เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 14

รอยยิ้มแรก

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
ปลายนิ้วเรียวที่มักจะจับเมาส์เพื่อสะบัดช็อตเพอร์เฟกต์ในเกมระดับทัวร์นาเมนต์ ตอนนี้กลับไร้เรี่ยวแรงจะผลักไสแผงอกของคนที่ล้ำเส้นเข้ามาใกล้เกินไป ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงลมหายใจกั้น คิวเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความตกใจจนขยับตัวไม่ถูก แต่เพราะกลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่เมนทอลจางๆ จากตัวอาคเนย์มันกำลังรุกรานพื้นที่ความคิดจนสติกระเจิง ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันมุ่งมั่น ดุดัน และสะท้อนเงาของโปรเกมเมอร์ปากเก่งคนนี้ไว้จนเต็มกรอบสายตา "คุณ..." คิวพยายามจะเค้นเสียงยียวนกวนประสาทออกไปตามนิสัยประจำตัว เพื่อทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นแรงนี่เสีย ทว่าริมฝีปากที่ขยับกลับถูกหยุดไว้ด้วยสัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาอย่างแผ่วเบา ไม่ได้รุกล้ำด้วยความป่าเถื่อน แต่กลับมั่นคงและหนักแน่นเสียจนเสียงในลำคอของคิวหายวับไปกับอากาศ โลกทั้งใบเหมือนถูกกดปุ่ม Mute ชั่วขณะ เสียงแอร์ในห้องทำงานเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงหัวใจของเขาสองคนที่ดังแข่งกันราวกับกลองเพลในสมรภูมิรบ อาคเนย์หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้สัมผัสที่เนิ่นนานและเรียบง่ายนี้บอกเล่าทุกคำพูดที่ริมฝีปากซึนๆ ของเจ้าตัวปฏิเสธมาตลอด คิวสมองตื้อตันไปชั่วขณะ ริมฝีปากที่มักใช้พ่นคำพูดกวนประสาทใส่เขาในทุกๆ วัน ตอนนี้กลับยอมจำนนให้อีกฝ่ายครอบครองความเงียบงันนี้อย่างง่ายดาย มือเรียวเผลอขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของอาคเนย์โดยไม่รู้ตัว แรงดึงนั้นทำให้อาคเนย์ขยับเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้นจนไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน และในวินาทีที่คิวเริ่มจะเคลิบเคลิ้มไปกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนเจ็บหน้าอก อาคเนย์ก็เป็นฝ่ายผละใบหน้าออกมาช้าๆ ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของคนที่มักจะถือไพ่เหนือกว่าเขาเสมอ คิวหอบหายใจเบาๆ ริมฝีปากสีสดเจ่อขึ้นเล็กน้อยจากแรงสัมผัสเมื่อครู่ สติที่กระจัดกระจายค่อยๆ กลับเข้าร่าง พร้อมกับฟอร์มและมาดกวนๆ ที่ต้องรีบดึงกลับมาก่อนจะเสียฟอร์มไปมากกว่านี้ "คุณ... นี่มันเกินขอบเขตงานออกแบบตกแต่งภายในแล้วนะ" คิวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู "หรือว่าสถาปนิกค่ายนี้เขามีบริการเสริมพิเศษแถมให้ลูกค้าแบบนี้ด้วยเหรอครับ" อาคเนย์ไม่ตอบทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่มุมปากของคิวอย่างเผลอตัว สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนความคลั่งรักไว้มิด "ปากเก่งนักนะ" อาคเนย์พ่นลมหายใจออกทางจมูก น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดนิดๆ ตามสไตล์คนปากแข็ง "ทีเมื่อกี้ทำไมไม่เห็นเถียงเก่งเหมือนตอนนั่งเล่นเกมล่ะ ห๊ะ?" "ใครว่าผมเถียงไม่ออก ผมแค่... ให้เกียรติคนแก่กว่าต่างหากเล่า" คิวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายตามสัญชาตญาณ พยายามถอยหลังหนีเมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้พวกเขายยืนชิดกันเกินไปจนเกือบจะหลังติดผนังห้องแล้ว "แล้วอีกอย่าง การฉวยโอกาสในยามวิกาลแบบนี้ มันผิดจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปนิกหรือเปล่าครับ คุณอาคเนย์" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าของคนที่พยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว ภาพของโปรเกมเมอร์หนุ่มที่มักจะทำตัวเป็นแมวจอมพยศ ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แต่ตอนนี้กลับมีร่องรอยความเขินอายระเรื่ออยู่บนพวงแก้ม มันช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... มันทำให้หัวใจที่ด้านชาของสถาปนิกหนุ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่ไม่ได้อึดอัด แต่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่วิ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่ อาคเนย์มองริมฝีปากที่ยังคงขยับเถียงไม่หยุดนั้นอีกครั้ง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะค่อยๆ ยกย่องขึ้นทีละน้อย มันไม่ใช่รอยยิ้มมุมปากแบบเหยียดหยัน หรือรอยยิ้มยียวนแบบที่เขาใช้กวนประสาทคนอื่นในเวลาทำงาน... แต่มันคือรอยยิ้มจริงๆ รอยยิ้มที่เผยให้เห็นความอบอุ่นและความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย็นชามาตลอดหลายสัปดาห์ รอยยิ้มแรกที่อาคเนย์ไม่เคยยอมมอบให้ใครเห็นง่ายๆ นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในชีวิตของคิว คิวชะงักค้าง คำพูดรัวๆ ที่เตรียมจะพ่นใส่หน้าอีกฝ่ายกลืนหายลงไปในลำคอทันที สมองประมวลผลช้าลงไปสามวินาทีเมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับรอยยิ้มนั้นโดยตรง หัวใจที่เพิ่งจะเต้นช้าลงกลับมากระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิมจนแทบทะลุออกมานอกอก ให้ตายเถอะ... หมอนี่เวลาไม่ทำหน้าบึ้งเป็นยักษ์มารแล้ว... มันอันตรายต่อหัวใจเกินไปหน่อยแล้วมั้ง! "ย... ยิ้มอะไรของคุณเล่า หน้าผมมีกาวตราช้างติดอยู่หรือไง" คิวรีบเบนสายตาหนีไปมองกรอบรูปบนผนังแทนเพื่อความปลอดภัยของหัวใจตัวเอง น้ำเสียงที่เคยติดตลกเริ่มมีความตะกุกตะกักหลุดรอดออกมาให้ได้ยิน "เปล่า" อาคเนย์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำมีความอ่อนโยนเจืออยู่จางๆ ชนิดที่เจ้าตัวก็คงไม่รู้ตัว "แค่คิดว่า... นายเวลาพูดมากแล้วน่ารำคาญดี แต่เวลาหุบปากแล้ว... น่ามองกว่าเยอะ" "ไอ้—!" คิวหันขวับกลับมาเตรียมจะแยกเขี้ยวใส่ผู้ชายปากร้ายให้สมกับความหมั่นไส้ แต่ยังไม่ทันที่คำด่าทอยียวนจะหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ในห้องทำงานอย่างไม่รู้เวลากล่าว *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "พี่อาคเนย์ครับ! งานแบบร่างเฟสสุดท้ายที่ลูกค้าแก้มาด่วนมาก พี่อยู่ในห้องนี้หรือเปล่า—" เสียงแหลมใสของเด็กฝึกงานในออฟฟิศดังทะลุบานประตูไม้เข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังหมุนเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ! อาคเนย์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในอกจนอยากจะเดินไปเตะประตูใส่หน้าคนมาขัดจังหวะ ในขณะที่คิวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดันแผงอกของอาคเนย์ให้ออกห่างจากตัวเองในระยะปลอดภัยอย่างรวดเร็วราวกับปฏิกิริยาอัตโนมัติ ทว่า... ประตูห้องทำงานกำลังเปิดกว้างออก และแสงไฟจากด้านนอกก็สาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นร่างของเด็กฝึกงานที่กำลังก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารเต็มมือ โดยที่คนทั้งคู่ยังยืนประชิดติดกันชนิดแทบจะสิงร่าง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวละครและเรื่องราวในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%