เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ•ตอนที่ 12

เมื่อความหิวไม่ได้มีแค่ที่ท้อง

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานนิรภัยสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกจากด้านนอก คือสัญญาณเตือนว่าข้อความหน้าประตูเมื่อครู่ไม่ใช่การตื่นตระหนกเกินจริง "ปล่อยให้พวกมันพังเข้ามาค่ะคุณอาคเนย์... ดูซิว่าไอ้เขตเหนือมันจะกล้าเหยียบศพลูกน้องคุณเข้ามาได้กี่ศพ" คินน์ไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เชฟหนุ่มในผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบซอสยังคงยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวชั่วคราว ดวงตาสีเข้มคมกริบมองชายหนุ่มเจ้าของเซฟเฮาส์ที่กำลังยืนหันหลังให้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อกดรหัสล็อกระบบรักษาความลับขั้นสูงสุด อีโก้และความนิ่งสงบในยามวิกฤตของเชฟตกอับคนนี้ช่างน่าหมั่นไส้... และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในสูทเข้ารูปสีกรมท่าปัดมือออกจากแป้นพิมพ์อย่างไม่ยี่ห้อ เขาก้าวช้าๆ เข้ามาประชิดตัวเชฟปากจัดที่ยังคงลอยหน้าลอยตา ท่าทีคุกคามแบบนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลไม่ได้ทำให้คินน์ถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว กลับยิ่งเชิดคางขึ้นท้าทาย "ปากเก่งแบบนี้ ตอนโดนกระสุนเฉี่ยวหัวคงไม่ร้องไห้งอแงนะ, เชฟคินน์" อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาจนสันจมูกโด่งเกือบแตะแก้มนวล กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับน้ำหอมราคาแพงเคล้าคลออยู่ปลายจมูกจนคินน์ต้องกลั้นหายใจ "ห่วงตัวเองก่อนเถอะค่ะ บอสใหญ่... คลังสินค้าของคุณกำลังจะพังเป็นจุลอยู่แล้ว ยังมีอารมณ์มาเล่นลิ้นกับฉันอีกเหรอ" คินน์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิลกาฬที่พราวระยับด้วยประกายความคลั่งไคล้ ชายหนุ่มคนนี้แปลกประหลาดสิ้นดี ในสถานการณ์ที่ศุกร์เข้าเสาร์แทรกแบบนี้ แววตาของอาคเนย์กลับมีแต่ภาพของเขาเต็มไปหมด "คลังสินสินค้าพัง ฉันสร้างใหม่ได้..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับเถียง "แต่ถ้าคนตรงหน้าเป็นอะไรไป... ฉันคงต้องเผาทั้งเขตเหนือเพื่อล้างแค้นให้เธอนะคะ" คำพูดหวานเลี่ยนที่ถูกพ่นออกมาหน้าตายทำเอาหัวใจของเชฟอัจฉริยะกระตุกวูบ คินน์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวราวกับเม่นชนกำแพงเริ่มอ่อนยวบลงอย่างน่าอับอาย อาคเนย์ฉวยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังชะงัก ใช้มือหนารวบเอวสอบเข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่าง ระยะห่างระหว่างกันถูกบด นี่ไม่ใช่การหลบภัยจากศัตรูอีกต่อไป... แต่มันคือสนามรบทางอารมณ์ที่ใครเผลอก่อนคนนั้นแพ้ "คุณมัน... คนฉวยโอกาส" คินน์พยายามดันแผงอกกว้างออก แต่แรงผลักของเขากลับเหมือนการออดอ้อนในสายตาของมาเฟียหนุ่ม "ก็บอกแล้วไงคะ ว่าฉันสายเปย์... อยากได้อะไรฉันหามาให้ได้หมด ยกเว้นอย่างเดียว..." อาคเนย์หยุดเว้นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวไล้เกลี่ยกรอบหน้าเนียนของเชฟหนุ่มอย่างเบามือ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผา "ยกเว้น... ปากคอเราเนี่ยแหละที่ฉันอยากจะจัดการให้มันหยุดพูด แล้วหันมาทำอย่างอื่นแทน" "อื้อ—!" คำพูดท้าทายถูกกลืนหายไปในลำคอทันทีที่ริมฝีปากหยักลึกประกบลงมาปิดกั้นเสียงบ่นกระปอดกระแปดของเชฟจอมดีเดือด