“ห้าสิบล้าน!”
เสียงของมินตราตะโกนลั่นห้องโถงประมูลระดับหรูหรา เธอประกาศราคาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่พยายามกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก สายตาของคนทั้งงานจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว ใบหน้าสวยจัดที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ เพราะเพียงไม่กี่วินาทีก่อน ข้อความแจ้งเตือนการอายัดบัตรเครดิตทุกใบในกระเป๋าของเธอเพิ่งจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอมือถือ
พิมรดายืนอยู่ข้างกายภาคิน ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังสร้อยเพชร ‘หยดน้ำตาแห่งดารา’ บนแท่นแสดงด้วยความเรียบเฉย เธอไม่ได้แม้แต่จะชายตามองอดีตคนรักที่กำลังพยายามรักษาหน้าตัวเองอย่างน่าสมเพช
“พิม... ถ้าเธออยากได้ ก็บอกฉันตรงๆ สิ จะมาแข่งกับฉันทำไมในเมื่อเธอไม่มีปัญญาจ่าย” มินตราแค่นหัวเราะพยายามรักษามาดไฮโซ แต่เม็ดเหงื่อเริ่มผุดซึมตามไรผม
“ไม่มีปัญญาจ่ายงั้นหรือคะ?” ภาคินขยับตัวเล็กน้อย เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเขาดึงดูดทุกสายตาในห้องโถงให้หยุดชะงัก “งานประมูลนี้จัดขึ้นเพื่อการกุศล แต่ดูเหมือนคุณมินตราจะเข้าใจผิดว่ามันคือสนามเด็กเล่นที่ใครมีเสียงดังกว่าก็เป็นผู้ชนะ”
ภาคินไม่ได้หันไปมองมินตราด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นขยับเนกไทเล็กน้อย ก่อนจะส่งสัญญาณให้เลขาฯ ส่วนตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังจัดการอะไรบางอย่าง
“หกสิบล้านค่ะ” พิมรดาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่หนักแน่นจนคนฟังขนลุก เธอไม่ได้ตะโกน เธอไม่ได้โมโห เธอกำลังเล่นสนุกกับความล่มจมของศัตรู
“เจ็ดสิบล้าน!” มินตรากัดฟันกรอด เธอทุ่มเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในบัญชีส่วนตัวที่ไม่ได้ผูกกับบัตรหลัก หวังเพียงเอาชนะพิมรดาให้ได้เพื่อศักดิ์ศรีที่กำลังพังทลาย
“หนึ่งร้อยล้าน” ภาคินขานราคาทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วทั้งห้องโถง ราคานี้เกินมูลค่าจริงของเพชรไปเกือบเท่าตัว แต่มันคือการประกาศศักดาที่ทำให้มินตราถึงกับเข่าอ่อน
“เฮียคินคะ... มันแพงเกินไปหรือเปล่า?” พิมรดาหันไปกระซิบถามสามี แม้จะรู้ว่าเขาคือมหาเศรษฐีตัวจริง แต่เธอก็อดกังวลไม่ได้
“สำหรับของที่วางอยู่ตรงหน้า... มันไม่มีค่าอะไรเลยหากเทียบกับรอยยิ้มของคุณพิมในค่ำคืนนี้” ภาคินก้มลงกระซิบตอบที่ข้างหู ก่อนจะจุมพิตเบาๆ ที่ขมับเธออย่างถือสิทธิ์ ท่ามกลางสายตาอิจฉาของสาวๆ ทั้งงาน
มินตราหน้ามืดตามัว เธอตะโกนแข่งด้วยความบ้าคลั่ง “ร้อยสิบล้าน!”
