กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของหินผาโบราณคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทันทีที่สติสัมปชัญญะของคิรากรกลับคืนมา สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความอบอุ่นของเตียงนอน หรือความนุ่มนวลของหมอนขนเป็ดอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เป็นความเย็นยะเยือกของพื้นหินแกรนิตที่กดทับแผ่นหลัง และความเจ็บแปลบราถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงตามแนวไขสันหลัง
ดึงสติกลับมา... นี่คือหลักการแรกของเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์
คิรากรค่อย ๆ ปรือเปลือกตาขึ้น ชamatภาพตรงหน้าไม่ใช่ห้องนอนสี่เหลี่ยมในอพาร์ตเมนต์ใจกลางเมืองหลวงที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไป เพดานถ้ำสูงชันระโยงระยางด้วยผลึกเรืองแสงสีฟ้าอ่อน ให้แสงสว่างสลัวรา ดั่งหิ่งห้อยในคืนเดือนมืด อากาศรอบตัวเย็นเฉียบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
เขายันกายลุกขึ้นช้า ๆ กล้ามเนื้อทุกมัดส่งเสียงประท้วงด้วยความเมื่อยขบ ทว่าสมองส่วนวิเคราะห์กลับทำงานอย่างรวดเร็วดุจเครื่องจักร ทบทวนสถานการณ์ปัจจุบันโดยอัตโนมัติ
*พิกัด: ไม่ทราบ*
*สถานะร่างกาย: อ่อนล้า มีบาดแผลถลอกเล็กน้อยที่แขนซ้าย*
*ความทรงจำล่าสุด: หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดสามสียี่สิบสี่นิ้วที่กำลังรันโค้ดโปรเจกต์เกมตัวสุดท้าย... แล้วก็... ความมืดมิด*
"ตื่นแล้วสินะเจ้ามนุษย์... ร่างกายไร้ค่าชิ้นนี้ ทนทานกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า คิรากรไม่แสดงอาการตื่นตระหนก เขากวาดสายตาคมกริบไปยังต้นเสียงทันที
ร่างของหญิงสาวในชุดเกราะหนังสีดำสนิท ประดับลวดลายด้วยเส้นใยมานาเรืองแสงสีม่วงเข้มกำลังยืนพิงผนังถ้ำ มือเรียวยาวข้างหนึ่งกุมด้ามดาบยาวที่ปักอยู่กับพื้น หล่อนปรายตามองเขาด้วยแววตาสมเพชแกมระแวดระวัง เรือนผมสีเงินยวงยาวสยายคลอเคลียไหล่ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
"คุณเป็นใคร?" คิรากรเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท เยือกเย็นจนแม้แต่ตัวเขาเองยังแปลกใจ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
หญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีอัมพันวาวโรจน์ในความมืด "คำถามโง่เง่า... คนที่เพิ่งลากร่างหมดสติของเจ้าขึ้นมาจากซากปรักหักพังของวิหารโบราณ คือผู้ที่เจ้าควรเอ่ยปากถามชื่อก่อนหรือไง? แต่ช่างเถอะ ความจำเสื่อมคงเป็นโรคระบาดชนิดใหม่ของพวกมนุษย์ต่างถิ่นสินะ"
คิรากรหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองเริ่มประมวลผลคำพูดของหล่อน *'มนุษย์ต่างถิ่น'?* และ *'วิหารโบราณ'?*
เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อรองหรือซักถามเพิ่มเติม จู่ ๆ อากาศเบื้องหน้าก็บิดเบี้ยว เกิดเป็นละอองแสงสีครามสว่างวาบขึ้นมากลางอากาศ ก่อนจะรวมตัวกันกลายเป็นหน้าต่างโปร่งใส ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบผู้เล่นเข้าสู่ทวีป "แอนเซอเรีย" (Anceria) สำเร็จ]
[สถานะตัวละคร: คิรากร (Kira)]
[คลาสเริ่มต้น: นักวางกลยุทธ์แห่งความมืด (Unawakened Strategy Vanguard)]
[ระดับ: 1]
[ฉายา: ผู้ไร้รากเหง้า (The Rootless)]
[ภารกิจหลักอัตโนมัติ: "รอดชีวิตและค้นหาความจริงแห่งแอนเซอเรีย" (ระดับความยาก: SSS)]
ดวงตาของคิรากรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาที—ก่อนที่ความนิ่งสงบจะกลับคืนสู่ใบหน้าคมคาย หน้าต่างโฮโลแกรมอินเทอร์เฟซแบบนี้ มันคือระบบเกม MMORPG ดำดิ่งเสมือนจริงที่เขาเคยออกแบบโครงสร้างโค้ดด้วยตนเอง แต่สัมผัสของความหนาวเย็น กลิ่นอายของดิน และความเจ็บปวดที่ได้รับ มันสมจริงเกินกว่าจะเรียกว่าเกมธรรมดา
"นั่น... อะไร?" หญิงสาวผมสีเงินขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่กุมด้ามดาบกระชับแน่นขึ้น หล่อนมองหน้าต่างแสงสีครามที่ลอยเคว้งคว้างด้วยแววตาตื่นตะลึงระคนหวาดระแวง แม้แต่คนในทวีปนี้ก็ยังมองเห็นมันอย่างนั้นหรือ?
