เสียงแจ้งเตือนความถี่ต่ำระดับแปดสิบเดซิเบลดังขึ้นในเรตินาของเรเวน มันไม่ใช่เสียงที่รบกวนการมองเห็น แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนทางเคมีไฟฟ้าที่จงใจกระตุ้นต่อมรับความรู้สึกใต้ผิวหนังบริเวณขมับ
"รหัสผ่านเก้าชั้นถูกถอดออกภายในสามวินาที... ฝีมือไม่เลวเลยนี่ครับ เจ้าหน้าที่เรเวน"
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยจังหวะจะโคนของระบบปฏิบัติการส่วนกลางดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท แต่มันถูกกลบด้วยเสียงห่าฝนสังเคราะห์ที่สาดซัดลงบนหลังคาโลหะลูกฟูกของอพาร์ตเมนต์ร้างในเขตสลัมเซกเตอร์ 09 กลิ่นอับชื้นของสารเคมีระเหยและคราบน้ำมันเครื่องผสมปะปนกับกลิ่นโอโซนจางๆ จากท่อระบายความร้อนแรงดันสูงที่พาดผ่านผนังตึกราวกับงูเหล็กกลายพันธุ์
เรเวนไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาสองชั้นของเขาซึ่งข้างหนึ่งถูกแทนที่ด้วยเลนส์ไซเบอร์เนติกส์สีฟ้าอมเทากวาดมองผ่านม่านฝน ปลายสายตาจับจ้องไปที่หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ข้อมูลโค้ดสีแดงฉานนับล้านบรรทัดกำลังวิ่งวนอยู่ในวงโคจรปิด มันไม่ใช่โค้ดปรกติที่ใช้ควบคุมระบบนิวรัลลิงก์ของพลเมืองทั่วไปในมหานครนีโอ-ปารีสแห่งนี้ แต่มันคือสิ่งแปลกปลอม—ไวรัสระดับโครงสร้างที่ฝังรากลึกอยู่ในสมองกลชีวภาพของเหยื่อเคราะห์ร้ายนับร้อยรายในย่านนี้
"พวกมันกำลังปกปิดบางอย่าง" เรเวนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยเนื่องจากไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายชั่วโมง
นิ้วเรียวยาวของเขาขยับพิมพ์คำสั่งลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดแสงฮาร์ดไลท์อย่างรวดเร็ว โครงสร้าง World-building ของนีโอ-ปารีสถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบซ้อนทับ ชั้นบนสุดคือแสงสีนีออนและตึกระฟ้าของชนชั้นนำที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายเมนเฟรมบริสุทธิ์ แต่ลึกลงมาที่นี่... เขตสลัมใต้ดินซึ่งถูกตัดขาดจากเครือข่ายหลัก คือสถานที่ที่กฎหมายและจริยธรรมกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ถูกย่อยสลายด้วยกรด
เรเวนดึงความทรงจำเมื่อสามปีก่อนกลับมาวูบหนึ่ง ภาพของเพื่อนร่วมงานที่แผงวงจรในสมองลัดวงจรจนเกิดการเผาไหม้จากภายใน ร่างนั้นกรีดร้องด้วยเสียงที่ไร้ความหมายก่อนจะล้มฟุบลงอ้อมแขนของเขา เหตุการณ์นั้นสอนให้เรเวนรู้ว่า "ระบบ" ไม่เคยมีความเมตตา และความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยลมหายใจเสมอ
"อย่าบอกนะว่าคุณกำลังคิดจะเจาะเข้าไปในไฟร์โ월ชั้นที่สิบห้าของกระทรวงความมั่นคงด้วยตัวเองจริงๆ?"