ทันทีที่เสียงของมินตราเงียบลง เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของเธอก็ดังขึ้นรัวๆ อีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การอายัดบัตร แต่เป็นอีเมลจากธนาคารหลักที่แจ้งเตือนว่า ‘บัญชีเงินฝากทั้งหมดของคุณถูกตรวจสอบและระงับการทำธุรกรรมชั่วคราวเนื่องจากความผิดปกติของแหล่งที่มาของเงินทุน’
มินตราทรุดตัวลงกับเก้าอี้ มือถือร่วงหล่นลงพื้น เสียงหัวเราะเยาะเย้ยรอบข้างเหมือนกับมีดแหลมที่กรีดแทงใจเธอ กรณ์ อดีตคนรักของพิมที่ยืนอยู่ข้างๆ มินตรา รีบถอยกรูออกมาเหมือนเห็นเชื้อโรค เขารู้ดีว่าหากเข้าไปยุ่งตอนนี้ ชีวิตเขาก็ไม่ต่างจากมินตรา
ภาคินปรายตามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความเพียงสั้นๆ ไม่กี่วินาทีต่อมา พนักงานประมูลระดับสูงก็เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของมินตรา
“ขออภัยครับคุณมินตรา... ทางงานประมูลได้รับการแจ้งเตือนว่าบัตรเครดิตของคุณถูกปฏิเสธการชำระเงินทุกใบ และเงินในบัญชีของคุณไม่เพียงพอสำหรับการวางมัดจำราคาที่คุณเสนอเมื่อสักครู่นี้ ทางเรามีความจำเป็นต้องเชิญคุณออกจากงาน และอาจต้องแจ้งเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตามกฎของงานครับ”
มินตราหน้าถอดสี เธอหันไปมองพิมรดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและหวาดกลัว “พิม! แกทำอะไร! แกแกล้งฉันใช่ไหม!”
พิมรดายกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะคุณมินตรา... คนที่ทำลายคุณ ก็คือความโลภที่คุณสะสมมาตลอดเวลาต่างหาก การพยายามปีนขึ้นที่สูงด้วยการเหยียบหัวคนอื่น สุดท้ายแล้ว... คุณก็แค่ร่วงลงมาให้เจ็บกว่าเดิมเท่านั้นเอง”
ภาคินโอบเอวภรรยาแน่นขึ้น แล้วพาทั้งสองเดินเข้าไปหาผู้จัดงานเพื่อปิดการประมูลอย่างเป็นทางการ ความเย็นชาของเขาสลายหายไปเมื่ออยู่กับพิมรดา เหลือเพียงความอบอุ่นที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉา
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะคะ” ภาคินกระซิบ “ตอนนี้ไม่มีใครกล้าขัดขวางเราอีกแล้ว”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากโถงประมูล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำนับสิบคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าหลัก พวกเขาแหวกทางออกเป็นสองฝั่ง ก่อนที่หญิงวัยกลางคนผู้สง่างามในชุดผ้าไหมสั่งทำพิเศษจะก้าวเข้ามาพร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ภาคิน! แกกล้าทำกับตระกูลเราแบบนี้เพื่อผู้หญิงคนเดียวงั้นหรือ?” คุณนายรสริน แม่ของภาคินก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าลูกชายและสะใภ้ รัศมีอำนาจของเธอแผ่กระจายไปทั่วห้อง แต่ภาคินกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“ผมทำเพื่อภรรยาผมครับคุณแม่” ภาคินตอบเสียงเรียบ “และถ้าคุณแม่มาที่นี่เพื่อจะสั่งให้ผมเลิกยุ่งกับเธอ ผมบอกเลยว่าแม่เสียเวลาเปล่า”
คุณนายรสรินแสยะยิ้ม ก่อนจะมองไปที่พิมรดาด้วยสายตาเหยียดหยาม “งั้นเหรอ... ถ้าฉันบอกว่าหลักฐานเรื่องการโกงกินบริษัทของตระกูลพิมรดากำลังจะถูกแฉในหน้าข่าวเช้านี้ล่ะ เธอจะยังยืนยิ้มได้แบบนี้ไหม?”
พิมรดานิ่งไปครู่หนึ่ง แต่แล้วเธอก็หัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างเยือกเย็น “งั้นเหรอคะคุณแม่... แต่หนูว่าแม่ควรเช็กหน้าข่าวให้ดีก่อนนะคะ เพราะสิ่งที่กำลังจะออกสู่สาธารณะ ไม่ใช่ข่าวโกงกินของหนู... แต่เป็นหลักฐานการยักยอกเงินกองทุนการกุศลของมูลนิธิที่แม่เป็นประธานอยู่ต่างหากล่ะคะ!”
ทันทีที่คำพูดนั้นสิ้นสุดลง โทรศัพท์ของคุณนายรสรินก็สั่นรัวไม่หยุด ข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งเด้งขึ้นมาพร้อมรูปถ่ายการโอนเงินผิดกฎหมายที่ชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้ คุณนายรสรินหน้าถอดสีไปในพริบตา และในวินาทีที่ความโกลาหลกำลังจะเริ่มขึ้น ไฟในโถงประมูลทั้งหมดก็ดับพรึบลง พร้อมกับเสียงกระจกแตกกระจายที่ด้านหลังเวที!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับความแซ่บในครั้งนี้ค่ะ ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ!
เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 12
สงครามประมูลเพชรเม็ดงาม
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!