"ระบบ... นำทางมั้งครับ" คิรากรตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้คงที่
เขายื่นมือขวาออกไปสัมผัสกับหน้าจอแสงสีครามเบา ๆ นิ้วมือทะลุผ่านความว่างเปล่าไปเสมือนกลุ่มควัน ทว่าข้อมูลตัวเลขและกราฟฟิกต่าง ๆ กลับไหลทะลักเข้าสู่สมองของเขาโดยตรง ราวกับมีการอัปโหลดไฟล์ข้อมูลขนาดมหึมาเข้าสู่ฮาร์ดไดรฟ์
*ทักษะติดตัว: การวิเคราะห์เชิงยุทธวิธี (Tactical Analysis - Lv.1)*
*คำอธิบาย: ช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมรอบตัวในรัศมี 10 เมตร ค่าความแม่นยำเพิ่มขึ้น 15%*
ทันทีที่ข้อมูลนั้นสิ้นสุดลง โลกทั้งใบในสายตาของคิรากรก็เปลี่ยนไป แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกเรืองแสงบนเพดานถ้ำถูกถอดรหัสออกมาเป็นคลื่นความถี่พลังงาน เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อของหญิงสาวตรงหน้าปรากฏเส้นสีแดงจาง ๆ บ่งบอกถึงจุดอ่อนและจุดตายที่หากลงดาบเพียงครั้งเดียว หล่อนจะสูญเสียการเคลื่อนไหวทันที
"อย่ามองข้าด้วยสายตานั้น..." หญิงสาวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีอัมพันฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด หล่อนไม่เคยถูกมนุษย์หน้าไหนใช้สายตาเช่นนี้สำรวจเรือนร่างและจิตวิญญาณมาก่อน มันเป็นสายตาที่เฉียบคมและเย็นชา ราวกับกำลังผ่าตัดตุ๊กตาเพื่อศึกษาโครงสร้างภายใน
"ขออภัยครับ ผมไม่ได้มีเจตนาคุกคาม" คิรากรลดสายตาลงเล็กน้อยเพื่อลดการคุกคาม แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นบางเบา "แต่ดูเหมือนว่าเราสองคน... จะต้องพึ่งพาอาศัยกันในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยนี้เสียแล้วล่ะครับ คุณ...?"
หญิงสาวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หล่อนจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีความสุขุมเกินวัย ก่อนจะยอมผ่อนคลายท่าทีลงเล็กน้อย แม้ดวงตายังคงมีความระแวงหลงเหลืออยู่
"เฟรย่า..." หล่อนเอ่ยชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "เรียกข้าว่าเฟรย่า... นักดาบเร่ร่อนจากกิลด์ที่ล่มสลายไปแล้ว"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณเฟรย่า ผมคิรากร" คิรากรพยักหน้ารับอย่างสุภาพ เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงแจ้งเตือนจากหน้าต่างระบบดังขึ้นอีกครั้งในโสประสาทของเขา—ไม่ใช่เสียงเตือนธรรมดา แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตที่ทำให้สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง
[คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาภายนอกถ้ำ]
[สิ่งมีชีวิตระดับบอสพื้นที่: "ราชันย์หมาป่าอัคคีทมิฬ (Black Flame Wolf King)" กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่รัศมี 500 เมตร]
[เงื่อนไขพิเศษ: การปรากฏตัวของบอสถูกกระตุ้นจาก "ร่องรอยการตื่นขึ้นของผู้เล่น" จงเตรียมรับมือ]
เสียงคำรามต่ำทุบสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นดังมาจากปากทางเข้าถ้ำ แรงสั่นสะเทือนทำให้เศษหินและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน ดินแดนแห่งนี้ไม่ได้ต้อนรับพวกเขาด้วยความสงบสุข แต่มันกำลังเปิดฉากการล่าด้วยฝูงอสูรกายที่กระหายเลือด
เฟรย่าหน้าถอดสีในพริบตา หล่อนหันขวับไปมองปากทางเข้าถ้ำมืดมิด พร้อมกับชักดาบยาวออกจากพื้น เสียงคมดาบเสียดสีกับหินกรีดร้องบาดหู "บ้าจริง! ทำไมเจ้าตัวนั้นถึงตามกลิ่นเรามาเร็วนัก..."
คิรากรไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจภูมิประเทศภายในถ้ำอย่างรวดเร็วด้วยทักษะ *การวิเคราะห์เชิงยุทธวิธี* สมองของเขาคำนวณมุมองศาทางลาด ความเร็วในการเคลื่อนที่ของศัตรู และทรัพยากรที่มีจำกัดในเวลาไม่ถึงสามวินาที
"คุณเฟรย่าครับ" คิรากรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบทว่าเฉียบขาดและทรงพลังจนหญิงสาวต้องหันกลับมามอง "ถ้าไม่อยากตายตั้งแต่ยังไม่ทันได้จำชื่อตัวเองได้... ช่วยใช้เพลงดาบของคุณหยุดมันไว้ที่ทางแคบตรงนั้นสามวินาที ส่วนที่เหลือ..."
เขายกมือขึ้นแตะหน้าต่างระบบเบา ๆ ปลดล็อกทักษะแรกที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของความมืด รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น
"...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกลยุทธ์ของผมเองครับ"
ทันทีที่สิ้นเสียงพูด เงาดำมหึมามหارขนาดเท่าลูกวัวพร้อมดวงตาสีแดงฉานก็พุ่งทะยานผ่านความมืดเข้ามายังปากทางเข้าถ้ำ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระดับ SSS ที่กระพริบเตือนสีแดงฉานย้อมทาบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นนรกโลกันตร์
[ภารกิจเสริมฉุกเฉิน: รอดชีวิตจากการโจมตีระลอกแรกของราชันย์หมาป่าอัคคีทมิฬ (เวลาจำกัด: 03:00 นาที)]
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกสู่โลกดิจิทัลนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนยุทธภพดิจิทัลกับภารกิจพิชิตบัลลังก์เทพศาสตรา•ตอนที่ 1
แสงสว่างสีครามที่ปลายขอบฟ้าดิจิทัล
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพดิจิทัลกับภารกิจพิชิตบัลลังก์เทพศาสตรา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
