"รายงานจากหน่วยข่าวกรองภาคพื้นดิน... เป้าหมายยังคงกบดานอยู่ภายในเพนต์เฮาส์ และไม่มีทีท่าว่าจะหลบหนีไปไหนครับคุณชาย"
เสียงรายงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายขนาดเล็กดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร แสงไฟนีออนจากภายนอกสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกกันกระสุนหนาเตอะ เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี เขากำลังหมุนแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันในมือช้าๆ นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองภาพถ่ายทางอากาศและข้อมูลประวัติส่วนตัวบนหน้าจอแท็บเล็ตโฮโลแกรม
ชื่อของ "คินน์" ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับกราฟแสดงสถานะทางการเงินที่พุ่งทะยานอย่างผิดปกติในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากอดีตพนักงานบริษัทที่แทบไม่มีค่าอะไรในสายตาใคร กลับกลายเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินมหาศาลที่แม้แต่ตระกูลใหญ่ยังต้องเหลียวหลังมามอง
"น่าสนใจเสียจริง..." มุมปากหยักลึกยกย่องขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "คิดไม่ถึงเลยว่า หมาข้างถนนที่พวกเราเคยไล่เตะเมื่อหลายปีก่อน จะพลิกผันตัวเองขึ้นมาเป็นเจ้าของเครือข่ายธุรกิจพลังงานและอสังหาริมทรัพย์รายใหม่ได้ภายในเวลาแค่ข้ามคืน... ธันวานะธันวา คงจะประเมินเหยื่อผิดพลาดไปถนัดสินะ ถึงปล่อยให้ปลาตัวนี้หลุดรอดจนเติบโตจนกัดมือเอาได้"
"จะให้ผมจัดการส่งคนเข้าไปตรวจสอบสถานะที่แท้จริงของมันเลยไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำจากเงาดำที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องเอ่ยถามขึ้นอย่างนอบน้อม
"ใจเย็นก่อนสครับ..." ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ รสชาติเข้มข้นบาดคอไม่ได้ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ตระกูลเก่าแก่อย่างพวกเราไม่ได้อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ด้วยการใช้วิธีการป่าเถื่อนเหมือนเด็กอมมืออย่างธันวาหรอกนะ... อีกอย่าง..." เขาหันไปมองหน้าจอที่แสดงภาพของหญิงสาวอีกคนที่อยู่เคียงข้างคินน์ "รินเองก็อยู่ที่นั่นด้วยสินะ ผู้หญิงคนนั้น... ช่างน่าเสียดายจริงๆ ที่เลือกเดินผิดทางตั้งแต่แรก"
ในขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์หรูหราเบื้องล่าง บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นไม่ได้มีความตึงเครียดอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเงาของตระกูลใหญ่ระดับประเทศกำลังทอดทาบลงมาคุกคามพวกเขา คินน์กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ สายตากวาดมองรายงานการลงทุนผ่านหน้าจอระบบที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ขณะที่รินกำลังเดินถือแก้วกาแฟอุ่นๆ มาวางลงตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
รินสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากแววตาของชายหนุ่ม แม้ว่าเขาจะพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยดุจน้ำแข็งก็ตาม มือเรียวบางจึงเอื้อมไปกุมมือหนาของเขาไว้เบาๆ
"มีเรื่องกังวลใจอยู่ใช่ไหมคะ... เอ๊ย... ครับ?" รินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามตามที่เคยตกลงกันไว้ พร้อมกับหัวسเราะเบาๆ ออกมา "ฉันหมายถึง... คุณกำลังคิดเรื่องเฮลิคอปเตอร์หกลำนั้นอยู่หรือเปล่า?"
คินน์ละสายตาจากหน้าจอระบบ หันมามองหญิงสาวที่อยู่เคียงข้างเขาเสมอมาในยามยากลำบาก ความเย็นชาในแววตาพลันละลายหาย Sไปในพริบตา เหลือเพียงความอบอุ่นล้ำลึกที่มอบให้เธอได้เพียงคนเดียว เขากุมมือเธอกลับแน่นขึ้น
"ผมไม่ได้กังวลเรื่องพวกนั้นหรอกครับริน..." คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง "ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใครหน้าไหน หรือมาจากตระกูลเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากพวกมันกล้าเข้ามาขวางทางความสุขของเรา หรือคิดจะแตะต้องคุณแม้แต่ปลายเล็บ... ผมนี่แหละจะเป็นคนทำลายรากฐานทั้งหมดที่พวกมันภาคภูมิใจ ให้พังทลายลงกับตาตัวเอง"
คำพูดนั้นไม่ได้มาจากความเย่อหยิ่งจองหอง แต่มาจากความมั่นใจอันเปี่ยมล้นที่ขับเคลื่อนด้วย "ระบบจ่ายคืนมหาศาล" ที่อยู่เบื้องหลัง เขามีทั้งอำนาจ เงินตรา และข้อมูลที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอุปสรรคให้ราบคาบในชั่วพริบตา
"ฉันเชื่อคุณค่ะ... เอ๊ย... เชื่อคุณเสมอนะครับคินน์" รินยิ้มรับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างIไม่มีเงื่อนไข เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำพูดของเขานั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงใด
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคินน์ดังขึ้นทำลายความเงียบ สายตาคมกริบก้มลงมองหน้าจอ ปรากฏเบอร์แปลกที่ไม่1คุ้นเคย แต่กลับมีรหัสยืนยันตัวตนระดับสูงกำกับไว้ชัดเจน คินน์กดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล
"รับสายแล้วสินะ... คินน์" เสียงทุ้มต่ำจากปลายสายดังขึ้น เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจกดดันที่สะสมมาหลายชั่วอายุคน "ฉันคิดว่านายคงจะรู้ตัวแล้วนะว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร... ตระกูลของเราไม่ได้ใจดีเหมือนเด็กอมมืออย่างธันวาหรอกนะ ถ้าไม่อยากให้ธุรกิจและชีวิตรอบตัวพังพินาศในชั่วข้ามคืน พรุ่งนี้เช้า... มาพบฉันที่คฤหาสน์ตระกูลใหญ่ด้วยตัวเองซะ"
คินน์ไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นที่สุดเท่าที่รินเคยเห็นมา
"ตระกูลใหญ่ที่คุณว่า... น่าสนใจดีนี่ครับ" คินน์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว "แต่ก่อนจะสั่งให้ผมไปพบ คุณช่วยเช็กสถานะบัญชีธนาคารและหุ้นทั้งหมดในมือของคุณดูก่อนดีไหมครับ... ว่าตอนนี้ มันยังเป็นของคุณอยู่หรือเปล่า?"
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงลมหายใจจะเริ่มติดขัดเมื่อเสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ดังระรัวแทรกเข้ามาในสาย
"แก... แกทำอะไร!?" เสียงปลายสายเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งที่หน้าเพนต์เฮาส์ ก่อนที่ประตูนิรภัยจะเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มปริศนาในมือถือเอกสารลับชุดสุดท้ายที่คินน์รอคอย
"ยินดีต้อนรับกลับครับนายท่าน... ตอนนี้ ทุกอย่างพร้อมสำหรับการกวาดล้างแล้วครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอดนะครับ
พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 17
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!