พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 13

ใครกันแน่ที่ไร้ค่า

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
"เก่งมากไอ้หนู... แต่แกคิดจริงๆ หรือว่า ตระกูลธันวาจะมีแค่เกมตื้นๆ แค่นี้ในมือ?" เสียงหัวเราะเยือกเย็นของธันวายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ขณะที่หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าคินน์แสดงตัวเลขยอดเงินหมุนเวียนในระบบที่พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด แสงสีฟ้าอมม่วงสะท้อนลงบนนัยน์ตาที่ไร้ซึ่งความหวั่นไหว คินน์ไม่ได้สนใจคำขู่ของเศษสวะที่เกาะบุญเก่าตระกูลกินไปวันๆ แม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่มีค่าพอจะดึงดูดสายตาของเขาในตอนนี้ คือมือเรียวบางที่กำลังวางแก้วกาแฟอุ่นๆ ลงบนโต๊ะทำงาน ริน... หญิงสาวผู้เป็นดั่งแสงสว่างเดียวในวันที่เขาจมดิ่งสู่ก้นบึ้งของความไร้ค่า เธอยังคงยืนเคียงข้างเขา ส่งยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นมาให้ โดยไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดตอบแทน "ระวังตัวหน่อยนะครับช่วงนี้... ธันวาคงไม่ยอมรามือแค่นี้แน่" เสียงหวานเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใย แววตาคู่นั้นฉายชัดถึงความกังวลที่มีต่อตัวเขา มากกว่าความปลอดภัยของตัวเองเสียอีก คินน์ระบายยิ้มบางๆ บนมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดในรอบหลายปีที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของเธอไว้แน่น "สำหรับผมแล้ว... ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกครับ คนที่ควรกลัว ควรจะเป็นพวกมันต่างหาก" ทว่า ความสงบสุขในห้องทำงานส่วนตัวกลับถูกเคาะทำลายลงด้วยเสียงรัวเร็วด้านนอก ก่อนที่ประตูกระจกนิรภัยจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณคินน์ครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอพบครับ เธอ... เธออ้างว่าเป็นคนสนิทของคุณในอดีตครับ" คินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความเย็นชาในแววตากลับมาแทนที่ความอบอุ่นในชั่วพริบตา เขาส่งสัญญาณมือให้รินถอยไปอยู่ด้านหลังอย่างสุภาพ ก่อนจะพยักหน้ารับคำอนุญาต ร่างของหญิงสาวในชุดแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจาย แต่สภาพของเธอกลับดูอิดโรยและยับเยินอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยเชิดชูหยิ่งทะนงในอดีตบวมเป่งจากการร้องไห้ และทันทีที่เธอสบตาเข้ากับคินน์ เข่าของเธอก็แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น "คินน์...!" เสียงสะอื้นหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทาของ 'มี나' แฟนเก่าผู้เคยทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เขาถังแตกและไม่มีค่าในสายตาของสังคม คินน์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ ดวงตาดำสนิทคู่นั้นมองสำรวจเธอราวกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่ไม่มีความสำคัญ "หมดเวลาสนุกแล้วหรือครับ คุณมีนา ถึงได้ถ่อสังขารมาถึงที่นี่ได้" มีนารีบคลานเข่าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน แต่ถูกบอดี้กั้นเงาของระบบขวางเอาไว้เสียก่อน เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน มือสั่นเทากำลังจะเอื้อมมาจับชายกางเกงของเขา แต่คินน์กลับขยับถอยห่างอย่างรังเกียจ "ฉันขอโทษ... คินน์! ฉันรู้ว่าฉันมันโง่ ฉันถูกพวกมันหลอก... ธันวาและคนอื่นๆ แค่เขี่ยฉันทิ้งเหมือนของเล่นหลังจากที่พวกมันใช้ประโยชน์จากฉันเสร็จ!" มีนาร่ำไห้คร่ำครวญ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "กลับมาหาฉันเถอะนะคินน์... เราเริ่มต้นกันใหม่นะ นายก็รู้ว่าฉันรักนายมากแค่ไหน..." คำพูดตัดพ้อและคำขอร้องอ้อนวอนดังระงมไปทั่วห้อง แต่คินน์กลับไม่มีแม้แต่ความรู้สึกสงสาร เวทนา หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกของเขาที่มีต่อผู้หญิงคนนี้... มันว่างเปล่า