"ถ้าคุณยังเดินวนเป็นวงกลมในห้องสี่เหลี่ยมแค่นี้อีกรอบ ผมจะถือว่าคุณกำลังพยายามขุดอุโมงค์หนีออกจากปาร์ตี้ของผมนะ, อาคเนย์"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของคิวเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมจำลองในโลกเสมือนปิดลง ลมหายใจอุ่นร้อนในโลกจริงถูกแปลงเป็นละอองแสงสีฟ้าจางๆ ตามระบบของเกม MMORPG ระดับท็อปฮิต แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่ากราฟิกอลังการตรงหน้า คือกิริาท่าทางของคนทั้งสองที่สลับขั้วกันอย่างสิ้นเชิงในวินาทีนี้
อาคเนย์ สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ เยชาชา และสงวนคำพูดจนแทบจะกลายเป็นใบ้ในชีวิตจริง กลับกำลังยืนกอดอกพิงผนังกระจกใสด้วยใบหน้าบึ้งตึง ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นราวกับอมความลับระดับชาติไว้ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวจนน่าอึดอัด ผิดกับวิสัยปกติที่มักจะคอยตักเตือนหรือใช้สายตาดุๆ พิฆาตคนอื่น
ในทางกลับกัน... คิว โปรเกมเมอร์ผู้ปากจัดและมักจะใช้ปลายนิ้วรัวแป้นพิมพ์ฟาดฟันคู่ต่อสู้ด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ กลับกลายเป็นฝ่ายเปิดฉากพูดเจรจา เจືอยแจ้ว และเดินเข้าประชิดตัวร่างสูงด้วยรอยยิ้มยียวนที่อ่านไม่ออก
"เป็นใบ้ไปแล้วหรือไงครับคุณสถาปนิก หรือว่าอากาศในเกมมันหนาวจนลิ้นพันกัน?" คิวเอียงคอถาม ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับด้วยความสนุกสนาน มือเรียวถือวิสาสะยื่นไปปัดฝุ่นจินตภาพบนปกเสื้อสูทสีเข้มของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ
อาคเนย์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองการกระทำนั้นด้วยแววตาไหววูบ เขาปัดมือของอีกฝ่ายออกเบาๆ ไม่ได้รุนแรง แต่เพียงพอที่จะแสดงออกถึงอาการ 'หวงเนื้อหวงตัว' ตามประสาคนซึนเดเระ
"เลิกเล่นเกมประสาทนี่แล้วตั้งใจเดินหาทางออกซะทีเถอะ, คิว" อาคเนย์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่มและแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย ราวกับพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
นี่คือบั๊กแปลกประหลาดของแพตช์ล่าสุดที่พวกเขาเพิ่งกดอัปเดต ระบบดันสลับโปรแกรมการแสดงออกทางบุคลิกภาพของตัวละครในเกม (Avatar System) ให้สะท้อนด้านตรงข้ามของผู้เล่นเพื่อทดสอบระบบ AI ปฏิสัมพันธ์
ในโลกความเป็นจริง อาคเนย์คือคนคุมเกม คำพูดและการตัดสินใจของเขาคือประกาศิต แต่พอเข้ามาอยู่ในเกมอาคเนย์แห่งนี้ เขากลับกลายเป็นคนเงียบขรึม เก็บงำความรู้สึก และปล่อยให้คิวเป็นฝ่ายรุกไล่ทางคำพูดและการกระทำอย่างเบ็ดเสร็จ
"แหม... ทีเวลาอยู่ข้างนอก คุณสั่งผมซะอย่างกับผมเป็นลูกน้องในไซต์งาน พอมาอยู่ในนี้ กลายเป็นเสือกระดาษไปซะได้เหรอครับ?" คิวหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างระหว่างเขากับแผงอกกว้างเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายความเป็นโปรเกมเมอร์ผู้มั่นใจในตัวเองสูงแผ่ซ่านออกมาจนอาคเนย์ต้องเบนสายตาหลบไปมองวิวตึกรามบ้านช่องในโลกเสมือนแทน
"ผมไม่ได้เป็นเสือกระดาษ..." อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามถอยหลังหนี แต่ติดที่แผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเข้าอย่างจัง "ผมแค่... ไม่ชอบความวุ่นวาย"
"แต่คุณกำลังทำให้มันวุ่นวายนะเนี่ย" คิวยื่นมือทั้งสองข้างไปทาบลงบนกระจกใส คร่อมร่างสูงเอาไว้โดยสมบูรณ์ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของสถาปนิกหนุ่ม "บอกผมมาดีๆ ดีกว่าว่าทำไมคุณถึงเงียบเป็นเป่าสากแบบนี้ หรือว่า... กำลังคิดอกุศลอะไรอยู่แต่พูดไม่ออกกันแน่?"
