กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว•ตอนที่ 2

ฟาดให้หงายด้วยไม้ตาย

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบอีนาเมลสั่นกระเด้ง น้ำชาสีเข้มกระฉอกเปรอะเปื้อนกระดาษสัญญาแผ่นเก่าที่ถูกกางไว้กลางห้องโถงบ้านตระกูลจาง "หลินฟาง! นังเด็กอกตัญญู! แกคิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วจะลืมบุญคุณที่พวกฉันเลี้ยงดูมาตั้งแต่พ่อแม่แกตายไปหรือไง ปีนี้ภัยแล้งคุกคาม ที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านนั่นถ้าไม่มีชื่อพวกฉันคอยค้ำประกันไว้ ทางการคงยึดไปนานแล้ว เพราะฉะนั้น พืชผลครึ่งหนึ่งของฤดูเก็บเกี่ยวนี้ต้องเป็นของบ้านใหญ่... นี่คือความกตัญญูที่คนเป็นสะใภ้พึงกระทำ!" เสียงแหลมปรี๊ดของ "ป้าสะใภ้หวัง" ดังสะท้อนไปทั่วห้อง นางเท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโลภ ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความดูแคลน ด้านข้างมี "ลุงใหญ่" นั่งพ่นควันไปป์กลิ่นฉุนคละคลุ้ง ทำทีเป็นทองไม่รู้ร้อน แต่สายตากลับจดจ้องแปลงผักหลังบ้านที่เขียวขจีผิดหูผิดตาไม่วางตา หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มือเรียวบางกำลังบรรจงใช้ผ้าสะอาดเช็ดใบมีดเหล็กกล้าสำหรับหั่นผัก เสียง *แคว่ก... แคว่ก...* ของเนื้อผ้าเสียadสีกับคมมีดช่างบาดหูคนใจร้อนยิ่งนัก "บุญคุณ?" หลินฟางทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไอเย็นเยือก นางเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "ป้าใหญ่พูดถึงบุญคุณตอนไหนหรือครับ... อ้อ หรือว่าหมายถึงตอนที่ฉันอายุสิบขวบ แล้วพวกท่านขนข้าวสารสามกระสอบสุดท้ายที่พ่อแม่ฉันทิ้งไว้ เอาไปเป็นสินสอดให้ลูกชายคนโตแต่งเมีย? หรือหมายถึงตอนที่ฉันป่วยปางตายเมื่อปีกลาย แล้วพวกท่านมาขนตู้ไม้ไผ่กับหม้อทองแดงไปจำนำเพื่อซื้อเหล้าให้ลุงใหญ่ดื่มกันแน่?" "นั่น... นั่นมันเรื่องในอดีต! จะเอามาพูดทำไม!" ป้าสะใภ้หวังหน้าถอดสี เสียงเริ่มติดขัดเมื่อถูกขุดคุ้ยเรื่องน่าละอายต่อหน้าชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูที่หน้าประตู "ในอดีตก็คือความจริงครับ" หลินฟางวางผ้าลงอย่างนุ่มนวล ทว่าเสียงกระทบโต๊ะกลับดังราวกับค้อนทั่งตีเหล็ก นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีกดดันบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวนางจนคนรุ่นราวคราวเดียวกันเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว "แต่อย่าว่าแต่วันวานเลย เอาปัจจุบันดีกว่า... ในมือฉันตอนนี้ คือสำเนาประกาศจากกรมที่ดินอำเภอซานho เมื่อสามวันก่อน เรื่องมาตรการเยียวยาเกษตรกรผู้ทำประโยชน์ในที่ดินทำกินตาม พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินเพื่อความมั่นคงแห่งรัฐ ฉบับปี 1978" นางชูกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้น ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าน่ากลัวในสายตาของคู่กรณี "ในมาตราที่สี่ระบุไว้ชัดเจนว่า บุคคลใดก็ตามที่แอบอ้างสิทธิ์ครอบครองโฉนดรวม โดยไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประโยชน์จริงติดต่อกันเกินสองฤดูเก็บเกี่ยว จะถือว่ามีความผิดฐาน 'ฉ้อฉลทรัพยากรของรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน' มีโทษปรับไม่เกินห้าพันหยวน และจำคุกสูงสุดสามปี... ลุงใหญ่, ป้าใหญ่ ครับ ไม่ทราบว่าปีนี้... ชื่อในทะเบียนราษฎร์แปลงท้ายหมู่บ้านของฉัน มีชื่อพวกท่านไปช่วย 'พลิกหน้าดิน' สักครั้งไหมหนอ?" ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องโถงทันที ลุงใหญ่ถึงกับสำลักควันไปป์ไอโขลกๆ หน้าดำหน้าแดง ป้าสะใภ้หวังอ้าปากค้าง ตาเหลือกค้างราวกับปลาขาดน้ำ นางไม่รู้หนังสือ จึงไม่รู้ว่าสิ่งที่หลินฟางพูดนั้นจริงเท็จแค่ไหน แต่คำว่า 'จำคุก' และ 'ปรับห้าพันหยวน' มันมากพอที่จะทำให้คนตระกูลหวังขาอ่อนแรง "แก... แกโกหก! เด็กสารเลวอย่างแกจะไปเอาเอกสารราชการมาจากไหน!" ป้าสะใภ้หวังแผดเสียงกลบเกลื่อนความกลัว "ถ้าไม่เชื่อ จะลองไปคุยกับสหายผู้ใหญ่บ้านที่กองอำนวยการตอนนี้เลยดีไหมครับ?" หลินฟางก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แววตาคมกริบราวกับเหยี่ยว "ฉันยินดีเดินไปเป็นเพื่อนนะ หรือจะให้ฉันช่วยร่างจดหมายร้องเรียนส่งตรงไปที่อำเภอเลยดี? รับรองว่าลายมือตัวหนังสือพิมพ์ดีดของฉัน สวยงามและเป็นทางการกว่าสัญญาฉบับนี้หลายเท่า" ป้าสะใภ้หวังถอยหลังกรูดจนสะดุดธรณีประตูเกือบหกล้ม ลุงใหญ่ต้องรีบเข้ามาประคอง ใบหน้าของทั้งสองคนเขียวคล้ำสลับซีดขาวด้วยความแค้นเคืองปนความหวาดกลัว "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! อย่าคิดว่ามีสามีเป็นทหารแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจได้นะ!" ป้าสะใภ้หวังตะโกนอาฆาตก่อนจะลากสามีหนีหายไปจากบริเวณบ้านอย่างรวดเร็วท่าเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านละแวกนั้น หลินฟางถอนหายใจยาวเบาๆ นางเก็บกระดาษในมือลง ก่อนจะหันไปมองร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จางเหว่ยสวมเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแผ่นอกและเรียวแขนที่เต็มไปด้วยพละกำลัง ดวงตาคมเข้มคู่นั้นไม่ได้มีความดุดันอย่างที่ใช้มองคนอื่น มีเพียงความอ่อนโยนระAยระยับและความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหาภรรยา ยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเบาๆ อย่างทะนุถนอม "เมียฉันเก่งที่สุด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชมด้วยความภูมิใจ "ไม่ต้องเปลืองแรงลงไม้ลงมือ พวกเขาก็วิ่งหางจุกตูดไปเอง" "ถ้าไม่ใช้สมอง แล้วจะเอาอะไรไปเลี้ยงสามีจอมกินจุอย่างคุณล่ะครับ" หลินฟางค้อนให้วงหนึ่งอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยผักกาดขาวอวบออแกนิกจากมิติลับ ซึ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นของดินอุดมสมบูรณ์และหยาดน้ำค้างบริสุทธิ์ออกมาจางๆ "วันนี้คุณกลับมาเร็วกว่ากำหนด มีเรื่องอะไรที่ค่ายทหารหรือเปล่า?" จางเหว่ยไม่ตอบทันที เขารวบเอวบางเข้ามาประชิดตัว กลิ่นอายบุรุษหนุ่มผสมเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายแดดป่าทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย ชายหนุ่มก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหู นํ้าเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความนัย "ไม่มีอะไรสำคัญ... แค่คิดถึงอาหารที่คุณทำ และคิดถึง... ภรรยาจนทนอยู่ที่ค่ายต่อไม่ไหว" พูดจบ จางเหว่ยก็ถือวิสาสะหยิบต้นผักกาดขาวสดๆ ในตะกร้าขึ้นมาพิจารณา ทว่าจังหวะนั้นเอง ผักกาดขาวต้นอวบที่ควรจะธรรมดาก กลับส่องประกายแสงเรืองรองสีทองจางๆ ออกมาวูบหนึ่ง พร้อมกับกลิ่นหอมหวานล้ำลึกที่อบอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องทันทีที่เปลือกนอกถูกแกะออก กลิ่นหอมนั้นไม่ใช่กลิ่นผักทั่วไป แต่มันคือกลิ่นหอมของสมุนไพรโบราณผสมผสานกับน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นไฟอ่อนที่เคี่ยวมานานสามวันสามคืน! จางเหว่ยชะงัก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่หลินฟางเองก็หน้าถอดสีเมื่อรู้ว่ามิติลับในตัวเกิดอาการ 'รั่วไหล' ต่อหน้าสามีเข้าเสียแล้ว! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนชาอุ่นๆ ถ้วยนี้ด้วยกันนะครับ — ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%