เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบพื้นโต๊ะไม้สักราคาแพงดังสนั่น ท่าقمความเงียบงดงามของห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ภากรหอบหายใจกระชั้น ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดหวั่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบ ขณะจ้องมองหน้าผู้ชายอีกคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ราวกับกำลังจิบชาอยู่ในสวนหลังบ้าน
"แกทำแบบนี้ไม่ได้... คริษฐ์!" ภากรเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้น "หุ้นในมือฉัน... โครงการที่ประมูลมาได้... ทำไมจู่ๆ ธนาคารทุกแห่งถึงพร้อมใจกันเรียกวงเงินคืนพร้อมกันหมดในวันเดียว!"
คริษฐ์ปรายตามองคู่แข่งทางธุรกิจที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกำมือด้วยแววตานิ่งสนิท สถาปัตยกรรมแห่งอำนาจที่เขาใช้เวลาสะสมมานานนับปี ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อออกแบบตึกสูงระฟ้า แต่มันมีไว้เพื่อสร้างอาณาจักรที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่บังaญเข้ามาขวางทางศศิธร
"โลกธุรกิจก็เป็นแบบนี้แหละครับคุณภากร..." คริษฐ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบแต่นิ่งสนิท สุภาพเรียบร้อยจนน่ากลัว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทเข้ารูปสีกรมท่าให้เข้าที่อย่างใจเย็น "มีความเสี่ยงเสมอ... โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เกิดจากการเล่นนอกกติกา และบังเอิญว่าเส้นสายที่ผมมี มันยาวพอที่จะลากคอคุณลงมาจากหอคอยงาช้างได้ในพริบตาเดียว"
"แกต้องการอะไร... เงินเท่าไหร่ สัดส่วนหุ้นในโปรเจกต์มอลล์ยักษ์นั่น ฉันยกให้แกหมด ขอแค่ปล่อยฉันไป..." ภากรหมดฟอร์มสิ้นเชิง เขาโถมตัวเข้าหาโต๊ะทำงาน สองมือยันพื้นผิวไม้ไว้แน่น ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความตื่นตระหนก
"ผมไม่สนใจเงินหรือหุ้นเศษสโตร์พวกนั้นหรอกครับ..." คริษฐ์ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ฝ่ายตรงข้ามถอยหลังรูดจนสะโพกชนขอบโต๊ะทำงานอย่างจนมุม แววตาของสถาปัตยกรรมหนุ่มดุดันขึ้นเป็นประกายความดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้มาดผู้ดี "สิ่งที่ผมต้องการคือให้คุณถอนตัวจากทุกโปรเจกต์ที่แข่งกับศศิธร และ... เขียนจดหมายสารภาพความผิดทั้งหมดที่คุณเคยเล่นตุกติกเบื้องหลังเธอกลับมาให้หมดภายในเที่ยงคืนนี้"
"ถ้าฉันไม่ทำล่ะ?"
คริษฐ์โน้มตัวลงกระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำรื่นหูแต่เยือกเย็นเข้ากระดูกดำ "ถ้าไม่ทำ... พรุ่งนี้เช้า คุณจะไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินให้ยืน ไม่ใช่แค่ล้มละลาย แต่คุณจะไม่มีทางได้ลืมตาอ้าปากในแวดวงธุรกิจนี้อีกเลยตลอดชีวิต เลือกเอาครับว่าจะยอมเซ็นเอกสารนี้ด้วยมือตัวเอง หรือจะให้ผมเป็นคนหักกระดูกคุณแล้วโยนออกไปนอกหน้าต่างนี่ด้วยมือคู่นี้"
แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ภากรกัดฟันกรอด ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวผสมความแค้น แต่เขารู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่น ในขณะที่เกมการต่อสู้ทางธุรกิจกำลังถึงจุดแตกหัก ร่างบางของศศิธรที่ยืนหลบมุมอยู่หลังประตูกระจกฝ้าด้านนอกกำลังมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยหัวใจที่เต้นรัวระทึก
หญิงสาวในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีดำสนิทขบริมฝีปากแน่น เธอกำมือเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความดุดันเด็ดขาดที่เคยใช้บริหารอาณาจักรอสังหาฯ กลับพังทลายลงเหลือเพียงความหวั่นไหวที่ตีรวนอยู่ในอก ผู้ชายคนนี้... คริษฐ์ ยอมทำทุกอย่าง ยอมแบกรับความเสี่ยง และใช้ทั้งอิทธิพลเบื้องหลังเพื่อปกป้องเธอ โดยที่เธอไม่ต้องเอ่ยปากขอร้องเลยแม้แต่คำเดียว