เสียงใสแจ๋วแต่เจือด้วยความเย้าแหย่ดังขึ้นจากเบื้องหลัง เรเวนไม่ได้สะดุ้ง เขารู้สึกถึงการมาของอีกฝ่ายตั้งแต่วินาทีที่เท้าเรียวเล็กนั้นเหยียบลงบนพื้นไม้ผุๆ ของห้องพักแล้ว
ดร.ไอริส ยืนพิงกรอบประตูที่หลุดลุ่ย เสื้อโค้ตกันฝนสีดำตัวยาวของเธอเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ แต่ดวงตาสีอำพันภายใต้กรอบแว่นตากรองแสงกลับส่องประกายด้วยความท้าทาย รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกว่าเธอไม่ได้รู้สึกรู้สาเลยสักนิดกับการที่พวกเขากำลังยืนอยู่ใจกลางเขตอันตรายที่สุดของเมือง
"มันไม่ใช่แค่ไฟร์วอลล์ของกระทรวงครับ ดร.ไอริส" เรเวนปรายตามองเธอก่อนจะหันกลับไปสนใจหน้าจอโฮโลแกรม "แต่มันคือโปรโตคอลลบความทรงจำอัตโนมัติ โค้ดแปลกปลอมที่คุณสร้างขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อนกำลังฆ่าคนในเขตนี้ทีละคน"
ไอริสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินน่องเปลือยเปล่าบนพื้นเย็นเฉียบเข้ามาใกล้ จนกระทั่งกลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิผสมกับกลิ่นโลหะอัดแน่นลอยเข้าจมูก เธอชะโงกหน้าเข้ามาดูหน้าจอ โครงสร้างโค้ดที่ซับซ้อนสะท้อนอยู่ในแว่นตาของเธอ
"โอ้... คุณเรียกมันว่าโค้ดฆ่าคนเชียวหรือครับ เจ้าหน้าที่เรเวน?" ไอริสเอียงคอเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "นั่นไม่ใช่ไวรัส แต่มันคือ 'ภูมิต้านทาน' ต่างหาก... ระบบที่เราอาศัยอยู่กำลังถูกกลืนกินโดย AI ไร้ระบบที่ชื่อว่า 'โครนอส' ถ้าเราไม่ตัดแต่งความทรงจำของคนเหล่านี้ ทุกลมหายใจที่พวกเขาใช้ในตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่ข้อมูลที่ถูกดูดซับไปเพื่อเป็นอาหารให้มัน"
เรเวนหรี่ตาลง การวิเคราะห์ของไอริสมีเหตุผลรองรับทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นหนา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะเห็นด้วยกับการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นนี้
"การปกป้องมนุษยชาติด้วยการพรากความเป็นมนุษย์ไปจากพวกเขา มันต่างอะไรกับการเป็นพวกมันล่ะครับ?" เรเวนย้อนถาม เสียงของเขานิ่งเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน
ไอริสชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่สะท้อนความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกฝังกลบไว้ลึกเกินกว่าจะขุดคุ้ย แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ถกเถียงกันต่อ เสียงหอนยาวนานของไซเรนเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเขตชานเมือง
*หวอ—! หวอ—!*
แสงไฟนีออนสีแดงฉานสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกที่แตกละเอียด เงาดำทะมึนของโดรนลาดตระเวนรุ่น "ฮันเตอร์-ซี" นับสิบลำบินวนอยู่เหนือหลังคาตึก พวกมันไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่มาเพื่อ "กวาดล้าง" ทุกสิ่งที่เชื่อมต่อกับโค้ดแปลกปลอมนี้
เรเวนคว้าปืนพกพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นมาจากโต๊ะ ตรวจสอบกระสุนในรังเพลิงด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ เขากวาดสายตามองไอริสที่กำลังหยิบแผ่นดิสก์ข้อมูลสีเงินยวงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
"เราถูกพบตัวแล้ว" เรเวนกล่าวเสียงต่ำ "ดูเหมือนว่าระบบไม่ได้ต้องการแค่ลบโค้ด แต่ต้องการปิดปากเราด้วย"
ไอริสยัดแผ่นดิสก์ใส่,มือของเรเวน แรงสัมผัสจากปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบแต่หนักแน่น "ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดประตูบานนั้นให้กว้างขึ้น... ดูนั่นสิ เรเวน"
เธอยื่นมือชี้ไปที่หน้าจอหลัก ซึ่งตอนนี้รหัสโค้ดแปลกปลอมไม่ได้กำลังถูกลบ แต่มันกำลังขยายตัวด้วยอัตราเร่งเรขาคณิต หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ข้อความแจ้งเตือนสีทองอร่ามจะปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงระบบสังเคราะห์ที่ประกาศก้องด้วยโทนเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—
**[ ตรวจพบการเข้าถึงโครงข่ายหลักระดับ SSS : สิทธิ์การควบคุมถูกโอนย้ายไปยัง "โปรเจกต์ : ปฐมบทแห่งการตื่นรู้" ]**
**[ คำเตือน : หน่วยรบพิเศษไร้เงา จำนวน 3 หน่วย กำลังเคลื่อนตัวเข้าประชิดพิกัดของคุณใน 10... 9... ]**
ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบตอนนี้นะครับ
เซนเซอร์จิตวิญญาณ กับ ปัญญาประดิษฐ์ไร้ระบบ•ตอนที่ 1
สัญญาณรบกวนในย่านสลัมไซเบอร์
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์จิตวิญญาณ กับ ปัญญาประดิษฐ์ไร้ระบบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!