พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 16

รินคือที่หนึ่ง

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
เสียงกระแทกของประตูไม้สักทองหนานุ่มดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของตระกูลธันวา ราวกับเสียงกิโยตันท้องพระโรงที่ถูกปล่อยลงมาตัดขั้วหัวใจของเหล่าบอร์ดบริหารผู้เย่อหยิ่ง เอกสารลับในแฟ้มหนังสีดำสนิทถูกวางลงบนโต๊ะกระจกใสด้วยแรงที่พอเหมาะพอเจาะ ไม่เบาจนเกินงามและไม่หนักจนเสียมารยาท แต่มันกลับหนักอึ้งพอที่จะทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องสะดุดกึก บุคคลในชุดสูทสีขาวสะอาดตาโค้งคำนับให้แก่ประธานโต๊ะอย่างนอบน้อม แต่แววตาภายใต้กรอบแว่นโลหะกลับคมกริบราวด์กับใบมีดผ่าตัด "เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์หุ้นร้อยละเจ็ดสิบห้าจุดห้าของกลุ่มบริษัทธันวาคม... ถูกโอนเข้าสู่บัญชีของท่านประธานคินน์อย่างสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วครับ" เสียงรายงานดังชัดถ้อยชัดคำ ทลายความเงียบงันที่กดดันมานานนับชั่วโมงให้พังทลายลงในพริบตา ธันวา ผู้เคยนั่งไขว่ห้างมองลงมาด้วยสายตาดดูถูกเหยียดหยาม บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนไร้เลือด สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก มือสั่นเทาพยายามคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะแต่กลับปัดมันตกลงกระทบพื้นเสียงดังสนั่น "เป็นไปไม่ได้... พวกแกใช้เส้นสายอะไร ซื้อธันวาในเวลาไม่ถึงสاعاتได้ยังไง!" คินน์นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้ามด้วยท่าทีเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้มแห่งความสะใจ มีเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัว นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนที่วางแขนเป็นจังหวะช้าๆ สม่ำเสมอ สะท้อนถึงจิตใจที่มั่นคงดั่งภูเขาผา ปราศจากความลังเลใจแม้แต่น้อย "อำนาจเงินไม่ได้มีไว้เพื่ออวดเบ่งครับคุณธันวา... แต่มันมีไว้เพื่อซื้อความสงบสุขให้คนที่ผมรักต่างหาก" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคินน์ทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้บริหารคนอื่นๆ คุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอความเมตตา ทว่าคินน์ไม่ได้ชายตามองเศษสวะเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองผ่านกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืน ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้ความวุ่นวายทั้งหมด แล้วก้าวเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย บรรยากาศภายนอกห้องประชุมเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ผิดกับความโกลาหลด้านในลิบลับ คินน์เดินตามทางเดินปูพรมหนานุ่มตรงไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวที่เขาจัดเตรียมไว้สำหรับเธอคนเดียว... ผู้หญิงที่เคยจับมือเขาในวันที่ในกระเป๋าไม่มีแม้แต่เศษเหรียญ แอ๊ด... เสียงเปิดประตูเบาหวิวเผยให้เห็นร่างบางของ ริน กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวยาว แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟตั้งพื้นขับให้ใบหน้าหวานละมุนดูโดดเด่น ทว่าดวงตากลับเจือแววความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูก็รีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ "คินน์..." รินลุกขึ้นยืนทันที ทว่าด้วยความรีบร้อนทำให้ข้อเท้าพลิกเล็กน้อยจนเซถอยหลัง คินน์พุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางของเธอไว้ได้ทันอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ไอร้อนจากกายหนาโอบประคองร่างของเธอเข้ามาชิดแนบอก แผ่นอกกว้างที่ผ่านศึกหนักมาหมาดๆ แนบชิดกับดวงใจที่เต้นรัวของหญิงสาว "ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะครับคนดี" คินน์เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่มอบให้แก่เธอผู้เป็นดั่งดวงใจ รินซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขา หลับตาลงสูดกลิ่นกายคุ้นเคยที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยที่สุดในโลก มือเล็กกำเสื้อสูทของเขาแน่นราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน "ฉัน... ฉันเป็นห่วงคุณแทบแย่ ได้ยินเสียงเอะอะข้างนอก... กลัวว่าคุณจะ..." คินน์ยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางเบา ลูบเส้นผมสีดำขลับแผ่วเบาเพื่อปลอบประโยค เปลือกตาคมปิดลงครู่หนึ่งก่อนจะกดจูบลงบนขมับบางอย่างทะนุถนอม "ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วครับริน โลกใบนี้ไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายเธอได้อีกแล้ว สิ่งที่ผมทำทั้งหมด... ก็เพื่อรอยยิ้มของเธอ" รินเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความตื้นตัน นิ้วเรียวสั่นเทายื่นไปสัมผัสแก้มสากของชายหนุ่ม "คุณเหนื่อยไหมคินน์... ตั้งแต่เราเริ่มมีเงินทองมากมายขนาดนี้ คุณแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย" คินน์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์นั้น เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหยาดน้ำตาที่หางตาของเธอออกอย่างอ่อนโยน "เหนื่อยกายเท่าไหร่ผมไม่เคยใส่ใจครับ แต่ถ้าต้องเห็นคุณกังวลใจแม้แต่วินาทีเดียว... นั่นต่างหากคือสิ่งที่ผมทนไม่ได้ รินคือที่หนึ่งเสมอในชีวิตของผม ไม่มีเงินทองกองไหนในโลกมาแทนที่รอยยิ้มของคุณได้หรอกครับ" คำพูดที่หนักแน่นและจริงใจทำให้หัวใจของรินพองโตจนแทบระเบิด เธอโอบรอบคอเขาแล้วซุกซบใบหน้าลงกับซอกคอเพื่อซ่อนรอยยิ้มแห่งความสุข ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกธุรกิจและอำนาจเงินตรานับแสนล้านที่เพิ่งเปลี่ยนมือ มุมห้องเล็กๆ แห่งนี้กลับอบอวลไปด้วยความรักที่มั่นคงและบริสุทธิ์ ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปรวดเร็วกว่าที่คิด ในขณะที่ริมฝีปากของคินน์กำลังจะก้มลงประทับจูบซับหยาดน้ำตาบนแก้มเนียน เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นสะท้อนขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนหวาน คินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ เขายกมือขึ้นรับสายโดยไม่ละสายตาจากหญิงสาวในอ้อมแขน "มีอะไร?" เสียงปลายสายหอบหายใจรุนแรงราวกับวิ่งหนีตายมานับกิโลเมตร น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ท่านประธานครับ! แย่แล้วครับ! ระบบบัญชีหลักของบริษัท... ถูกเจาะด้วยโค้ดปริศนา วงเงินในบัตรแบล็กการ์ดทุกใบกำลังถูกดูดออกไปจนเกลี้ยง... และ... และที่สำคัญที่สุด..." คินน์ชะงัก ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวกลับมาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งอีกครั้งในเสี้ยววินาที "พูดมา อย่าอึกอัก!" "มีเฮลิคอปเตอร์ไม่ทราบฝ่ายหกลำบินฝ่าเขตหวงห้าม ตรงดิ่งมาลงจอดที่ดาดฟ้าตึกเราแล้วครับ... และคนที่เดินลงมาจากเครื่อง... คือคนที่คุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อนครับ!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสะใจและAuraความรักอันมั่นคงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%