“ถ้าอาจารย์จะกรุณาเปลี่ยนคู่ให้หนู หนูยินดีจะไปล้างจานในโรงอาหารคณะตลอดเทอมเลยค่ะ”
เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความประชดประชันอย่างถึงที่สุดของ ‘เพลงพิณ’ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องพักอาจารย์ที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ครางหึ่ง เธอจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยสายตาที่พร้อมจะพ่นไฟใส่ได้ทุกเมื่อ ในขณะที่ ‘ธันวา’ ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ข้างๆ เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ แม้ว่าสิ่งที่เพิ่งได้ยินจะเป็นการปฏิเสธตัวเขาอย่างไม่ไว้หน้าก็ตาม
“ไร้สาระน่า เพลงพิณ นี่คือโปรเจกต์ใหญ่ระดับคณะ การทำงานร่วมกับคนที่มีทักษะต่างขั้วคือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ ธันวาเป็นนักวางแผน ส่วนเธอคือนักสื่อสาร ถ้าพวกเธอรวมพลังกันไม่ได้ งานนี้ก็จบเห่” อาจารย์วัยกลางคนถอนหายใจยาว ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารหนาปึ้กมาวางบนโต๊ะไม้ขัดเงา “อย่าให้ผมต้องเรียกผู้ปกครองเพราะแค่ความเห็นไม่ลงรอยกันของนิสิตปีสามเลยนะ”
เพลงพิณเม้มริมฝีปากแน่น ความมั่นใจที่เคยมีอยู่เต็มร้อยถูกสั่นคลอนด้วยความไม่พอใจ เธอหันไปถลึงตาใส่ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายเพียงแค่ปรายตามามองด้วยแววตาเย็นชาที่แฝงความดูแคลนเล็กน้อย
“ผมไม่มีปัญหาครับอาจารย์” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธันวาเอ่ยขึ้น ทำเอาเพลงพิณอยากจะกระโดดเข้าไปหยิกแขนเขาสักที “แต่ถ้าคู่หูของผมจะเอาแต่ใช้อารมณ์ตัดสินงาน ผมก็คงต้องขอยกเลิกสิทธิ์ในการเป็นหัวหน้าทีม เพื่อป้องกันไม่ให้งานพังตั้งแต่วันแรก”
“นายว่าใครใช้อารมณ์!” เพลงพิณหันขวับ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ “ที่ฉันไม่อยากคู่กับนาย เพราะฉันไม่อยากทำงานกับพวกหุ่นยนต์ที่ไม่มีหัวใจต่างหาก! นายมันก็แค่พวกยึดติดกับกฎระเบียบจนลืมดูว่าโลกความจริงเขาขยับไปถึงไหนกันแล้ว!”
ธันวาขยับตัวเข้าใกล้เธอหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่มีความสะอาดและเยือกเย็นแบบผู้ชายเนี้ยบๆ ลอยมาแตะจมูก เพลงพิณชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงเชิดหน้าท้าทาย
“โลกที่เธอกำลังพูดถึงมันคือโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายไร้ทิศทาง ซึ่งผมไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปพิสูจน์ให้เธอเห็นหรอก” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลง เหลือเพียงพื้นที่ให้ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกัน “หน้าที่เธอคือทำตามแผนที่ผมวางไว้ ส่วนหน้าที่ผมคือการทำให้นางฟ้าตกสวรรค์อย่างเธอรู้ว่า… ความสามารถที่แท้จริงน่ะ เขาไม่ได้ใช้แค่ลิปสติกสีแดงสดหรือคำพูดประชดประชันหรอกนะ”
“ไอ้คนปากเสีย!” เพลงพิณสบถเบาๆ ก่อนจะคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปโดยไม่รอใคร
ธันวามองตามร่างเพรียวบางนั้นไปจนลับสายตา มุมปากที่เคยเรียบเฉยขยับขึ้นเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย ก่อนจะหันไปโค้งลาอาจารย์แล้วเดินตามเธอออกไปในโถงทางเดินอันเงียบเชียบ
“เดี๋ยวสิ!” ธันวาตะโกนไล่หลังมาเมื่อถึงลานกว้างหน้าตึกคณะ
เพลงพิณหยุดกะทันหันแล้วหมุนตัวกลับมา “อะไรอีก? จะมาสั่งสอนอะไรฉันอีกล่ะ ประธานชมรมหมากรุกผู้แสนสมบูรณ์แบบ!”
