คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ•ตอนที่ 19

ศัตรูที่มองเห็นได้ชัด

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
ซองจดหมายสีน้ำตาลยับยู่ยี่บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ ส่งกลิ่นอับชื้นของกระดาษรีไซเคิลยุคเจ็ดสิบ ลอยปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของรากโสมตังกุยที่หลินฟางเซียนเพิ่งตากแห้งเสร็จ "ความลับในมิติลับ... อย่างนั้นหรือคะ?" ฟางเซียนทวนคำพูดของชายแปลกหน้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับพินิจพิจารณาร่องรอยบนซองจดหมายอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวเนียนแตะลงบนผิวซองสัมผัสได้ถึงความหนาผิดปกติ เธอไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ความสามารถระดับแพทย์อัจฉริยะและประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในยุคเปลี่ยนผ่านสอนเธอว่า ความนิ่งคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ในมิติลับของเธอยังคงปลอดภัย ระบบสแกนและหอสมุดสมุนไพรไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนอันตรายใดๆ นั่นหมายความว่า ชายคนนั้นเป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่ถูกส่งมาโยนหินถามทาง หรือไม่ก็เป็นหมากตัวหนึ่งในเกมจิตวิทยาที่ใครบางคนจงใจสร้างขึ้นเพื่อบั่นทอนความมั่นใจของเธอ "ภรรยาพี่... เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยความกังวลดังขึ้นจากประตูห้องครัว จางเหว่ยเดินก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น มือหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมถือถาดไม้ที่มีแป้งหมั่นโหวร้อนๆ และชามซุปไข่ผักกาดขาวส่งควันกรุ่น เขาเห็นซองจดหมายแปลกปลอมและสีหน้าที่สุขุมจนเกินไปของภรรยา หัวใจของอดีตทหารผ่านศึกกระตุกวูบ สายตาคมกริบกวาดมองรอบบริเวณบ้านอย่างระแวดระวังทันที "ไม่มีอะไรมากหค่ะ แค่พวกแมลงหน้าที่น่ารำคาญที่พยายามส่งเสียงหึ่งๆ รอบกองน้ำผึ้งเท่านั้นเองค่ะ" ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบางๆ ให้สามี รอยยิ้มนั้นไม่ได้เสแสร้ง แต่มันเต็มไปด้วยความมั่นใจจนจางเหว่ยรู้สึกอุ่นใจขึ้นอย่างประหลาด ชายหนุ่มวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือหนามาโอบไหล่บางของเธอไว้เบาๆ "ไม่ว่าใครหน้าไหนที่กล้าเข้ามาหาเรื่องเธอ... มันต้องผ่านศพฉันไปก่อน" คำพูดเรียบง่ายแต่จริงจังของจางเหว่ยทำให้หัวใจของแพทย์หญิงจากยุคโบราณกระตุกไหววูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอก ในโลกยุคเจ็ดสิบที่เต็มไปด้วยความแห้งแล้งและความกันดาร การมีผู้ชายคนนี้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างคอยปกป้อง ย่อมมีค่ามากกว่าสมุนไพรล้ำค่าพันตำลึง ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ข่าวลือแปลกประหลาดเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านชายแดนอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เสียงซุบซิบนินทาของบรรดาแม่บ้านที่มารวมตัวกันซักผ้าบริเวณลำธารดังระงม "พวกเธอได้ยินข่าวหรือยัง? หมอหญิงหลินที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ ที่แท้ก็ใช้เล่ห์กลต้มตุ๋นชาวบ้าน ยาสุนไพรที่นางเอามาขายไม่ได้วิเศษอะไรหรอก นางมีวิชามารต่างหากล่ะ!" "จริงหรือ? ฉันเห็นสามีของนางเป็นแค่อดีตทหารตกอับ แต่กลับมีเงินซื้อเนื้อกินทุกวัน แถมบ้านยังดูดีขึ้นผิดหูผิดตา ผิดศีลธรรมแน่ๆ!" ต้นตอของข่าวลือไม่ได้มาจากใครที่ไหน แต่เป็น "หลิวอี้หลาน" หญิงสาวลูกสาวผู้ใหญ่บ้านผู้เคยหมายปองจางเหว่ย นางยืนกอดอกเชิดหน้าอยู่ริมลำธาร ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยแป้งราคาถูกบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ด้านข้างของนางคือชายวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบดำท่าทางเจ้าเล่ห์ นามว่า "เฉินกวาน" พ่อค้าคนกลางจากตัวอำเภอผู้ผูกขาดการค้ายาสุนไพรในแถบนี้ เฉินกวานหรี่ตามองไปทางบ้านพักของตระกูลจาง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "นังเด็กนี่ทำยอดขายสมุนไพรตัดหน้าข้าในตลาดมืดติดต่อกันสามวัน