เมื่อภากรยอมจำนนและเซ็นเอกสารทุกฉบับด้วยมือที่สั่นเทา คริษฐ์คว้าแฟ้มทั้งหมดโยนใส่หน้าอกอีกฝ่ายอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันหลังเดินก้าวออกไปจากห้องทำงานนั้นด้วยท่าทีสงبนิ่ง ทว่าทันทีที่ประตูลิฟต์ส่วนตัวปิดลง ร่างสูงใหญ่ก็ดึงตัวศศิธรที่ยืนรออยู่เข้ามาชิดผนังเย็นเฉียบอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ...!" ศศิธรหลุดอุทานออกมาเบาๆ เมื่อแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังกระจกที่สะท้อนวิวเมืองยามค่ำคืนระยิบระยับ แววตาคมกริบดุดันของประธานสาวฉายแววตื่นตระหนกปนเร่าร้อนเมื่อประสานเข้ากับนัยน์ตาเข้มดุของสถาปนิกหนุ่ม
"แอบดูผมจัดการปัญหามานานพอหรือยังครับ... คนเก่ง" คริษฐ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอขาวระหง กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และความดุดันจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยิ่งหลอมรวมให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาที่พุ่งพล่านอย่างไร้การควบคุม
"ฉันไม่ได้..." ศศิธรพยายามจะเถียงด้วยมาดนางพญา แต่เสียงของเธอกลับสั่นพร่าเมื่อปลายนิ้วแข็งแรงของคริษฐ์ไล้ผ่านแนวคางมน ลากผ่านลำคอระหงลงมาหยุดอยู่ที่กระดุมเม็ดบนของเสื้อสูท
"คุณไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นครับศศิ..." น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ มือหนาปลดกระดุมเม็ดนั้นออกอย่างเชื่องช้า ทว่าเด็ดขาด ราวกับกำลังถอดรื้อเกราะป้องกันตัวตนทั้งหมดของเธอออกทีLละชั้น "ตอนนี้... ถึงเวลาที่ผมต้องทวงค่าจ้างในการปกป้องคุณแล้ว"
สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากของเขาประทับลงบนลาดไหล่เนียนที่โผล่พ้นร่มผ้า รสจูบหนักหน่วงและเว้าวอนผสมผสานกับความดิบเถื่อนที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด ศศิธรสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับไร้เรี่ยวแรง เธอเผลอจิกมือลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่รุนแรงราวกับพายุหมุนที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้
ลิฟต์ส่วนตัวยังคงเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดินอย่างเงียบเชียบ ทว่าในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้ กลับมีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นจนแทบลุกเป็นไฟ คริษฐ์กดริมฝีปากลงซ้ำๆ ที่ซอกคอหอมกรุ่น ปลุกเร้าทุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวหญิงสาวให้ตื่นขึ้นมารับสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจมอบให้อย่างเต็มอิ่ม
ทว่า ในวินาทีที่ศศิธรกำลังจะหลอมละลายไปกับรสสัมผัสอันเร่าร้อนจนแทบก้าวขาไม่ออกนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคริษฐ์ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศ
คริษฐ์ชะงักเล็กน้อย เขาผละใบหน้าออกห่างจากซอกคอเธอนิดหน่อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมลัวของลิฟต์ ก่อนที่แววตานิ่งขรึมจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายลึกล้ำที่แม้แต่ศศิธรก็ยังต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"มีอะไรเหรอคะ..." เธอถามเสียงพร่า หอบหายใจเบาๆ พยายามดึงสติกลับมา
คริษฐ์ไม่ตอบทันที เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ไม่อาจคาดเดาความหมาย ก่อนจะหันหน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้นมาให้เธอดดUข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... ข้อความจากหมายเลขปริศนาที่ส่งพิกัดตำแหน่งลับ พร้อมกับรูปถ่ายใบเสร็จการโอนเงินก้อนโตเข้าบัญชีของภากรเมื่อสัปดาห์ก่อน และตัวอักษรภาษาอังกฤษสามตัวที่สลักไว้ท้ายข้อความ...
*ตัวจริงกำลังรอต้อนรับคุณอยู่ข้างล่างครับ... คุณสถาปนิก*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "วริศร์วิสกี้" เสมอมานะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ•ตอนที่ 24
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสสาวสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!