“เราต้องหาที่ทำงานกัน” เขาสวนกลับด้วยน้ำเสียงปกติราวกับเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น “ห้องสมุดตึกบริหารมีที่ว่างตอนหกโมงเย็น และผมหวังว่าคนอย่างเธอจะ ‘ตรงเวลา’ มากกว่าที่ผมคาดไว้นะ”
“นายคิดว่าฉันจะไปงั้นเหรอ?” เพลงพิณกอดอก แววตาท้าทายยังคงไม่จางหายไป
ธันวาเดินเข้ามาประชิดตัวเธอจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับผนังตึก แผ่นหลังที่แนบไปกับกำแพงเย็นเฉียบทำให้เพลงพิณใจเต้นแรงผิดจังหวะ เขาไม่ได้จูบ ไม่ได้แตะต้องตัวเธอ แต่เขากลับกักขังเธอไว้ด้วยวงแขนที่วางพาดกับผนังทั้งสองข้าง ลมหายใจของเขาที่รดอยู่ใกล้ใบหูทำให้เธอร้อนผ่าวไปทั้งร่าง
“ถ้าเธอไม่ไป โปรเจกต์นี้จะล่ม และแน่นอนว่าชื่อของเธอก็จะกลายเป็นหนึ่งในรายชื่อนิสิตที่ติด F ในวิชานี้” เขากระซิบ น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและสั่นประสาท “นั่นคือผลลัพธ์ที่เธอยอมแลกเพื่อศักดิ์ศรีจอมปลอมนั่นสินะ?”
เพลงพิณสบตาคมกริบคู่นั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอยังหาคำนิยามไม่ได้ ราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างมัดเธอไว้กับผู้ชายตรงหน้า
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากมุมมืดของทางเดิน พร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘เมฆ’ อดีตคู่แข่งคนสำคัญของเพลงพิณที่เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“นี่พวกนายทำอะไรกันน่ะ?” เมฆหยุดเดินเมื่อเห็นภาพระยะประชิดที่ชวนให้คนมองเข้าใจผิดไปไกล “เพลงพิณ... ตกลงเธอเลือกจะร่วมงานกับมันจริงๆ งั้นเหรอ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันเพิ่งจะปั่นหัวเธอในห้องประชุมเมื่อวานเนี่ยนะ?”
บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนจากความตรึงเครียดเป็นความเย็นยะเยือกในทันที ธันวาค่อยๆ ถอยออกห่างจากเพลงพิณอย่างเชื่องช้า สายตาเขายังคงจ้องมองเมฆด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันมามองเพลงพิณด้วยสายตาที่ท้าทายกว่าเดิม
“นั่นสิ เพลงพิณ...” ธันวาเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ “ในเมื่อคนรู้จักของเธอมาเตือนขนาดนี้แล้ว... เธอจะตัดสินใจยังไง? จะทำตามใจตัวเอง หรือจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอ... ไม่ได้ ‘อ่อน’ อย่างที่ใครเขาว่ากัน”
เพลงพิณกำหมัดแน่น ความลังเลฉายชัดอยู่ในดวงตา ในขณะที่เมฆก้าวเข้ามาคว้าข้อมือของเธอเพื่อจะดึงให้หลุดพ้นจากธันวา แต่ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย ธันวากลับคว้าข้อมืออีกข้างของเธอไว้แน่น สายตาของชายหนุ่มสองคนปะทะกันกลางอากาศจนเกิดประกายไฟจางๆ ที่ไม่มีใครกล้าขยับตัว
“ปล่อยเธอ” เมฆคำราม
“ผมมีโปรเจกต์ที่ต้องทำกับเธอ” ธันวาตอบกลับด้วยความนิ่งสงบที่น่ากลัวกว่าเดิม “และคืนนี้... เธอจะเป็นคนเลือกเอง ว่าจะเดินไปกับใคร”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับเพลงพิณและธันวานะคะ หวังว่าจะถูกใจความแสบซ่าของคู่นี้กันนะคะ! - ชาพีชหวานน้อย
ขอท้าพิสูจน์! คนอย่างนายไม่น่ารักหรอก•ตอนที่ 2
บังคับให้ร่วมงานกัน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอท้าพิสูจน์! คนอย่างนายไม่น่ารักหรอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
