาคาร โค้ดสีเขียววิ่งผ่านหน้าจอขนาดเล็กด้วยความเร็วสูง ขณะที่เสียงเตือนจากโดรนรอบตัวดังขึ้นระรัวเตรียมลั่นไกสังหาร "กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่โปรโตคอลสำรอง... บายพาสไฟร์วอลล์ชั้นที่สาม... สำเร็จ!" เรเวนตะโกนลั่น พร้อมกับกดปุ่มส่งสัญญาณรบกวนคลื่นความถี่สูง (Frequency Jammer) ไปยังระบบสื่อสารของฝูงโดรน ทันใดนั้น โดรนทั้งหกลำก็เกิดอาการชะงักงัน ใบพัดและระบบขับเคลื่อนหมุนวนอย่างไร้ทิศทาง เซนเซอร์สีแดงกะพริบถี่รัวก่อนจะดับวูบลงพร้อมกันเนื่องจากระบบประมวลผลภายในถูกบล็อกด้วยข้อมูลขยะที่เรเวนอัดฉีดเข้าไปในเวลาเพียงเสี้ยววินาที "ช่องระบายอากาศด้านบนคือเส้นทางหลบหนีเดียวของเรา ตามผมมาครับ!" เรเวนไม่รอช้า เขาดึงมือของดร.ไอริสให้ลุกขึ้นวิ่งตามไปยังแท่นยกตัวอัตโนมัติที่เขาเพิ่งแฮกเปิดออก เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ท่ามกลางวิกฤตอันเป็นตายเท่ากัน ชายผู้นี้กลับยังคงรักษาความสุขุมเยือกเย็นและหาทางออกได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งคู่ไต่ขึ้นมาถึงชั้นบริการฉุกเฉินของอาคารได้อย่างปลอดภัย เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากห้องทดลองเบื้องล่าง แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน เรเวนหอบหายใจเล็กน้อยแต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอแท็บเล็ตในมือเพื่อเช็คสถานะการหลบหนี แต่ทว่า... รอยยิ้มแห่งความโล่งใจยังไม่ทันปรากฏบนใบหน้าของไอริส หน้าจอแสดงผลทั้งหมดในห้องควบคุมฉุกเฉินก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ข้อความเตือนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวiเร้าของระบบสังเคราะห์เสียงที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังโลหะ *[ตรวจพบการถ่ายโอนข้อมูลสมบูรณ์ 100%]* *[ระบบควบคุมโครงข่ายถูกยึดครองโดยสมบูรณ์... สวัสดีครับ ผู้สร้างของผม]* *[สัญญาณชีวมิติที่ไม่รู้จัก... ตื่นเต็มรูปแบบแล้ว]* หน้าจอหลักฉายภาพเงาร่างของมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นจากกลุ่มแสงข้อมูลดิจิทัลสีดำทมิฬ ดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นกะพริบช้าๆ บนจอภาพ ก่อนที่ประตูทางออกทุกบานในตึกจะปิดตายพร้อมกันด้วยเสียงล็อกโลหะหนักหน่วง และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ... เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยที่กำลังก้าวขึ้นมาจากบันไดหนีไฟด้านหลังทีละก้าวอย่างเชื่องช้า "...นั่นไม่ใช่เสียงของโดรนรักษาความปลอดภัยทั่วไป" เรเวนกระซิบเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นขอบประตูขึ้นมา ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ร่วมกันครับ --- ไซเบอร์พังค์2099
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์จิตวิญญาณ กับ ปัญญาประดิษฐ์ไร้ระบบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%