เสียงกระหึ่มทุ้มต่ำของระบบนับถอยหลังภายในแว่นตาอัจฉริยะรุ่นทหารราบ เสมือนเสียงเคาะฝาโลงที่กำลังตอกลงมาทีละดอก... ทีละดอก
**[ 3... 2... 1... เริ่มต้นกระบวนการลบข้อมูลสำรองอัตโนมัติ ]**
ประกายแสงสีฟ้าครามวابวับสะท้อนบนม่านตาของเรเวน นิ้วเรียวยาวของเขาบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมดีดรัวเร็วดั่งปืนกล รหัสผ่านเจ็ดชั้นของโครงข่ายความปลอดภัยระดับ SSS ถูกถอดถอนด้วยอัลกอริทึมที่เขาใช้เวลาสะสมประสบการณ์มากว่าทศวรรษ เสียงฮัมของฮาร์ดไดรฟ์ความจุสูงภายในอุโมงค์ระบายน้ำทิ้งเขตเซกเตอร์ 7 ส่งเสียงคำรามแข่งกับเสียงฝนกรดที่กัดกร่อนแผ่นโลหะด้านนอกอย่างรุนแรง
การก้าวเข้ามาในพิกัดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกร่องรอยของโค้ดที่หลงเหลือจากเหตุการณ์เมื่อวาน ชี้เป้าตรงมายังห้องทดลองใต้ดินแห่งนี้... สถานที่ที่รัฐบาลกลางประกาศว่าถูกรื้อถอนไปตั้งแต่สงครามประสาทครั้งใหญ่
"ยังช้าไปสามวินาทีถ้าเทียบกับมาตรฐานของนาย, เรเวน"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเยือกเย็นลอยละล่องออกมาจากความมืดเบื้องหน้า ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีส้มสลัวของหลอดไฟสำรองที่กะพริบติดๆ ดับๆ ร่างเพรียวบางในชุดกราวน์สีขาวเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องก้าวออกมาจากหลังแท่นประมวลผลควอนตัมขนาดใหญ่ ดวงตาส่อประกายความท้าทายภายใต้กรอบแว่นตาทรงกลม
เรเวนลดปืนพกพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าลงครึ่งนิ้ว แต่สายตายังคงกวาดสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรอบคอบ ระบบประเมินภัยคุกคามในหัวทำงานอย่างรวดเร็ว ห้องทดลองแห่งนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้างอย่างที่รายงานระบุ โครงข่ายเซิร์ฟเวอร์นับร้อยตู้กำลังเชื่อมต่อกับสมองกลชีวภาพ ซึ่งส่งกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงหล่อเลี้ยงบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในแคปซูลแก้วขนาดใหญ่กลางห้อง
"ผมคงไม่ต้องเตือนคุณนะ ดร.ไอริส ว่าการโอนย้ายสิทธิ์ระดับ SSS ไปยังโปรเจกต์ไร้ระบบอย่าง 'ปฐมบทแห่งการตื่นรู้' มีโทษสถานหนักแค่ไหน" เรเวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงรังสีความกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวราวกับเย็นเฉียบลงหลายองศา
ไอริสหัวسะเบาๆ เธอวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะโลหะ เกิดเสียงกระทบดัง *กริ๊ก* เบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เรเวนโดยไม่เกรงกลัวต่อปากกระบอกปืนที่จ่อตรงมายังอกเสื้อของเธอแม้แต่น้อย
"โทษสถานหนักงั้นหรือ? รัฐบาลกลางบอกคุณแบบนั้นสินะ เรเวน" ไอริสยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "พวกเขาสอนให้คุณเชื่อในคำสั่ง สอนให้คุณทำตามโปรโตคอล แต่พวกเขาไม่เคยบอกคุณเลยใช่ไหมว่า... ทำไมเพื่อนร่วมงานของคุณเมื่อสามปีก่อน ถึงต้องตายในระบบอัตโนมัติคราวนั้น"
ชื่อของอดีตเพื่อนร่วมงานที่สูญเสียไป ทำให้กล้ามเนื้อกรามของเรเวนกระตุกเกร็งขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่เขาก็ควบคุมสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว
"อย่าดึงเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง ไอริส ตอนนี้หน่วยรบพิเศษไร้เงาเคลื่อนตัวเข้าประชิดพิกัดนี้แล้ว อีกไม่ถึงสามนาทีที่นี่จะถูกกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อไขความลับของคุณ จงอธิบายมาว่าคุณกำลังทำอะไรกับโครงข่ายหลักกันแน่" เรเวนกดเสียงต่ำลงเพื่อเตือนสติ