พรุ่งนี้เจ้าหน้าที่จากสหกรณ์ตำบลจะเข้าไปตรวจสอบใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ของนาง... ข้าอยากรู้นักว่า หมอเถื่อนไร้สังกัดอย่างนางจะเอาตัวรอดอย่างไร" หลิวอี้หลานหัวเราะคิกคักอย่างสะใจ "พี่เฉินจัดการให้เด็ดขาดเลยนะคะ จัดการให้นางไม่มีที่ยืนในหมู่บ้านนี้อีกเลย!" ทว่า ในขณะที่กลุ่มคนพาลกำลังวางแผนอย่างได้ใจ ฟางเซียนกลับกำลังนั่งเคี่ยว "น้ำเชื่อมลูกหม่อนป่าผสมรากบัว" อยู่ในครัวหลังบ้าน กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ลอยไปจนถึงรั้วบ้าน กระตุ้นต่อมรับรสของคนที่เดินผ่านไปมาให้กลืนน้ำลายเอื้อม ฟางเซียนตักน้ำเชื่อมสีทับทิมใสแจ๋วหยดลงบนจานกระเบื้องขาวเพื่อเช็คความเข้มข้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ เมื่อครู่ระบบในมิติลับเพิ่งแจ้งเตือนว่า อัตราการผลิตสมุนไพรเพิ่มขึ้นสิบเท่า และที่สำคัญ... ระบบได้ปลดล็อก "เข็มเงินพิษสลายร่องรอย" ซึ่งเป็นวิชาแพทย์โบราณขั้นสูงที่สามารถตรวจสอบสารพิษและโรคเรื้อรังได้เพียงแค่การสัมผัสชีพจรผ่านเสื้อผ้า "อยากเล่นเกมสกปรกกับฉันอย่างนั้นหรือคะ... เฉินกวาน หลิวอี้หลาน พวกเธอคิดตื้นเกินไปเสียแล้ว" เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงตะโกนโหวเหวกโวยวายของคนกลุ่มหนึ่งที่หน้าบ้าน "หลินฟางเซียน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ทางการได้รับเรื่องร้องเรียนว่าเธอแอบอ้างเป็นแพทย์และขายยาอันตรายให้กับชาวบ้าน จงเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยดี!" จางเหว่ยที่กำลังเหลาไม้ไผ่ทำรั้วอยู่หน้าบ้าน วางมือทันที ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาดุจพญาอินทรีย์วาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาเตรียมจะก้าวไปกระชากประตูออก แต่ฟางเซียนกลับเดินออกมาจากห้องครัวเสียก่อน นางใช้มือเรียวลูบแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม พร้อมกับส่งสายตากล้าหาญที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะค่ะพี่เหว่ย... คนพวกนี้แค่อยسبابอยากเจอหมอเก่งๆ สักครั้งในชีวิตเท่านั้นเองค่ะ" ฟางเซียนก้าวเดินไปที่ประตูบ้านด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง มือบางเอื้อมไปปลดกลอนประตูออกอย่างใจเย็น เผยให้เห็นใบหน้าบึ้งตึงของเฉินกวานและเจ้าหน้าที่สหกรณ์ตำบลสองคนยืนถือสมุดบันทึกท่าทางวางโต เฉินกวานยิ้มเยาะก้าวเท้าเข้ามาหมายจะดันตัวเข้าไปตรวจค้น แต่ฟางเซียนกลับขยับตัวเพียงเล็กน้อย ปลายนิ้วมือข้างซ้ายที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อสะบัดออกอย่างรวดเร็ว ปรากฏแสงประกายสีเงินวาววับพุ่งเข้าใส่จุดชีพจรหลักที่หัวไหล่ขวาของเฉินกวานโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นแม้แต่น้อย เฉินกวานสะดุ้งโหย่ง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะเริ่มชาดิกและพูดไม่ออก "อ... อือ... อั๊ก!" เฉินกวานเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เขาอ้าปากพะงาบๆ จะฟ้องเจ้าหน้าที่ แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมานอกจากเสียงอู้อี้ในลำคอ ฟางเซียนแย้มยิ้มอ่อนหวาน ละมุนละไมราวกับเทพเซียนลงมาโปรด ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ได้ยินกันทั่วหน้าบ้าน "อุ๊ยตายแล้ว... หัวหน้าเฉิน หน้าตาคุณดูซีดเซียวและมีอาการลิ้นแข็งกล้ามเนื้อกระตุกแบบนี้... เกรงว่าโรค 'อัมพฤกษ์เฉียบพลันจากความโลภ' จะกำเริบเสียแล้วกระมังคะ? ต้องการให้หมออย่างฉันช่วยฝังเข็มรักษาให้ตอนนี้เลยไหมคะ... ฟรีค่ะ... ไม่คิดเงินสักหยวนเดียว" ประโยคสุดท้ายถูกเน้นเสียงชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางความตกตะลึงของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์รอบบ้าน ________________________________________ ✨ **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!**
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับวิถีเกษตรกรยอดอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%