เสียงกุกกักของแฟ้มเอกสารที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกนิรساويดังสนั่นพอที่จะเรียกสติของทุกคนให้กลับมาสู่ความเป็นจริง
บานประตูกระจกที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเมื่อครู่ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของ 'ดนัย' กรรมการบริหารอาวุโสผู้กุมอำนาจตัดสินใจสูงสุดของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบตึงเป็นเส้นตรง สายตาดุดันกวาดมองคนทั้งห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เอกสารแผนผังอีเวนต์ในมือของณิชารีย์
"หวังว่าโปรเจกต์เปิดตัวคอนโดมิเนียมริมน้ำคราวนี้ จะไม่มีความผิดพลาดเหมือนครั้งก่อนอีกนะครับ คุณณิชารีย์" น้ำเสียงราบเรียบทว่ากดดันพุ่งตรงมายังผู้จัดการสาวทันที
ณิชารีย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความนิ่ง รอยยิ้มมืออาชีพถูกระบายขึ้นบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว "ทางเราตรวจสอบและจำลองสถานการณ์ทุกขั้นตอนอย่างรัดกุมที่สุดแล้วครับ ท่านรองประธาน รับรองว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นแน่นอน"
"ดี... ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัวทีหลัง" ดนัยปรายตามองไปยังสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างๆ "ส่วนคุณภาคิน แบบแปลนโครงสร้างเวทีกลางแจ้งต้องส่งให้ผมตรวจสอบภายในวันพรุ่งนี้เช้า ห้ามเลื่อนเด็ดขาด"
"ครับ" ภาคินรับคำสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่ออำนาจของผู้บริหารระดับสูงแม้แต่น้อย
เมื่อร่างของดนัยลับหายไปพ้นขอบประตู บรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมจึงค่อยๆ คลายตัวลง ทุกคนต่างถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ณิชารีย์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนอย่างหมดแรง มือเรียวยกขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุๆ ที่เริ่มเล่นงาน
"ไหวไหมครับคนเก่ง หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแก้วกาแฟอุ่นจัดที่ถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างนุ่มนวล
ณิชารีย์เงยหน้าขึ้นมอง ค้อนใส่คนปากเสียทันที "ฉันไม่ได้ชื่อไก่ต้ม และฉันก็สติดีครบถ้วนดีค่ะ... เอ้ย! ครับ!" เธอเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกไปก่อนจะรีบแก้เกี้ยวแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของสถาปนิกหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"หึ... จะครับหรือค่ะ ก็หน้าแดงอยู่ดี" ภาคินลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบเนียนที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู "หรือว่าเขินที่ผมเป็นห่วง?"
"หลงตัวเองไปหน่อยไหมคะ... เอ๊ย! นายภาคิน!" ณิชารีย์หันขวับ ดวงตากลมโตจ้องเขม็ง "ฉันไม่ได้เขิน แค่... แอร์ห้องนี้มันร้อนเกินไปต่างหาก!"
"ร้อนเหรอครับ?" ภาคินแกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสูง กวาดสายตาสำรวจแอร์คอนดิชันเนอร์ที่ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ยี่สิบสององศาเซลเซียส "แปลกนะ... คนอื่นเขากำลังหนาวจนตัวสั่น แต่คุณกลับบอกว่าร้อน สงสัยอุณหภูมิในร่างกายคุณคงผิดปกติจริงๆ ให้ผมตรวจดูหน่อยไหมว่าไข้ขึ้นหรือเปล่า"
พูดจบ ร่างสูงก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของหญิงสาวอย่างจัง ณิชารีย์ชะงักงัน หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าชั่วขณะ
"ถอยไปเลยนะภาคิน! คนเยอะแยะ ตาบ้าเอ๊ย..." เธอผลอกอกกว้างออกเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในแววตาด้วยการคว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านแบบสุ่มๆ
"เขินแล้วชอบทำเป็นดุ..." ภาคินกระซิบเบาๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น ชายหนุ่มจงใจขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนไหล่แทบจะชิดกัน "ถ้าไม่ไหวก็บอกนะครับ ผมพร้อมสลับร่างให้คุณมานั่งพัก แล้วให้ผมลุยงานเอกสารพวกนี้แทน... ในฐานะ... เอ่อ... เพื่อนร่วมงานที่ดี"
คำพูดที่เกือบจะหลุดคำหวานแต่ก็ดึงกลับมาเป็นเพื่อนร่วมงานแบบกั๊กๆ นั้น ทำให้ณิชารีย์อยากจะหยิบแฟ้มหนาฟาดหัวคนตรงหน้าสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ แต่ติดที่ว่าหัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นแรงจนไม่กล้าสบตาตรงๆ
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยค่ะ... อ๊ะ! ผมหมายถึงครับ!" ณิชารีย์กัดริมฝีปากตัวเองอย่างเจ็บใจที่เผลอหลุดปากผิดพลาดซ้ำซาก "คุณจัดการงานของคุณให้รอดก่อนเถอะค่ะ คอนโดริมน้ำของคุณน่ะ ถ้าโครงสร้างพังลงมาเมื่อไหร่ ฉันจะเอาป้ายอีเวนต์ไปแปะประจานหน้าบริษัทคุณแน่!"
"ยินดีครับ..." ภาคินตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ทว่าแววตาคู่คมกลับทอประกายความอบอุ่นและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด "อยากเอาอะไรมาแปะประจานก็ตามสบาย แต่ถ้าจะให้ดี... เปลี่ยนจากป้ายอีเวนต์ เป็นมานั่งคุมงานข้างๆ ผมทุกวัน... จะน่าสนใจกว่าเยอะ"
เปรี้ยง!
ประโยคหยอดกระแทใจดำนั้นทำเอาณิชารีย์นิ่งค้างไปสนิท เธอลืมหายใจไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง ร่างบางรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ พยายามตักตวงอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกสมาธิกลับคืนมา
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานอมเปรี้ยวและเต็มไปด้วยเคมีที่ชวนให้ใจสั่นระทึกนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของณิชารีย์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
เธอสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่พอเห็นชื่อและเบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ รอยยิ้มที่กำลังจะแย้มออกก็มลายหาย
ไปในพริบตา สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
ภาคินหรี่ตามองปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของคนข้างกาย ความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก "ใครโทรมา?" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดัน
ณิชารีย์เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด "แม่... แม่โทรมาบอกว่า 'เขา' กลับมาแล้ว"
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและใจเต้นไปกับความซึนของพระเอกเรานะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 15
แกล้งตีมึนกลบเกลื่อนความเขิน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!