เสียงกระแทกของแก้ววิสกี้ราคาแพงกระทบลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเนื้อดีดังสนั่น สะท้อนความเกรี้ยวกราดที่เจ้าของร่างสูงโปร่งไม่แม้แต่จะพยายามปิดบัง ธันวาหอบหายใจถี่กระชั้น นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้นจนเส้นเลือดฝอยปูดโปน ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองและเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย บัดนี้บิดเบี้ยวจนแทบเสียทรง หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะแสดงกราฟราคาหุ้นของตระกูลที่ดิ่งลงเหวอย่างไร้แรงพยุง ตัวเลขสีแดงฉานนับหมื่นล้านละลายหายไปในอากาศภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง
มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางธุรกิจ... แต่มันคือการฆาตกรรมทางเศรษฐกิจที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยล และผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็ไม่ใช่ใครอื่น
"ไอ้สวะคินน์... แกทำแบบนี้กับฉันได้อย่างไร!" ธันวาคำรามลอดไรฟัน ฝ่ามือสั่นเทากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้า
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ภายในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูหราที่มองเห็นวิวกรุงนีโอโซลยามค่ำคืน คินน์กำลังยืนประสานมือมองออกไปเบื้องล่างด้วยแววตาสงบนิ่ง เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก สูทสีดำสนิทไร้รอยยับขับเน้นบุคลิกภาพที่ทรงอำนาจและยากจะหยั่งถึง เบื้องหลังของเขาคือโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารกองโตเกี่ยวกับโครงการการกุศลระดับมหภาค
"นายท่านครับ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน กองทุน 'ริน-คินน์' เพื่อช่วยเหลือฮันเตอร์ไร้ขีดจำกัดและครอบครัวผู้ยากไร้ ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสภาฮันเตอร์แล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำของเลขาหนุ่มดังขึ้น พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารสีทองคำให้
คินน์หันกลับมาเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ดีมาก... สื่อทุกสำนักพร้อมแล้วใช่ไหม?"
"ครับ ทุกสำนักข่าวเตรียมถ่ายทอดสดการแถลงข่าวเปิดกองทุนในวันพรุ่งนี้ ชื่อเสียงและความนิยมของท่านในหมู่ฮันเตอร์ระดับล่างและประชาชนทั่วไป พุ่งทะยานจนกลายเป็นกระแสอันดับหนึ่งไปเรียบร้อยแล้วครับ ในขณะที่ตระกูลของธันวาถูกมองว่าเป็นผู้สูบเลือดสูบเนื้อและกำลังถูกสังคมประณามอย่างหนักครับ"
คินน์พยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะเดินไปที่โซฟาตัวยาว ที่ซึ่งริน หญิงสาวคนรักกำลังนั่งรออยู่ รอยยิ้มที่เย็นชาเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่นอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น เขาทรุดกายลงนั่งเคียงข้างเธอ ปัดปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ
"เหนื่อยไหมครับที่ต้องมานั่งฟังเรื่องธุรกิจพวกนี้กับผม" คินน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
รินส่ายหัวเบื้องหน้า รอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความรักความเข้าใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เธอยื่นมือเรียวบางมาสัมผัสหลังมือของเขาที่วางอยู่บนตัก "ไม่เลยค่ะ... เอ่อ ไม่เลยครับ คินน์ทำเพื่อช่วยเหลือผู้คนจริงๆ นี่คะ... ครับ ผมรู้ว่าคุณทำเพื่ออะไร" เธอเผลอหลุดคำพูดเดิมๆ ออกมาแก้เขิน ทำให้คินน์หลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"ไม่ว่าจะเรียกผมว่าอะไร คุณก็คือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ครับริน" คินน์กุมมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอคือสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจด้านชาของเขาในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และอำนาจเงินตรา "เงินนับแสนล้านที่ผมมี ไม่มีค่าอะไรเลย หากผมไม่สามารถใช้มันปกป้องคุณและสร้างโลกที่ปลอดภัยให้คุณได้"
รินมองสบตาเขา นัยน์ตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยความซาบซึ้ง เธอกุมมือเขาตอบแน่นขึ้น "ฉัน... ผมเชื่อใจคุณเสมอครับคินน์ ตั้งแต่วันที่เราไม่มีอะไรเลย จนถึงวันที่คุณอยู่บนจุดสูงสุด คุณก็ยังเป็นคนเดิมของผมเสมอ"
บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความรักอันมั่นคง ตัดกับความโหดร้ายของโลกภายนอกที่คินน์กำลังสร้างขึ้นเพื่อทำลายศัตรูอย่างเลือดเย็น การสร้างกองทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้ไม่ใช่แค่การทำบุญสร้างภาพ แต่มันคือ "อาวุธทางจิตวิทยา" ที่ทรงพลังที่สุด มันคือการดึงมวลชนและศรัทธามาไว้ในกำมือ ขณะเดียวกันก็ตัดท่อน้ำเลี้ยงและทำลายความชอบธรรมของตระกูลธันวาจนไม่เหลือชิ้นดี
วันรุ่งขึ้น แสงแฟลชจากสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตสาดส่องไปยังเวทีแถลงข่าวขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ป้ายชื่อ "กองทุนริน-คินน์" ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง คินน์ก้าวขึ้นสู่โพเดียมด้วยท่าทีสง่างามและเยือกเย็น รัศมีแห่งความมั่งคั่งและอำนาจแผ่ซ่านจนผู้สื่อข่าวทุกคนต่างกลั้นหายใจ
"วันนี้ ผมขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า... กองทุนของเราจะทุ่มเงินทุนสำรองจำนวนหนึ่งแสนล้านเครดิต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของฮันเตอร์ไร้ระดับและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากความอยุติธรรมของตระกูลใหญ่..."
เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า ชื่อของ "คินน์" กลายเป็นวีรบุรุษผู้พลิกชะตาสังคมในชั่วข้ามคืน ความนิยมของเขาพุ่งทะยานจนทะลุเพดาน กลายเป็นอิทธิพลที่มองไม่เห็นแต่ทรงพลังที่สุดในประเทศ
ทว่า ในขณะที่งานแถลงข่าวกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุด ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำนับสิบชีวิตกรูเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ เสียงฮือฮาด้วยความตกใจดังขึ้นทันที
ร่างของธันวาที่ใบซีดเผือด นัยน์ตาเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและสิ้นหวังเดินแทรกตัวเข้ามา มือข้างหนึ่งถือปืนพกสั่นเทา เล็งตรงมาที่คินน์ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน
"ไอ้คินน์! แกทำให้ฉันพินาศ... วันนี้แกต้องตายตามฉันมา!" ธันวากรีดร้องสุดเสียง นิ้วเหนี่ยวไกกำลังจะขยับ
แต่ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะลั่นออกไป ประตูทางเข้าอีกด้านหนึ่งก็เปิดผางขึ้น พร้อมกับเสียงก้าวเดินที่หนักแน่นของบุคคลปริศนาในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูง พร้อมตราสัญลักษณ์ลับที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหน้าถอดสี และเสียงทุ้มทรงอำนาจที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"ถ้าไม่อยากให้ตระกูลของแกสูญพันธุ์ไปจากแผนที่โลกนี้... วางปืนลงซะ ธันวา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของคินน์และรินด้วยดีเสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 14
อิทธิพลที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!