"ถ้าคุณยังยิ้มให้ไอ้ผู้ชายหน้าอ่อนนผมบลอนด์นั่นอีกแค่ครั้งเดียว ผมจะสั่งให้คนกว้านซื้อหุ้นบริษัทดีไซน์ของคุณ แล้วประกาศปลดมันออกจากการเป็นพาร์ทเนอร์ในหกสิบวินาที..."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคินน์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่เล่นๆ ในงานปาร์ตี้เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์จิวเวลรีชื่อดัง แต่แววตาคมกริบที่จ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งของเรน กลับสะท้อนความหวงแหนและโทสะระลอกใหญ่ที่กำลังปะทุขึ้นภายใต้สูทสั่งตัดเข้ารูปอย่างเนี้ยบ
เรนถอนหายใจออกมาเบาๆ เจ้าตัวไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อคำขู่ระดับพันล้านนั่นเลยแม้แต่น้อย กลับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทคินน์ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง
"คุณคินน์ครับ... นี่งานเลี้ยงการกุศลนะ ไม่ใช่สนามรบที่คุณจะมาประกาศสงครามการค้าใส่ใครก็ได้ตามใจชอบ อีกอย่าง... ลูคัสเขาเป็นแค่นักออกแบบรับเชิญจากมิลาน เราคุยกันเรื่องงานครับ งานล้วนๆ ไม่มีเรื่องอย่างว่าที่คุณจินตนาการไปไกลแน่นอน"
"ผมไม่ได้หึงเรื่องงาน" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดจนบรรยากาศรอบตัวบริเวณมุมระเบียงกว้างที่ค่อนข้างลับตาคนพลันลดอุณหภูมิลง "ผมหึงสายตาที่มันมองคุณ และผมเกลียดรอยยิ้มที่คุณแจกจ่ายให้คนอื่นที่ไม่ใช่ผม"
ประโยคบอกเล่าที่พ่นออกมาอย่างไร้ความเกรงใจ ทำให้เรนถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
ความดุดันและท่าทีเผด็จการที่ครอบงำคินน์อยู่เสมอมักจะทำให้เรนอยากจะเถียงกลับให้คอเป็นเอ็น แต่ในวินาทีนี้... เมื่อดวงตาคู่คมที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชาคู่นั้น กลับฉายแววความเจ็บปวดลึกๆ และความกระวนกระวายใจที่ปิดไม่มิด เรนกลับรู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้อบางอย่างในอกเต้นผิดจังหวะ
ให้ตายเถอะ... ผู้ đànชายมาดนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ กำลังแสดงอาการของเด็กหวงของเล่นได้อย่างน่าทึ่งที่สุดในโลก
"คุณนี่มัน... บ้าชัดๆ" เรนพึมพำเบาๆ พร้อมกับเบือนหน้าหนีสายตาเร่าร้อนที่แทบจะหลอมละลายเขาให้เป็นจุล แต่ทว่า ปลายคางมนกลับถูกปลายนิ้วแกร่งของอีกฝ่ายเชยขึ้นอย่างรวดเร็ว บังคับให้ดวงตาทั้งสองคู่ต้องสบประสานกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ใช่... ผมมันบ้า" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนกระทั่งลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแชมเปญปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "ตั้งแต่คุณเข้ามาในชีวิตผม เรน... คุณทำให้ผมกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักแม้แต่เหตุผลของตัวเอง คุณทำให้ผมอยากกักขังคุณไว้ในห้อง ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนได้มีสิทธิ์แม้แต่จะมองคุณด้วยซ้ำ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งอย่างคินน์ หนักหน่วงและทรงพลังเสียจนเรนแทบจะลืมวิธีหายใจ
กลิ่นอายความเย้ายวนผสมผสานกับแรงดึงดูดมหาศาลระหว่างคนทั้งคู่แผ่ซ่านออกมาราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามจะเข้าหากันแต่ก็มีทิฐิกั้นกลาง เรนเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
"สัญญาของเรามันแค่เรื่องเงินกับหนี้สินนะครับ คุณคินน์... ไม่มีข้อไหนในสัญญาที่ระบุว่าคุณมีสิทธิ์มาห้ามผมยิ้มให้ใคร" เรนยังคงพยายามใช้เสียงแข็งกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง
"สัญญาบ้าบออะไรนั่น ผมฉีกมันทิ้งตั้งแต่วันแรกที่คุณกล้าเถียงผมในห้องทำงานแล้ว" คินน์กระซิบชิดริมฝีปากของเรน ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น "ตอนนี้สิ่งที่ผูกมัดเราไว้... คือตัวคุณเอง และหัวใจของคุณต่างหาก เรน"
ปลายนิ้วที่เชยคางเปลี่ยนเป็นการไล้สัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากอิ่ม สัมผัสนั้นสั่นระริกและเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนาน คินน์ขยับเข้ามาประชิดตัวมากขึ้นจนแผ่นหลังของเรนแทบจะแนบชิดติดกับราวระเบียงกระจกใสเบื้องล่างที่มองเห็นแสงไฟของเมืองหลวงยามค่ำคืนระยิบระยับ
เรนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความรู้สึกตื่นเต้น หวาดหวั่น และความเย้ายวนจากสัมผัสใกล้ชิดกำลังทำลายเกราะป้องกันทุกชั้นที่เขาสร้างขึ้นมา
ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ไล่จากสันจมูกโด่งเป็นสันลงมาถึงริมฝีปากหยักที่กำลังขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำอันตราย เคมีระหว่างพวกเขาพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ราวกับฟิวส์ที่กำลังจะขาดสะบั้นลงในเสี้ยววินาทีนี้
คินน์หลุบสายตาลงมองเรียวปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงเขามาตลอดหลายสัปดาห์ ความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึ่งลงทันที ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเตรียมจะประทับริมฝีปากลงเพื่อปิดกั้นข้อโต้แย้งทั้งหมดด้วยความหลงใหลที่อัดแน่นอยู่ในอก
ทว่า...
"อุ๊ย! ขอประทานโทษค่ะคุณคินน์ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาส่วนตัว... แต่พอดีทางท่านประธานใหญ่ฝากให้ดิฉันมาตามคุณคินน์ด่วนเลยค่ะ!"
เสียงหวานใสที่ดังแทรกขึ้นกะทันหันบริเวณทางเข้ามุมระเบียง ทำเอาสติของคนทั้งคู่กระเจิงในพริบตา คินน์ชะงักกึก สีหน้าถมึงทึงด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ขณะที่เรนรีบผลักอกแกร่งให้ออกห่างทันทีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำ
คินน์ตวัดสายตาคมกริบราวกับใบมีดหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าของคนที่ยืนยันตัวตนอยู่ตรงนั้น ร่างกายของเขากลับนิ่งงิ่งไปพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
เพราะคนที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะความหวานในค่ำคืนนี้... ไม่ใช่เลขาหน้าห้อง หรือพนักงานจัดงานทั่วไป
แต่เป็น "พิมพ์รตา"... อดีตคู่หมั้นสาวผู้หายสาบสูญไปจากชีวิตของเขาเมื่อสามปีก่อน และเธอกำลังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้คินน์ พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เรนถึงกับชาวาบไปทั้งร่าง
"สวัสดีค่ะคุณคินน์... ไม่เจอกันนานเลยนะคะ จำฉันได้ไหมเอ่ย?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นในตอนนี้กับดรากอนไรเดอร์นะครับ!
ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ•ตอนที่ 24
ความหึงที่ไร้ขอบเขต
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!