มเหสีลำดับที่แปดกับหัตถ์สังหารที่ไร้รัก•ตอนที่ 2

มเหสีผู้มากับม่านหมอก

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
เสียงทุ้มต่ำของโลหะที่กระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องไปทั่วตำหนักเหวินฮวา ราวกับเสียงกรรไกรคมกริบที่ตัดขาดลมหายใจของทุกคนให้หยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที ป้ายหยกประจำตัวจักรพรรดิ... สลักลวดลายมหาพยัคฆ์ห้าเล็บด้วยหยกขาวหมั่นฮ่าวเนื้อล้ำค่า ชิ้นเดียวในใต้หล้าที่บ่งบอกถึงอาญาสิทธิ์สูงสุดของพระโอรสแห่งสวรรค์ บัดนี้มันกลิ้งหล้ามานอนนิ่งสนิทอยู่แทบปลายรองเท้าผ้าปักลายบุปผาของหลินฟางเซียน ความเงียบงันเข้าเกาะกุมพื้นที่กว้างใหญ่จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่สะดุดติดขัดของเหล่าสนมกำนัลที่ยืนออกันอยู่หน้าพระตำหนัก สนมเอกเจียงกุ้ยเฟย เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองเด็กชายตัวน้อยที่ซุกกายอยู่หลังชายผ้าซิ่นของฟางเซียนด้วยความริษยาและหวาดระแวงระคนกัน โครงหน้าของเด็กน้อยผู้นั้น... ช่างถอดแบบมาจากจักรพรรดิอี้เฉินในวัยเยาว์ราวกับแกะสลักขึ้นมาจากบล็อกเดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน..." เสียงกระซิบกระซาบดังเล็ดลอดออกมาจากกลุ่มนางกำนัลที่เริ่มตื่นตระหนก ฟางเซียนไม่ได้ก้มลงเก็บป้ายหยกนั้น นางเพียงป้องร่างเล็กของบุตรชายไว้ด้วยความรู้สึกปกป้อง สายตาคู่คมกริบที่เคยอ่อนโยนและยอมก้มหัวให้ผู้คนในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบเย็นชาดั่งผิวน้ำในบึงลึกฤดูหนาว นางเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงสง่าของจักรพรรดิอี้เฉินที่ก้าวออกมาจากม่านมุกด้วยพระพักตร์ที่ซีดเผือดและเต็มไปด้วยความสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "ฟาง... เซียน..." พระสุระเสียงของโอรสแห่งสวรรค์สั่นพร่า หลุดรอดออกมาจากโอษฐ์ที่เม้มเข้าหากันแน่น พระเนตรคมกริบจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของอดีตสตรีที่พระองค์ทรงขับไลไสส่งและจงใจเมินเฉยมาตลอดห้าปีเต็ม บัดนี้ นางไม่ได้ก้มหน้าหนีความอับaisอีกต่อไปแล้ว ทว่ากลับยืนหยัดเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก... รอยยิ้มที่เยียบเย็นและบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนที่เคยทำร้ายนาง "ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ" ฟางเซียนย่อกายลงทำความเคารพอย่างเชื่องช้าและงดงามไร้ที่ติ ทว่าไร้ซึ่งความเคารพรักในน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิง "หม่อมฉัน หลินฟางเซียน ได้รับพระราชทานนามให้ดำรงตำแหน่งมเหสีลำดับที่แปดแห่งตำหนักบูรพา หวังว่าฝ่าบาทจะทรงโปรดปราน... เช่นเดียวกับที่เคยทรงโปรดปรานสนมเอกผู้นี้" คำพูดเหน็บแนมที่เจือไปด้วยความขื่นขมและเย้ยหยัน ทำให้อี้เฉินรู้สึกราวกับถูกกระบี่น้ำแข็งแทงทะลุกลางอก พระองค์ก้าวเท้าเข้าไปหา1ก้าว หมายจะเอื้อมมือไปคว้าจับเรียวแขนของนางเพื่อถามไถ่ความจริงทั้งหมด แต่นางกลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงเด็กชายเข้าสู่อ้อมกอดแน่นขึ้น สายตาที่นางมองมาเปี่ยมไปด้วยความชิงชังและรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด "บังAณ!" เจียงกุ้ยเฟยทนเห็นภาพบาดตาบาดใจนี้ไม่ไหว นางก้าวออกมาร้องตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้าเป็นแค่นอนในตกกระป๋องที่ถูกขับไล่ออกจากวังหลัง ไร้หัวนอนปลายเท้า เหตุใดจึงบังอาจพาเด็กสกปรกที่ไหนมาแอบอ้างสายเลือดมังกร! ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันทูลขอให้ทรงสั่งประหารนังสารเลวผู้นี้ฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ!" ความวุ่นวายบังเกิดขึ้นในพริบตา เหล่าขันทีและองครักษ์ต่างพากันคุกเข่ารอรับพระ Aชา แต่อี้เฉินกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด พระองค์ทรงก้าวเข้าไปใกล้ฟางเซียนทีละก้าว หัวใจของมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาทับซ้อน วันที่พระองค์โยกย้ายนางออกจากตำหนักหลักอย่างไร้เยื่อใย วันที่นางร่ำไห้จนสายเลือดปะปนกับน้ำตาโดยที่พระองค์ไม่เคยเหลียวแล... และในวันนี้ นางกลับมาพร้อมกับเด็กชายที่มีดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่เหมือนพระองค์ไม่มีผิดเพี้ยน "ฟางเซียน..." อี้เฉินเอמהเรียกร่างบางด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาที่สุดในรอบสิบปีแห่งการครองราชย์ "เด็กคนนี้... คือ..." "ลูกของหม่อมฉันเพคะ" ฟางเซียนตอบตัดบทอย่างไม่ลังเล ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสวามี "และไม่ต้องห่วงเพคะ ฝ่าบาทผู้ทรงธรรม... เด็กคนนี้เกิดมาหลังจากที่หม่อมฉันถูกขับไล่ออกจากวังหลวงไปอย่างอนาถ ดังนั้น เขาจึงไม่มีสายเลือดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัลลังก์มังกรเน่าเฟะแห่งนี้... เขาเป็นเพียงบุตรชายของหญิงสามัญชนผู้หนึ่งเท่านั้น!" คำกล่าวอ้างที่เจือความประชดประชันนี้ทำให้เหล่าสนมถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ทว่าอี้เฉินกลับรู้สึกราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำลงบนแผลเก่าที่ไม่มีวันหาย พระองค์ทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเด็กชายตัวน้อยโดยไม่สนพระพักตร์และศักดิ์ศรีแห่งโอรสแห่งสวรรค์ พระหัตถ์ที่สั่นเทายื่นออกไปหมายจะแตะแก้วใสของเด็กน้อย แต่กลับถูกฟางเซียนปัดออกอย่างไม่ไยดี "อย่าบังAญแตะต้องลูกของหม่อมฉันด้วยมือคู่นั้น!" ฟางเซียนตวาดกร้าว น้ำเสียงที่ทรงพลังและเย็นชาทำให้มหาจักรพรรดิถึงกับชะงักค้าง บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดจนแทบระเบิด ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่ทุกคนกำลังคิดว่าสถานการณ์จะจบลงด้วยการลงทัณฑ์ ความกดดันระลอกใหม่ก็พัดผ่านเข้ามาทางประตูหน้าตำหนัก "อัยการหลวงมาถึงแล้ว! มีราชโองการด่วนจากไทเฮา!" เสียงตะโกนก้องของขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชวังหลวงดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการปรากฏตัวของขุนนางชราในชุดคลุมสีม่วงเข้ม ถือม้วนราชโองการประทับตราหยกทองคำก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบและเคร่งเครียด อี้เฉินขมวดพระขนมเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะที่ฟางเซียนหรี่ตาลงมองม้วนราชโองการในมือของขุนนางชราด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง ขุนนางชราคุกเข่าลงคำนับจักรพรรดิและหันไปกวาดตามองฟางเซียนด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะคลี่ม้วนราชโองการออกแล้วประกาศเสียงดังฟังชัดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "มีพระราชโองการจากสมเด็จพระพันปีหลวง... ให้ตรวจสอบสายเลือดของมเหสีลำดับที่แปดและเด็กชายปริศนาทันที โดยอ้างอิงจากกฎมณเฑียรบาลข้อที่สิบเจ็ด... หากพบว่าเด็กชายผู้นี้คือทายาทที่แท้จริงของราชวงศ์ ให้แต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาททันที แต่หากเป็นสายเลือดนอกสมรสที่นำความอับaisมาสู่แผ่นดิน... โทษทัณฑ์คือ 'ประหารเก้าชั่วโคตร' ทั้งมารดาและบุตร!" สิ้นเสียงประกาศ ตำหนักเหวินฮวาก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ความตื่นตระหนกพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่ออี้เฉินหันขวับมามองหน้าฟางเซียนด้วยความตกใจขีดสุด ขณะที่ฟางเซียนกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยในความมืดของม่านหมอกราตรี... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนการอันล้ำลึกที่เตรียมไว้สะสางบัญชีแค้นนี้ให้สาสม! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันแสนเจ็บปวดและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีลำดับที่แปดกับหัตถ์สังหารที่ไร้รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%