การจู่โจมที่รวดเร็วและหนักหน่วงทำเอาคินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวที่เคยผลักอกตอนนี้เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของอีกฝ่ายแน่นเพื่อพยุงร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบ สัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นความนุ่มนวลล้ำลึกที่สูบ วิญญาณ ความหิวโหยไม่ได้เกิดขึ้นที่กระเพาะอาหารอีกต่อไป แต่มันกำลังแผดเผาช่องท้องและหัวใจของคนทั้งคู่ให้อยู้ในวังวนแห่งความลุ่มหลง อาคเนย์บดเบียดริมฝีปากตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู้จักพอ ขณะที่คินน์ซึ่งพยายามจะพยศในตอนแรก กลับพ่ายแพ้ให้กับจังหวะรักที่อีกฝ่ายชี้นำ ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุม สติสัมปชัญญะที่เคยประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ท่ามกลางเสียงระเบิดและแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกที่พยายามพังประตูเข้ามา... โลกทั้งใบภายในห้องทำงานนี้กลับเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและอุณหภูมิร่างกายที่แนบชิดกันจนแทบหลอมละลาย อาคเนย์ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้เชฟคนเก่งหอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากเจ่อบวมและชุ่มฉ่ำจากรสจูบที่ดุดัน ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำมองค้อนเขาอย่างคาดโทษแต่มันช่างไร้พิษสงในสายตาของมาเฟียหนุ่ม "คุณ... บ้าไปแล้วหรือไง" คินน์เสียงสั่นพร่า มือบางแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความรู้สึกอุ่นวาบยังคงตกค้างอยู่ชัดเจน "บ้าเพราะเธอคนเดียวนั่นแหละค่ะ..." อาคเนย์กระซิบชิดใบหูแดงแจ๋ ปลายจมูกโด่งกดลงสูดความหอมจากซอกคอขาวผ่องอย่างหลงใหล "จำไว้... ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องของๆ ฉัน ทั้งคลังสินค้า... และตัวเธอ" ยังไม่ทันที่คินน์จะได้เอ่ยปากด่าทอความเผด็จการนั้น เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหว ประตูนิรภัยเหล็กกล้าหนาน้ำหนักหลายตันยุบตัวลงตามแรงระเบิดจนบานพับหลุดกระเด็น ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ อาคเนย์ดึงร่างบางมาหลบไว้ด้านหลังทันที สีหน้าคลั่งรักเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมเย็นชาในเสี้ยววินาที เขากวาดปืนพกกระบอกงามออกจากสายคาดเอวขึ้นตั้งรับ พร้อมกับที่เงาร่างของชายฉกรรจ์นับสิบชีวิตในชุดเครื่องแบบหน่วยจู่โจมของเขตเหนือพุ่งทะลวงฝุ่นควันเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ทว่า... ก่อนที่เสียงปืนนัดแรกจะลั่นขึ้นเพื่อเปิดฉากการนองเลือด เสียงปรบมือช้าๆ สองสามครั้งก็ดังแทรกขึ้นมาจากท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเท้าเหยียบเศษซากปูนพังทลายเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน "ว้าว... ชื่นชมในความสวีทจริงๆ ครับ คุณอาคเนย์... ไม่นึกเลยว่าใกล้จะตายแล้ว ยังมีอารมณ์มาจูบกับเชฟตกอับคนนี้ได้ลงคอ" เสียงทุ้มติดจะเยาะหยันเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่หมอกควันจางลงเผยให้เห็นใบหน้าคมคายของชายหนุ่มผู้มาใหม่... คนที่อาคเนย์ไม่มีวันคิดว่าจะกล้าเหยียบเข้ามาในอาณาเขตของตนเองในเวลานี้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและคอยจิกหมอนไปพร้อมกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%