คำพูดจี้ใจดำทำเอาใบหูของอาคเนย์ขึ้นสีแดงจัดอย่างรวดเร็ว แม้ในโลกจริงเขาจะเก่งกาจในการควบคุมสีหน้าและแววตาแค่ไหน แต่ระบบเซนเซอร์อารมณ์ของเกมนี้กลับทรยศเขาด้วยการดึงเอาความเขินอายที่ถูกเก็บกดไว้ใต้มาดนิ่งออกมาตีแผ่จนหมดเปลือก
"คุณนี่มัน..." อาคเนย์กัดกรามกรอด มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นหมายจะผลักไหล่บางออกไป แต่พอปลายนิ้วสัมผัสโดนลาดไหล่ของอีกฝ่ายเข้าจริงๆ เขากลับชะงักค้าง ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ตีรันวนเวียนอยู่ในอก ทั้งหงุดหงิด ทั้ง... หวั่นไหวจนเกินต้าน
คิวสังเกตเห็นการลังเลนั้น รอยยิ้มยียวนบนใบหน้าจางลงเล็กน้อย แทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดที่ซ่อนความอ่อนโยนไว้ลึกๆ เขาไม่ใช่คนโง่ ถึงปากจะบอกว่าแกล้งอีกฝ่ายเล่น แต่หัวใจที่เต้นรำอยู่ภายใต้อกข้างซ้ายตอนนี้กลับดังสนั่นเสียยิ่งกว่าเสียงเอฟเฟกต์ในเกม
"อาคเนย์..." คิวกระซิบเสียงแผ่ว
น้ำเสียงที่เปลี่ยนจากโหมดกวนประสาทมาเป็นความจริงจังชั่วขณะ ทำให้อาคเนย์ต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยอัตโนมัติ ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
ในโลกความเป็นจริง... คิวคือคนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ปากจัดและพร้อมจะชนกับทุกคนที่เข้ามาหาเรื่อง แต่ในตอนนี้ ในพื้นที่จำกัดแห่งนี้ เขากลับเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปแตะกรอบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มอย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มสากอย่างถือวิสาสะ
"ถ้าคุณพูดไม่ออก... งั้นให้ผมเป็นคนพูดแทนดีไหมครับ?"
อาคเนย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระหน่ำรัวราวกับกลองเพลิง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด ปลายนิ้วอุ่นของคิวที่สัมผัสอยู่ข้างแก้มกำลังแผดเผาความเยชาชาที่เขาสวมเกราะป้องกันไว้จนละลายกลายเป็นจุล
"คุณหมายความว่า..."
เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ขาดหายไปในลำคอ เมื่อคิวโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกันในมุมที่เฉียดฉิว โลกเสมือนรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำจากระบบแจ้งเตือนความใกล้ชิดระดับอันตราย แต่ไม่มีใครสนใจมันอีกต่อไปแล้ว
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ข้ามเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์
*ปั้ง!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากห้องโถงด้านนอก แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกใสรอบด้านร้าวเป็นทางยาว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่เด้งขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตา
**[System Warning: ผู้เล่นภุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้าม - ผู้เล่น 'เรย์' ได้เข้าสู่เซสชันของคุณแล้ว]**
อาคเนย์ดึงสติกลับมาก่อนใคร เขารีบดันตัวคิวออกเบาๆ แม้แววตาจะยังเจือประกายความเสียดายอย่างปิดไม่มิด ขณะที่คิวสบถออกมาเบาๆ อย่างขัดใจเมื่อหันไปมองร่างของบุคคลที่สามซึ่งก้าวเท้าพังประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะ
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของท่านสถาปนิกกับโปรเกมเมอร์คนเก่งสินะครับ?"
เรย์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูที่พังเสียหาย รอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าหล่อเหลาฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน ดวงตาสองสีคู่นั้นกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาสนุกสนานราวกับกำลังดูละครฉากใหญ่
อาคเนย์หรี่ตาลง ปรับสีหน้ากลับมาเป็นความเยือกเย็นทันทีโดยสัญชาตญาณ แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวออกไปบังร่างของคิวไว้ด้านหลัง คิวดึงแขนเสื้อของเขาไว้เบาๆ
คิวยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่กลับมาเปี่ยมด้วยความร้ายกาจและพร้อมฟาดฟันอีกครั้ง ดวงตาคู่คมตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิทแต่เฉียบคม
"มาได้จังหวะพอดียกษ์..." คิวเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง "กำลังเบื่อๆ อยู่พอดี... สนใจมาเป็นกระสอบทรายให้ผมซ้อมมือแก้เซ็งก่อนออกไปไหมล่ะครับ?"
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและหัวใจที่สั่นไหวกับผมนะครับ*
เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 9
ตัวตนที่สลับขั้ว
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!