เอกสารข้อกฎหมายสิบสองหน้ากระดาษถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดังสนั่น จนแฟ้มหนังราคาแพงสะเทือนไปทั้งแถบ รินรดาชำเลืองมองตัวอักษรสีดำทึบบนกระดาษแผ่นนั้นด้วยมุมปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มเยาะที่ทรงพลังเสียยิ่งกว่าคำด่าทอนับร้อยคำ
"ช่องโหว่มาตรา 42 ทวิ... ช่างเป็นการตีความกฎหมายที่น่าสมเพชเสียจริงนะคะ คุณเมธาวี" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เธอนั่งไขว่ห้างประสานมือไว้บนตักอย่างใจเย็น ในขณะที่บรรยากาศห้องประชุมใหญ่ของโครงการก่อสร้างแทบจะหยุดหายใจ
เมธาวีในชุดสูทแบรนด์เนมราคาหลักแสนเชิดหน้าขึ้นสูง ดวงตาคู่คมที่ผ่านการกรีดอายไลเนอร์มาอย่างประณีตฉายแววหยิ่งผยอง ไฮโซสาวหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจที่ปิดไม่มิด "จะเรียกว่าช่องโหว่หรือความโง่เขลาของวิศวกรฝึกหัดอย่างเธอก็ได้นะคะ รินรดา เซ็นสัญญารับเหมาโดยไม่ตรวจดูข้อสัญญาให้ดีแบบนี้ เตรียมตัวรับหมายศาลฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสิบล้านบาทได้เลยค่ะ โครงการนี้... กำลังจะตกเป็นของตระกูลฉันอย่างชอบธรรม"
เสียงซุบซิบจากบรรดาบอร์ดบริหารและที่ปรึกษาทางกฎหมายฝั่งเมธาวีดังขึ้นระรัว หลายคนส่งสายตาสมเพชเวทนามายังหญิงสาว ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นประกายตาอันตรายที่วับวามอยู่ในดวงตาคู่สวยของวิศวกรสาวเลยแม้แต่น้อย
รินรดาไม่โต้เถียง เธอยกนิ้วเรียวขึ้นเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความมั่นใจที่เกินร้อย เธอรู้ดีว่าเกมนี้เมธาวีไม่ได้เล่นคนเดียว แต่มีกลุ่มทุนใหญ่หนุนหลังอยู่เบื้องการพยายามฮุบที่ดินและโครงการมูลค่าหลายพันล้านนี้ แต่น่าเสียดาย... ที่พวกมันดันลืมไปว่าคนที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่แค่เด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์ แต่คือผู้หญิงที่กุมหัวใจและกระเป๋าเงินของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศไว้ทั้งหมด
ในวินาทีที่ความเงียบกำลังโรยตัวและความตึงเครียดพุ่งสูงถึงขีดสุด ประตูห้องประชุมกระจกนิรภัยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท
ร่างสูงโปรดของคิรากรก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก สูทสีดำสนิทเข้ารูปขับเน้นออร่าความทรงอำนาจจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ร่างของเมธาวีที่หน้าถอดสีลงไปถนัดตา
"ใครอนุญาตให้คุณมาขู่กรรโชกคู่หมั้นของผมในพื้นที่โครงการนี้ครับ... อ้อ ขอโทษทีนะคะ ฉันลืมไปว่าคนไร้มารยาทมักไม่รู้ว่าควรได้รับอนุญาตจากใคร" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ก้าวเข้ามาประชิดร่างของรินรดาพร้อมกับวางมือหนาลงบนพนักเก้าอี้ของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง
เมธาวีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเค้นเสียงพูดออกมา "ค...คุณคิรากรคะ อย่าเอาความหลงมาบดบังข้อเท็จจริงเลยค่ะ ยัยนี่ทำผิดกฎหมายสัญญา โครงการนี้มีสิทธิ์ล้มละลายและเรามีสิทธิ์เข้าซื้อกิจการต่อตามกฎหมายทุกประการ!"
คิรากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสมเพชฉายชัดเจนยิ่งกว่าเดิม "กฎหมายเหรอคะ? น่าสนใจจัง..." ซีอีโอหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนใบหน้า ก่อนจะเลื่อนหน้าจอส่งให้เลขาฯ ส่วนตัวที่ยืนรออยู่ด้านนอกส่งต่อเอกสารแผ่นใหม่เข้าเครื่องปรินต์กลางห้อง
เสียงกระดาษแผ่นใหม่พุ่งออกมาจากเครื่องปรินต์ดัง *ซ่า...* ท่ามกลางความเงียบงัน
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินเข้าไปหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยท่าทางสง่างาม ก่อนจะเดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าเมธาวีที่กำลังยืนแข็งทื่อ
"อ่านให้ชัดๆ นะคะคุณเมธาวี" รินรดายื่นเอกสารแผ่นนั้นไปตรงหน้า "นี่คือโฉนดที่ดินผืนใหญ่ทั้งหมดที่รองรับฐานรากของโครงการนี้ ซึ่งถูกซื้อขาดด้วยเงินสดผ่านบัญชีส่วนตัว... โดยสามีฉันเองค่ะ"
เมธาวีเบิกตากว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า สีหน้าซีดเผือดราวกระดาษไร้สีเลือด เมื่อกวาดสายตาอ่านตัวเลขมูลค่าการซื้อขายและชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ระบุหราอยู่บนเอกสารฉบับนั้น—มันคือชื่อของ 'คิรากร' และบริษัทแม่ของรินรดาร่วมกัน!
"เป็นไปไม่ได้! ฉันตรวจสอบหมดแล้ว ที่ดินตรงนั้นมันติดจำนอง!" เมธาวีกรีดร้องออกมาอย่างเสียกิริยา ปิดบังความตื่นตระหนกไว้ไม่อยู่
รินรดายิ้มหวานหยด ยิ้มแบบที่ทำให้คนมองอยากจะกระชากวิญญาณเธอออกจากร่าง "จำนองเหรอคะ? อ่า... หมายถึงยอดหนี้สิบล้านที่คุณแอบไปซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินมาไว้ในมือเพื่อกะจะเล่นงานฉันสินะคะ น่าเสียดายจัง... ที่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว สามีฉันเพิ่งสั่งให้ฝ่ายการเงินโอนเงินปิดหนี้ทั้งหมดนั้นด้วยวงเงินไม่จำกัดเรียบร้อยแล้วค่ะ"
รินรดาหันไปสบตากับคิรากรที่ยืนกอดอกมองภาพความพินาศของศัตรูด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย ทั้งสองคนส่งยิ้มให้กันด้วยเคมีที่เข้าขาและน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
เมธาวีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง แผนการทั้งหมดที่วางมาเป็นปีพังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยอำนาจเงินตราและความฉลาดเป็นกรดของวิศวกรสาวที่เธอเคยดูถูก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายและความสะใจกำลังแผ่ซ่านไปทั่วห้อง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ
คิรากรหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและเย่อหยิ่งเมื่อครู่กลับพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที เขากดรับสายโดยไม่ลังเล และเสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาผ่านสปีกเกอร์โฟนทำเอาทุกคนในห้องต้องช็อกตาค้าง
*"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ หุ้นในเครือทั้งหมดถูกเทขายอย่างกระทันหันจากผู้ถือหุ้นปริศนา และตอนนี้... มีคำสั่งศาลฉุกเฉินระงับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโครงการของคุณรินรดาแล้วครับ!"*
รินรดาหันขวับไปมองหน้าคิรากรทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่ประตูห้องประชุมถูกเปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่เดินยิ้มเยาะเข้ามาพร้อมกับเอกสารคำสั่งศาลตัวจริงเสียงจริงในมือ!
ด้วยรักจากใจ... ไอศกรีมมินต์ช็อกค่ะ
ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด•ตอนที่ 21
เมธาวีโต้กลับ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!