บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 35

น้ำตาของจอมขมังเวท

ผลงานโดย นภากระซิบผี
รอยแตกสีนิลกาฬลามเลียไปตามอากาศราวกับรอยร้าวบนกระจกเปราะบาง กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนแม้แต่ลมหายใจก็ยังรู้สึกหนقหน่วงราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว กวินทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นศิลาเย็นเฉียบ เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยผสมปนเปกับคราบโลหิตที่มุมปาก สายตาของเขาพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นภาพเบื้องหน้า ระบบแจ้งเตือนในหัวส่งเสียงร้องเตือนถี่รัวเป็นจังหวะหัวใจที่ใกล้หยุดเต้น ข้อความสีแดงฉานกระพริบเตือนสถานะ *[HP: 3% - Critical Warning]* ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายคือเงาสีดำมืดที่กำลังกลืนกินร่างของอาจารย์รินรดาเข้าไปทีละนิด อาคมโบราณที่นางฝืนดึงมาใช้เพื่อปกป้องเขากำลังย้อนกลับมาแผดเผาจิตวิญญาณของนางเอง "อาจารย์..." กวินพยายามเปล่งเสียงออกไป แต่มันช่างแหաբพร่าและไร้เรี่ยวแรงเหลือเกิน อาจารย์รินรดาหันกลับมามองเขา ร่างเพรียวระหงที่เคยสง่างามและเยือกเย็นบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นสีดำสนิท ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววดุดันเสมอ บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างน่าใจหาย นางฝืนยิ้ม—รอยยิ้มที่บางเบาราวกับละอองหมอก แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของเด็กหนุ่มผู้ไม่เคยเชื่อในความผูกพันใดๆ "เจ้า... เด็กโง่..." เสียงของนางขาดห้วง ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเทียนที่ใกล้หมดเล่ม "ข้าบอกแล้ว... ว่าอย่าดื้อรั้น..." "ผมไม่ได้ดื้อ..." กวินกัดฟันกรอด ความรู้สึกผิดและโกรธแค้นตัวเองตีรวนขึ้นมาในอก สมองอันรวดเร็วของเขาพยายามประมวลผลคำนวณหาทางรอดเหมือนที่เคยทำมาตลอด ทว่าในสถานการณ์ที่ไร้ทางออกเช่นนี้ โค้ดหรือตรรกะใดๆ ก็ไร้ความหมายสิ้นดี *ติ๊ง!* เสียงระบบดังขึ้นในโสตประสาท แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนความผิดพลาด ทว่ากลับเป็นเสียงปลดล็อกเงื่อนไขลับที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในระบบวิญญาณ *[ตรวจพบเจตจำนงอันแรงกล้าของโฮสต์: ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อปกป้องพันธะสัญญา]* *[เงื่อนไขการเชื่อมต่อสายเลือดวิญญาณระดับบรรพกาล... สมบูรณ์]* *[กำลังเปิดใช้งาน: พันธสัญญาโลหิตแห่งวายร้ายอมตะ (Immortal Villain's Blood Pact)]* พลังงานสายหนึ่งพุ่งพล่านขึ้นมาจากกลางอกของกวิน มันไม่ใช่พลังเวทมนตร์หรืออาคมทั่วไป แต่เป็นความอุ่นร้อนที่แผดเผาราวกับลาวาและบริสุทธิ์ดั่งธารน้ำใสในคราเดียวกัน ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งแสงสีทองสลับกับสีนิลกาฬ ดวงตาของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานชั่วขณะ เส้นผมปลิวสยายโดยไม่มีสายลมพัดผ่าน กวินลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ขาทั้งสองข้างจะสั่นเทา แต่แววตาของเขากลับแน่วแน่และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาก้าวเข้าไปหารินรดาที่กำลังจะทรุดฮวบลงสู่พื้น มือเรียวยื่นออกไปคว้าข้อมือของอาจารย์สาวไว้แน่น สัมผัสเย็นเยียบของนางปะทะเข้ากับความร้อนรุ่มในกายของเขา กวินไม่ลังเลที่จะถ่าย "ข้าจะไม่ยอมให้อาจารย์หายไปเด็ดขาด" กวินกระซิบเสียงทุ้มต่ำ ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนในอาณาบริเวณนั้น หยาดน้ำใสๆ เม็ดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาของจอมขมังเวทผู้ไม่เคยหลั่งน้ำให้แก่ผู้ใด รินรดากรอกตามองเด็กหนุ่มด้วยความประหลาดใจระคนตื่นตะลึง น้ำตาของนางที่หยดลงบนหลังมือของกวินกลับกลายเป็นประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ ชำระล้างไอทมิฬที่กัดกินร่างของนางออกไปจนหมดสิ้นในพริบตา *ตู้มมม!* คลื่นพลังงานมหาศาลระเบิดออกเป็นวงกว้าง แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารโบราณสั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก มิติรอบตัวบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณร้ายที่ถูกบดขยี้ด้วยรัศมีแห่งพันธะสัญญาโบราณ รินรดารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่ไหลย้อนกลับคืนมา อาคมที่เคยย้อนกลับมาทำร้ายนางบัดนี้กลับถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังของกวิน ผ่านทางการสัมผัสและสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ เมื่อแสงสีทองจางลง ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังที่สงบลงอย่างน่าประหลาด ลมหายใจของรินรดากลับมาสม่ำเสมอ แผลฉกรรจ์บนร่างเลือนหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยอ่อนที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่นางยังมีชีวิตอยู่... และแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า รินรดามองหน้าเด็กหนุ่มที่ยืนหอบหายใจอยู่เบื้อง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย นางเกือบจะเอ็ดเขาด้วยความเคยชิน ทว่าเมื่อเห็นประกายความมุ่งมั่นและห่วงใยที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสีนิลคู่นั้น คำพูดต่อว่าทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ "เจ้า... ไปเอาความกล้าเหล่านี้มาจากไหนกันนะ" รินรดาเอ่ยเสียงเบา ทว่าแฝงความรู้สึกที่สั่นไหวอย่างหาได้ยากยิ่ง กวินคลี่ยิ้มจางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่เหนื่อยล้าแต่โล่งอกอย่างที่สุด "ผมก็แค่วิเคราะห์แล้วว่า... การสูญเสียอาจารย์ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในสมการนี้ครับ... เอ๊ย... ค่ะ" เขาเผลอหลุดปากแก้คำพูดอย่างลิ่วล้อ ทำเอารินรดาเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤต ทว่าความเงียบสงบนั้นกินเวลาอยู่เพียงไม่กี่ลมหายใจ เมื่อรอยแตกสีนิลกาฬที่ควรจะปิดสนิทกลับฉีกกว้างขึ้นอีกครั้ง ยิ่งใหญ่และน่ากลัวกว่าเดิมหลายร้อยเท่า เสียงกระซิบแหบพร่าจากห้วงมิติที่ลึกที่สุดดังลอดออกมา พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่ค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดมิดออกมาทีละน้อย *[คำเตือนระดับวิกฤต: บอสลับแห่งห้วงนรกภูมิขั้นสูงสุด "ราชาอสูรบรรพกาล" ได้ตื่นจากการหลับใหลแล้ว]* *[ระบบตรวจพบความผิดปกติของเวลาและมิติ... กำลังเริ่มต้นการทำลายล้างโลกคู่ขนานในอีก 60 วินาที]* ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่เปิดขึ้นพร้อมกันในความมืดมิดเบื้องหน้า และหนึ่งในนั้น... กำลังจ้องมองตรงมาที่กวินและรินรดาด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมส่งแรงใจให้กวินและอาจารย์รินรดาผ่านมาถึงจุดเปลี่ยนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%