"โปรเจกต์นี้ถ้าคุณจะสั่งให้ผมทุบโครงสร้างที่วางไว้เพียงเพราะรสนิยมส่วนตัวของคุณล่ะก็... ผมแนะนำให้คุณจ้างนักศึกษาฝึกงานมาเขียนแบบแทนดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องเปลืองเงินค่าจ้างสถาปนิกที่เขาเรียนมาเพื่อทำงาน ไม่ใช่มานั่งฟังคนแก่ที่คิดว่าตัวเองคุมโลกได้บงการชีวิต"
เสียงของกวินทร์ดังกังวานอยู่ในห้องประชุมที่กว้างขวาง เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนรอบข้าง เขาไม่ได้หลบสายตาคมกริบของบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งซีอีโอที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเลยแม้แต่น้อย มือเรียวของเขากดปากกาแท็บเล็ตลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงจนเกิดเสียงดัง 'ปัง' เบาๆ
พยัคฆ์ไม่ได้โกรธจนลุกขึ้นตะคอก เขายังคงนั่งนิ่ง ราวกับรูปปั้นน้ำแข็งที่ไร้ความรู้สึก แววตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนท้าทายตนอยู่กลางห้อง ก่อนจะขยับยิ้มมุมปากที่ดูเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือ
"ปากจัด... สมคำร่ำลือจริงๆ กวินทร์" พยัคฆ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงอำนาจจนคนในที่ประชุมต่างก้มหน้าหลบตา "แต่คุณเข้าใจอะไรผิดไปอย่างหนึ่ง ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อวาดฝัน ผมจ้างคุณมาเพื่อสร้างสิ่งที่ 'ผม' ต้องการ และถ้าคุณทำไม่ได้ ก็นับวันรอรับจดหมายยกเลิกสัญญาได้เลย"
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววดื้อรั้นอย่างไม่เกรงกลัว เขาโน้มตัวลงไปข้างหน้า มือทั้งสองยันโต๊ะไว้เพื่อร่นระยะห่างระหว่างเขากับซีอีโอหนุ่มผู้ถือตัว
"งั้นก็เชิญเลยครับ จดหมายฉบับนั้นคงเป็นสิ่งเดียวที่ผมจะยินดีรับจากมือคุณ" กวินทร์กล่าวเสียงกร้าว "เพราะผมไม่ได้ต้องการเงินของบริษัทคุณจนต้องก้มหัวให้ใครโดยไร้เหตุผล โดยเฉพาะกับคนที่แยกไม่ออกระหว่างความต้องการที่ไร้รสนิยม กับการใช้งานพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง พยัคฆ์หรี่ตาลง มองสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดของสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องดูอึดอัดขึ้นถนัดตา เขาก้าวเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะยาวมาหยุดอยู่ตรงหน้ากวินทร์ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกับความเย็นเยือกจากกายของชายหนุ่มทำให้กวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง
"มั่นใจในฝีมือขนาดนั้นเชียวหรือ?" พยัคฆ์กระซิบข้างหู กลิ่นอายคุกคามเจือปนความต้องการบางอย่างที่กวินทร์เองก็อธิบายไม่ถูก "ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น เรามาทำข้อตกลงกันไหม? ถ้าในหนึ่งอาทิตย์คุณทำให้ผมประทับใจไม่ได้... คุณต้องยอมทำตามคำสั่งผมทุกอย่าง โดยไม่มีข้อแม้"
กวินทร์ผละตัวออก หันมาประจันหน้ากับพยัคฆ์ในระยะประชิดจนได้กลิ่นไอจางๆ จากกายแกร่ง หัวใจของเขากระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความท้าทายที่พุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด
"แล้วถ้าผมทำได้ล่ะครับ?" กวินทร์ท้าทายกลับ แววตาคู่คมจ้องประสานสายตาสีเข้มของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมลดละ
"คุณก็จะมีสิทธิ์ขาดในการออกแบบโปรเจกต์นี้ทั้งหมด" พยัคฆ์หยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "รวมถึง... ผมจะอนุญาตให้คุณทำอะไรก็ได้ที่ผมเคยสั่งห้าม"
เสียงประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกกะทันหัน เลขาส่วนตัวของพยัคฆ์รีบก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าก็ถึงกับชะงักค้าง ราวกับเวลาหยุดหมุน
"ขอโทษครับท่านประธาน... แต่แขกคนสำคัญที่คุณนัดไว้มาถึงแล้วครับ"
พยัคฆ์ยังคงไม่ละสายตาจากกวินทร์ แม้ริมฝีปากจะคลี่ยิ้มจางๆ แต่ในดวงตากลับพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาโน้มหน้าลงไปกระซิบคำสุดท้ายที่ทำให้กวินทร์ต้องกัดริมฝีปากแน่น
"เกมของเราเพิ่งเริ่มนะ... กวินทร์"
กวินทร์ยืนนิ่งปล่อยให้ร่างสูงเดินเฉียดไหล่เขาไป ราวกับแรงดึงดูดของโลกเพิ่งจะหมุนกลับทิศทาง มือที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะสั่นระริกด้วยความเดือดดาลผสมกับความหวั่นไหวที่เขารังเกียจที่สุดในชีวิต เขาไม่รู้เลยว่าการก้าวเท้าเข้าสู่โลกของพยัคฆ์ในครั้งนี้ จะนำพาชีวิตที่รักอิสระของเขาไปสู่จุดที่ไม่มีวันหวนกลับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนในบทแรกนี้กับผม ปราณธาตุเก้าสุริยันนะครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายกับนายจอมบงการ•ตอนที่ 1
เมื่อจอมบงการต้องมาเจอคนพยศ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับนายจอมบงการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