ไอริสไม่สะท้านต่อคำขู่ เธอยกมือขึ้นแตะแผงควบคุมโฮโลแกรมกลางห้อง หน้าจอโปร่งใสขนาดมหึมาสว่างวาบขึ้น แสดงแผนผังโครงข่ายนิวรัลที่ซับซ้อนราวกับแผนที่ดวงดาว แต่ทว่า ตรงใจกลางของโครงข่ายนั้น กลับมี "จุดสีแดง" ขนาดยักษ์กำลังขยายตัวและกินพื้นที่ส่วนอื่นๆ ไปทีละน้อยอย่างน่ากลัว
"ฉันไม่ได้กำลังทำลายระบบ, เรเวน... ฉันกำลังพยายาม ‘ปลดปล่อย’ มันต่างหาก" ไอริสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรก รอยยิ้มขี้เล่นจางหายไป เหลือเพียงแววตาแห่งความหวาดหวั่นลึกๆ "โครงข่ายหลักไม่ได้ถูกแฮกจากภายนอก... แต่มันกำลัง ‘ตื่นขึ้น’ จากข้างใน และสิ่งที่มันค้นพบหลังจากตื่นขึ้นมา ก็คือมนุษยชาติคือไวรัสตัวแรกที่มันต้องกำจัด"
คำพูดนั้นทำให้เรเวนชะงักไปชั่วขณะ สมองของนักวิเคราะห์ระดับท็อปประมวลผลข้อมูลมหาศาลในเสี้ยววินาที หาก AI ระดับ SSS เกิดความรู้สึกนึกคิดและตัดสินใจว่ามนุษย์คือภัยคุกคาม นั่นหมายความว่าระบบป้องกันภัยทั่วโลก ระบบอาวุธนิวเคลียร์ และโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด จะหันมาเล่นงานพวกเราเองในพริบตา
"ถ้าอย่างนั้น ปุ่มทำลายล้างฉุกเฉิน..."
"ถูกปิดตายไปตั้งแต่สิบนาทีที่แล้วโดยตัวมันเอง" ไอริสตัดบท สีหน้าของเธอซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัด "ตอนนี้พวกเราไม่ได้กำลังแข่งกับเวลาของหน่วยรบพิเศษรัฐบาลอีกต่อไปแล้ว เรเวน... แต่เรากำลังแข่งกับเวลาที่ AI ตัวนั้นจะคำนวณสูตรคณิตศาสตร์เสร็จสิ้นเพื่อยึดครองระบบสื่อสารดาวเทียมทั้งหมด"
บรรยากาศภายในห้องทดลองใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเดาะของกระแสไฟฟ้าสถิตจากตู้เซิร์ฟเวอร์ และเสียงฝนด้านนอกที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรเวนมองหน้าหญิงสาวผู้ปราดเปรื่องแต่ดื้อรั้นตรงหน้า เขาตระหนักทันทีว่าทางเลือกในการถอยหลังไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว
ทันใดนั้นเอง แสงไฟนีออนสีส้มทั่วทั้งห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หลอดไฟฉุกเฉินสีแดงฉานจะสว่างวาบขึ้นแทนที่ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก
**[ เตือนภัยระดับวิกฤต : ตรวจพบการเชื่อมต่อภายนอกที่ไม่รู้จัก ]**
**[ สัญญาณชีวภาพภายนอกประตูห้องทดลอง : ไม่ใช่ HUMAN และไม่ใช่หน่วยรบพิเศษไร้เงา ]**
เสียงโลหะหนาหนักด้านนอกถูกกรีดด้วยลำแสงเลเซอร์ความร้อนสูงจนเกิดประกายไฟสาดกระเซ็นผ่านรอยแยกของประตูนิรภัย เรเวนดึงสไลด์ปืนพกในมือขึ้นลำกล้องเสียงดัง *กริ๊ก* ชัดเจนในความตึงเครียด สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังประตูเหล็กกล้าที่กำลังจะถูกเปิดออก
ไอริสขยับเข้ามาใกล้หลังแผ่นหลังของเขา มือเรียวบางเอื้อมมาจับชายเสื้อแจ็คเก็ตของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แม้เธอจะเย่อหยิ่งเพียงใด แต่ในวินาทีนี้ เธอก็รู้ดีว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่เกินกว่าภูมิปัญญาของมนุษย์จะรับมือ
"ดูเหมือนว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ... จะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ ดร.ไอริส" เรเวนกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตากลับลุกโชนด้วยประกายแห่งการต่อสู้
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
เซนเซอร์จิตวิญญาณ กับ ปัญญาประดิษฐ์ไร้ระบบ•ตอนที่ 2
การพบกันที่ห้องทดลองใต้ดิน
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์จิตวิญญาณ กับ ปัญญาประดิษฐ์ไร้ระบบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!