กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศผสมผสานกับไอร้อนจากเปลวเพลิงสีคราม ทำให้บรรยากาศรอบตัวในเขตแดนรกร้างแห่งนี้ชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกครับ
"สามนาที... กับพลังชีวิตที่เหลือไม่ถึงครึ่ง สภาพของเราตอนนี้ดูไม่จืดเลยสินะครับ เฟรย่า"
คิรากรเอ่ยกระซิบเบาๆ ขณะที่สายตาคมกริบยังคงจดจ้องไปยังร่างมหึมาของ 'ราชันย์หมาป่าอัคคีทมิฬ' เบื้องหน้า ขนสีดำสนิทราวกับความมืดมิดของห้วงอวกาศถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีครามที่ลุกโชนรอบตัว มันคือมอนสเตอร์ระดับบอสที่ถูกเซ็ตระบบไว้ให้ทดสอบผู้เล่นในพื้นที่เริ่มต้น แต่ความยากระดับนี้มันเกินกว่ามาตรฐานของผู้เล่นใหม่ไปไกลโข ราวกับระบบจงใจจะบดขยี้พวกเขาให้แหลกคาสนามรบตั้งแต่ก้าวแรก
เฟรย่ากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือขวาที่ถือดาบยาวสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะอาการบาดเจ็บจากการรับการโจมตีตรงๆ เมื่อครู่เพื่อปกป้องเขา
"ฉันยังไหวค่ะ... เอ๊ย! ผมหมายถึง... ฉันยังไหวค่ะ... เอ่อ ผมหมายถึง... ฉันยังไหวค่ะ!" เผลอพูดผิดเพี้ยนไปชั่วขณะเพราะความตึงเครียด ก่อนที่เธอจะปรับเสียงให้เป็นปกติด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย "ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันจะคุ้มครองคุณเอง... คิรากร อย่ามาทำเป็นเก่งคนเดียวสิคะ!"
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ดวงตาคู่สวยของนักดาบสาวผู้มีความทรงจำอันว่างเปล่ากลับฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด เธอจำเรื่องราวในอดีตของตนเองไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่สัญชาตญาณการต่อสู้กลับเฉียบคมราวกับถูกหล่อหลอมมาจากสนามรบจริง
"ความเชื่อใจน่ะมีครับ แต่สถานการณ์ตอนนี้เราต้องใช้สมองมากกว่ากำลัง" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขายกมือซ้ายขึ้น แตะเบาๆ ที่กำไลข้อมือดิจิทัล หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าใสปรากฏข้อมูลการคำนวณอัตราความเสียหายและจุดอ่อนของบอสขึ้นมาทันที
[ภารกิจเสริมฉุกเฉิน: รอดชีวิตจากการโจมตีระลอกแรกของราชันย์หมาป่าอัคคีทมิฬ]
[เวลาที่เหลือ: 02:15 นาที]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับอุณหภูมิรอบตัวที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ เจ้าหมาป่ายักษ์แยกเขี้ยวสีนิลเผยให้เห็นน้ำลายที่หยดลงมาแล้วเผาพื้นดินจนเป็นหลุมลึก มันไม่ได้รีบร้อนโจมตี แต่มันกำลังสนุกกับการไล่ล่าเหยื่อที่จนมุม ราวกับนักล่าที่รู้ว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น
"มันกำลังจะใช้ท่าไม้ตาย 'กรงเล็บเพลิงอัสนี' ครับ เฟรย่า จำแผนที่เราคุยกันเมื่อกี้ได้ไหมครับ?" คิรากรหันไปสบตา เธอพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ราชันย์หมาป่าอัคคีทมิฬก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียง ร่างสีดำสนิทกลายเป็นสายฟ้าสีครามที่แหวกอากาศพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นดินใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยแยก
"ตอนนี้แหละ!"
คิรากรไม่ถอยแต่กลับก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือขวาตวัดดาบสั้นที่เคลือบด้วยพิษอัมพาตพุ่งตรงเข้าใส่จุดอับสายตาของบอส ขณะเดียวกัน เฟรย่าก็ใช้ทักษะ 'ก้าวพริบตา' พุ่งอ้อมไปด้านหลังแล้วระเบิดพลังดาบฟันเข้าที่ข้อต่อขาหลังของมันอย่างแม่นยำ
*เปรี้ยง! โฮกกกกกกก!*
เสียงคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขา แรงกระแทกจากการสวนกลับทำให้ร่างของคิรากรกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตรจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับโขดหิน เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา แต่รอยยิ้มมุมปากกลับปรากฏขึ้น
กลยุทธ์สำเร็จ ขาหลังของราชันย์หมาป่าอัคคีทมิฬสูญเสียการทรงตัวชั่วขณะ ค่าความเสียหายที่ปรากฏบนหน้าจอแสดงผลพุ่งสูงถึงจุดวิกฤต
"เยี่ยมมากครับ เฟรย่า!" คิรากรตะโกนลั่น พยายามยันกายลุกขึ้นยืน แม้ว่าสภาพร่างกายจะใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มทีแล้วก็ตาม
ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มต้องแข็งค้าง เมื่อจู่ๆ เปลวเพลิงสีครามรอบกายของราชันย์หมาป่ากลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ดวงตาทั้งสองข้างของมันไม่ได้มีประกายของสัตว์ป่าอีกต่อไป แต่กลับเปล่งแสงสีแดงฉานราวกับดวงตาของปีศาจที่ตื่นจากการหลับใหล
เสียงคำรามครั้งใหม่ไม่ได้มาจากลำคอของมัน แต่มันดังขึ้นจากห้วงมิติที่บิดเบี้ยวรอบตัวมันเอง
[คำเตือน: ราชันย์หมาป่าอัคคีทมิฬเข้าสู่สถานะ 'คลุ้มคลั่งขั้นสูงสุด']
[ตรวจพบ ภัยคุกคามระดับปริศนา กำลังแทรกแซงเขตแดนรกร้าง]
[ระบบฉุกเฉินล่มสลาย... ขอให้ผู้เล่นเตรียมรับมือกับ "เงาแห่งบรรพกาล" ที่กำลังจะปรากฏ ณ บัดนี้]
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับคิรากรและเฟรย่านะครับ
เซียนยุทธภพดิจิทัลกับภารกิจพิชิตบัลลังก์เทพศาสตรา•ตอนที่ 2
ปะทะครั้งแรกในเขตแดนรกร้าง
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพดิจิทัลกับภารกิจพิชิตบัลลังก์เทพศาสตรา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