ยิ่งกว่าความว่างเปล่าเสียอีก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทราคาแพงให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก ก่อนจะก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ "ความรักที่คุณพูดถึง... มันมีราคาค่างวดเท่าไหร่กันหรือครับ มีนา?" คินน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ในวันที่ผมไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกล่องประทังชีวิต คุณเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือครับว่า 'ความรักกินไม่ได้' แล้ววันนี้... ทำไมคุณถึงกลับมาหาคนที่คุณเคยเหยียบย่ำล่ะครับ?" "ฉัน... ฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ คินน์! ขอร้องล่ะ ให้โอกาสฉันอีกครั้ง..." มีนาก้มกราบแทบเท้า พยายามจะใช้ความน่าสงสารเข้าแลก ทว่า คินน์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างไม่ใยดี สายตาคมกริบกวาดมองเธอด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไปมองรินที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเงียบสงบ รินไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่แววตานั้นมั่นคงและเชื่อมั่นในตัวเขาเสมอมา คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอמהวาจาเฉียบขาดออกมาทีละคำ ชัดเจน ราวกับประกาศิตจากบัลลังก์ของโอเวอร์ลอร์ด "มีนา... ฟังผมให้ดีๆ นะครับ" คินน์หยุดยืนเคียงข้างริน พร้อมกับโอบไหล่บางของเธอไว้อย่างทะนุถนอม "คนที่ไม่มีค่าในสายตาของผมตั้งแต่แรก... ต่อให้คลานกลับมาอ้อนวอนจนตาย ผมก็ไม่มีวันชายตามองอีกแล้ว" เขากวาดสายตาคมดุจเหยี่ยวกลับไปมองผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายด้วยความสิ้นหวัง "และที่สำคัญที่สุด..." เสียงของคินน์กดต่ำลง ทรงพลัง และกดดันจนมีนาแทบหยุดหายใจ "อย่าได้แม้แต่จะคิดก้าวเข้ามาใกล้... หรือแม้แต่จะชายตามองรินผู้หญิงของผมอีกเป็นอันขาด เพราะถ้ามีครั้งหน้า... ผมจะไม่แค่ไล่คุณออกจากตึกนี้แน่" มีนาเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านจนไร้เรี่ยวแรงจะพยุงตัวขึ้นยืน เธอมองเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าอ่อนแอและไร้ค่าคนนี้ มันเป็นอำนาจที่แท้จริง อำนาจที่สามารถบดขยี้ชีวิตของเธอให้แหลกเป็นผุยผงได้ในพริบตาเดียวโดยไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ ในจังหวะที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศความตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนราชาธุรกิจในกระเป๋าเสื้อของคินน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ติ๊ง!* หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวปรากฏข้อความจากระบบแจ้งเตือนการโอนเงินกองทุนลับระดับ SSS พร้อมกับเสียงปริศนาที่ดังขึ้นในหัวของคินน์ [ตรวจพบความตั้งใจในการปกป้องคู่ชีวิต ระดับความพึงพอใจ: สูงสุด] [ระบบทำการปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษ: "อำนาจพิพากษาตลาดหุ้นตระกูลธันวา" สำเร็จ] [ยอดเงินสดหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นอัตโนมัติ: 1,000,000,000 บาท] คินน์แย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขากดปุ่มรับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอมที่เพิ่งโทรเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ "ว่าอย่างไรครับ คุณธันวา... โทรมาเร็วกว่าที่ผมคิดเสียอีกนะเนี่ย" ปลายสายส่งเสียงหอบหายใจและคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด "แก... แกทำอะไรกับหุ้นบริษัทของฉันไอ้คินน์! ทำไมหุ้นถึงร่วงติดฟลอร์ภายในสามวินาทีวะ!" คินน์เหลือบมองมีนาที่กำลังถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหิ้วปีกออกไปจากห้อง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "ก็แค่... ซื้อหุ้นทั้งหมดของคุณทิ้ง เพื่อเตรียมตัวต้อนรับคุณสู่สถานะ 'ยาจก' ที่แท้จริงอย่างไรล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%