เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 24

รอยร้าวที่เริ่มเชื่อมต่อ

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
เสียงหมุนลูกบิดประตูด้านนอกดังแกร็ก เป็นจังหวะเดียวกับที่อาคเนย์ขยับตัวเข้ามาบล็อกร่างของผมไว้ด้วยแผ่นหลังกว้าง มือหนาเอื้อมไปดึงล็อกกลอนประตูห้องทำงานภายในเสี้ยววินาที เสียงกระแทกเบา ๆ ของประตูที่ถูกดันจากภายนอกชนเข้ากับกลอนนิรภัยสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบ "เฮ้ย... เดี๋ยวสิคุณ" ผมกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่น ๆ ของสถาปนิกหนุ่มที่มักจะตีหน้าตายใส่ผมเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับร้อนรุ่มและใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "คุณอาคเนย์ครับ! แฟ้มเอกสารด่วนจากสำนักงานใหญ่มาถึงแล้วครับ!" เสียงของลูกน้องหนุ่มหน้าห้องตะโกนทะลุบานไม้เข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูปึก ๆ สองสามทีตามสัญชาตญาณของการรีบเร่ง อาคเนย์ไม่แม้แต่จะชายตามองไปทางประตู สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงล็อกอยู่ที่ใบหน้าของผมอย่างเอาเรื่อง สันจมูกโด่งคมสันอยู่ห่างจากแก้มผมไม่ถึงเซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นไม้สนซีดาร์ผสมกับความเคร่งเครียดจากงานโปรเจกต์ใหญ่ลอยวนอยู่รอบตัวเขา มันเป็นความกดดันที่แปลกประหลาด—กดดันจนหัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นผิดจังหวะ "คุณ... ปล่อยก่อนเถอะน่า เดี๋ยวไอน้องข้างนอกมันก็พังประตูเข้ามาจริง ๆ หรอก" ผมกระซิบเตือน พยายามดันไหล่กว้างของเขาออกเบา ๆ แต่คนตัวโตกว่ากลับนิ่งสนิท ราวกับว่าแรงผลักของผมเป็นเพียงแค่สัมผัสจากแมวตัวหนึ่ง "ปล่อยให้พัง..." เสียงทุบประตูด้านนอกเงียบลง แทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าที่ถอยห่างออกไปกึ่งลังเล อาคเนย์ถึงได้ยอมขยับริมฝีปากกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ชิดริมหูผมจนขนอ่อนลุกชัน "แล้วค่อยมาเคลียร์เรื่องของเราต่อ" ให้ตายเถอะ... นี่คือประโยคของคนที่เพิ่งจะบอกว่าเราเป็นแค่ 'คู่ปรับทางธุรกิจจำเป็น' อย่างนั้นเหรอครับ? ผ่านไปเกือบส้านาทีกว่าเสียงฝีเท้าหน้าห้องจะเงียบหายไปสนิท อาคเนย์จึงค่อย ๆ ถอนตัวออกอย่างไม่เต็มใจนัก เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อเชิร์ตสีเข้มให้เข้าที่ด้วยท่าทางเนี้ยบกริบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ผิดกับผมที่ต้องแสร้งก้มลงไปจัดระเบียบแฟ้มงานบนโต๊ะเพื่อซ่อนร่องรอยความรวนเรบนใบหน้า "ปากเก่งนักนะคุณ" สถาปนิกหนุ่มปรายตามองผมแวบหนึ่ง น้ำเสียงกลับมาติดความเย่อหยิ่งและเย็นชาตามสไตล์เดิม แต่หูที่ขึ้นสีแดงเรื่อของเขานั้น... ปิดบังโปรเกมเมอร์อย่างผมไม่มิดหรอกครับ "ใครกันแน่ที่ปากเก่ง คุณเองไม่ใช่เหรอที่เกือบจะ..." ผมเงยหน้าขึ้นสวนกลับทันควัน ดวงตาหรี่มองเขาอย่างรู้ทัน "กลัวลูกน้องเห็นภาพไม่เหมาะสมเหรอครับ คุณสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ" อาคเนย์หรี่ตาลงเล็กน้อย ขยับตัวเดินไปทิ้งสะโพกพิงขอบโต๊ะทำงาน กอดอกมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ เป็นความลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่ออก ความเงียบโรยตัวลงมาคั่นกลางระหว่างเราอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ มันเป็นความเงียบที่เปิดโอกาสให้รอยร้าวในอดีตค่อย ๆ ถูกกะเทาะออกทีละน้อย "คุณเกลียดอะไรกันแน่..." จู่ ๆ อาคเนย์ก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนผมต้องชะงักมือที่กำลังถือปากกา "หมายถึง... ปมเรื่องครอบครัวของคุณ ที่ทำให้คุณเลือกจะเดินออกจากบ้านหลังนั้น ทั้งที่โปรไฟล์อย่างคุณจะเลือกทางที่สบายกว่านี้ก็ได้" ผมชะงัก รอยยิ้มยียวนที่มักจะประดับบนริมฝีปากเลือนหายไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าด้านข้างของเขาที่สะท้อนแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ "ทำไมครับ? นึกครึ้มอะไรถึงมาสนใจเรื่องชาวบ้านเขา" ผมแค่น้ำเสียงหัวเราะในลำคอ กลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "นึกว่าคุณสนใจแต่เรื่องงานออกแบบตึกบ้า ๆ นั่นซะอีก" "ผมไม่ได้สนใจเรื่องชาวบ้าน..." อาคเนย์สบตาผมตรง ๆ แววตาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะถูกกลบด้วยความนิ่งสนิทตามนิสัย "แต่ผมรำคาญเวลาเห็นคนมีความสามารถอย่างคุณ เอาอนาคตไปทิ้งไว้กับการประชดชีวิต" คำพูดนั้น... เหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าอย่างแม่นยำ แต่มันไม่ใช่การกรีดเพื่อซ้ำเติม เป็นการกรีดเพื่อผ่าเอาหนองร้ายที่ผมพยายามซ่อนไว้ออกมาต่างหาก "คุณไม่เข้าใจหรอก..." ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ วางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ความอดทนที่สะสมมานานเริ่มสั่นคลอน "สำหรับครอบครัวผม ความสุขมันวัดเป็นตัวเลขและผลกำไร ทุกย่างก้าวในชีวิตถูกตีตราด้วยชื่อเสียงของบริษัท ถ้าผมไม่เป็นหุ่นยนต์ที่เดินตามเส้นทางที่พ่อขีดไว้ให้ ผมก็เป็นแค่ตัวปัญหาที่น่าอาย... คุณคิดว่าการเดินออกมาจากจุดนั้นมันง่ายเหรอครับ?" ห้องทำงานกว้างตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ อาคเนย์ไม่ได้พูดแทรก เขาฟังทุกคำด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่ผมเคยคาดคิดจากผู้ชายคนนี้ "ผมเข้าใจดี..." น้ำเสียงของอาคเนย์เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เขาก้าวเข้ามาใกล้ผมอีกครั้ง ช้า ๆ ทว่ามั่นคง "เพราะผมเอง... ก็เคยถูกบังคับให้ยืนอยู่ในจุดที่ไม่ได้เลือกเหมือนกัน" ผมเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างประหลาดใจ ภาพลักษณ์ของสถาปนิกดาวรุ่งผู้เพียบพร้อม ทายาทตระกูลดังที่ใคร ๆ ต่างอิจฉา กลับมีร่องรอยของความเปราะบางซ่อนอยู่หลังแววตานั้น "พ่อผมสร้างทุกอย่างไว้หมดแล้ว..." อาคเนย์แค่นยิ้มหยันตัวเอง เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "หน้าที่ของผมไม่ใช่การออกแบบตึกตามใจฝัน แต่คือการสืบทอดอาณาจักรที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ ทุกเส้นที่ผมลากลงบนกระดาษ... มันถูกตีค่าเป็นเงินเป็นทองหมด ไม่เคยมีพื้นที่ให้ความรู้สึกของผมเองเลย" สบตากันในระยะที่ใกล้ชิด ความเงียบระหว่างเราทำหน้าที่เชื่อมโยงแผลเป็นในอดีตของคนสองคนที่ดูเหมือนจะต่างกันสุดขั้ว แต่กลับมีรอยร้าวในที่เดียวกันอย่างน่าประหลาด มือหนาของอาคเนย์ยื่นออกมา ช้า ๆ ราวกับกลัวว่าผมจะถอยหนี นิ้วเรียวยาวแตะลงบนหลังมือผมที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสที่อุ่นจัดทำให้ปลายนิ้วผมชาไปหมด "เราต่างก็หนีบางอย่างมา..." อาคเนย์กระซิบ เสียงของเขาพร่าต่ำจนเกือบกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัว "แล้วบังคับให้ตัวเองต้องแข็งแกร่ง... ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เหนื่อยจะตายอยู่แล้วใช่ไหมครับ" ประโยคคำถามนั้น... เหมือนกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขประตูห้องลับในใจผมให้เปิดออก ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดมานานนับปีพรั่งพรูขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว แต่ด้วยความเป็นคิว... โปรเกมเปอร์ปากเกร็งคนนี้ ไม่มีทางยอมน้ำตาตกให้ใครเห็นง่าย ๆ หรอกครับ ผมแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ พยายามดึงความกวนประสาทกลับมา "พูดจาซึ้งเกินไปแล้วคุณอาคเนย์ ระวังภาพลักษณ์คุณชายน้ำแข็งจะพังหมดนะ" อาคเนย์ไม่โต้เถียง เขากลับระบายยิ้มจาง ๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เราเคยปะทะฝีปากกันมา มือที่กุมมือผมอยู่กระชับแน่นขึ้นอีกนิด ความอบอุ่นถ่ายเทจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามานาน "ถ้าภาพลักษณ์มันแลกกับการได้พูดความจริงกับคุณ..." อาคเนย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นปัดผ่านแก้ม "ผมยอมพังมันตั้งนานแล้ว" บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน หัวใจสองดวงที่เคยปิดตายเริ่มเปิดช่องให้แสงสว่างลอดผ่าน รอยร้าวในอดีตกำลังถูกเชื่อมเข้าหากันทีละนิดด้วยความเข้าใจ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเรากำลังจะขยับเข้าใกล้กันอีกเพียงไม่กี่มิลลิเมตร จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิม พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาตใด ๆ ทั้งสิ้น! "คุณอาคเนย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ภาพโปรเจกต์หลักในระบบคลาวด์ถูกแฮก และตอนนี้ไฟล์งานทั้งหมดกำลังถูกลบหายไปต่อหน้าต่อตาครับ!" ร่างของหัวหน้าฝ่ายไอทีพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าซีดเผือด ขณะที่ผมและอาคเนย์ต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเรานะครับ *ไฟเยอร์บลัด*
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%