โซ่ตรวนแห่งกฎที่ตีตราด้วยอักขระโบราณกรีดผ่านอากาศด้วยเสียงแหลมสูงเสียดแก้วหู กวินไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง ดวงตาคมกริบกวาดมองการเคลื่อนไหวของเงาสีขาวโพลนเหล่านั้นราวกับกำลังอ่านโค้ดบรรทัดสุดท้ายที่กำลังรันระบบทำลายล้าง สมองของเขาประมวลผลความเร็ว ทิศทาง และแรงเหวี่ยงของโซ่ตรวนในเสี้ยววินาที
"อาจารย์รินรดาคะ ข้างซ้ายสามตน ขวาห้าตน จุดบอดของอาคมพวกมันอยู่ที่รอยต่อหัวไหล่ซ้าย!"
เสียงใสแต่หนักแน่นของกวินดังขึ้นท่ามกลางเสียงระเบิดกัมปนาท อาจารย์รินรดาในชุดคลุมสีดำสนิทไม่ได้หันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วเรียวที่ตวัดวาดอักขระกลางอากาศกลับเปลี่ยนทิศทางในเสี้ยวพริบตา แสงสีครามเข้มระเบิดออกเป็นวงกว้าง กลืนกินเงาสingขาวที่พุ่งเข้ามาจนสลายกลายเป็นละอองฝุ่นสีเทา
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมหอคัมโบราณ ทว่ามันเป็นความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงระเบิด เมื่อท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือนครหลวงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ราวกับถูกย้อมด้วยเลือดสดๆ ดวงจันทร์เต็มดวงค่อยๆ เปลี่ยนเฉดสีจากนวลตาเป็นสีโลหิตเข้มข้น และนั่นคือสัญญาณเตือนภัยที่สลักลึกอยู่ในระบบภารกิจที่เด้งเตือนตรงหน้ากวิน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเริ่ม "พิธีกรรมวันพระจันทร์เลือด" ระดับภัยพิบัติ SSS]
[เป้าหมายศัตรู: ทำลายราก1แกนกลางของเมืองเพื่อปลดผนึกวิญญาณบรรพกาล]
[เวลาที่เหลือ: 45 นาที ก่อนที่เขตอาคมทั้งหมดจะล่มสลาย]
กวินกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เขาเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมา วิเคราะห์พลังงานเวทที่กำลังไหลทะลักเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ เมืองทั้งเมืองกำลังถูกดึงเข้าไปในเขตอาคมปิดตาย หากปล่อยไว้เช่นนี้ ไม่เพียงแต่วิญญาณคนบาปในความดูแลของเขาจะแตกสลาย แต่ผู้คนนับแสนในเมืองนี้จะต้องกลายเป็นเครื่องสังเวย
"เด็กโง่..." เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของอาจารย์รินรดาดังขึ้นใกล้ๆ มือเรียวยื่นมาแตะที่ไหล่ของเขาเบาๆ ความเย็นยะเยือกจากพลังปราณของอาจารย์ช่วยดึงสติที่กำลังตึงเครียดของกวินให้กลับคืนมา "อย่าเพิ่งคำนวณหาทางรอดที่เป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ มองตาฉันสิคะกวิน เราเคยผ่านประตูมรณะมาด้วยกันตั้งกี่ครั้งแล้ว?"
กวินเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาว แววตาที่ปกติมักจะเย็นชาและห่างเหิน บัดนี้กลับสะท้อนภาพของเขาด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ความอบอุ่นสายหนึ่งไหล뢰ผ่านหัวใจท่ามกลางบรรยากาศที่หนทบหนาและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย
"ค่ะ อาจารย์... เราจะปล่อยให้พวกมันทำลายเมืองนี้ไม่ได้เด็ดขาด" กวินสูดหายใจเข้าลึกๆ ความมั่นใจกลับคืนมาเต็มเปี่ยม "ระบบคำนวณเส้นทางพลังงานเสร็จสิ้นแล้วค่ะอาจารย์ จุดศูนย์กลางของพิธีกรรมอยู่ที่ลานประลองกลางเมือง และคนที่จะทำลายค่ายกลนี้ได้ มีเพียงการประสานพลังระหว่างอาคมสายบริสุทธิ์ของอาจารย์ กับรหัสควบคุมระบบวิญญาณของผม"
รินรดาพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของปรจารย์สาวผู้เยือกเย็น "ดีมาก งั้นเราไปเปิดทางให้พวกมันได้รู้ซึ้งกันเถอะว่า การมาเยือนถิ่นของเราต้องแลกด้วยอะไร"
ทั้งสองพุ่งทะยานออกไปจากหอคัมภีร์ที่กำลังพังทลาย เบื้องหน้าคือมหานครที่ถูกความมืดและแสงสีแดงฉานครอบ
แต่ก่อนที่กวินจะก้าวเท้าเข้าสู่เขตกึ่งกลางของพิธีกรรม ร่างของใครคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงาเสาหินเบื้องหน้า หมอกควันสีดำสนิทม้วนตัวเข้าหากันจนกลายเป็นรูปร่างของชายสวมหน้ากากอนูบิส รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นภายใต้หน้ากากนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ยินดีต้อนรับสู่บทสุดท้ายค่ะ คุณกวิน... น่าเสียดายนะ ที่นายมาถึงช้าไปก้าวเดียว"
เงาสีดำมหึมาผุดขึ้นจากพื้นดินเบื้องหลังชายสวมหน้ากาก ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่เปิดขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน และร่างของบอสลับขั้นบรรพกาลก็ก้าวเท้าเหยียบย่างลงสู่พื้นดินจริง!
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: บอสลับ "ราชันวิญญาณทมิฬ" ปลดปล่อยผนึกสมบูรณ์ก่อนกำหนด!]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครทุกท่านนะคะ
บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 31
พิธีกรรมวันพระจันทร์เลือด
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!