เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกรวมถึงแรงสะเทือนจากฝ่ามือที่กดทับลงมานั้นหนักหน่วงพอที่จะทำให้หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดสามสิบสองนิ้วสั่นไหว ธันวาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาจากโค้ดบรรทัดที่สามร้อยห้าสิบห้า ปลายนิ้วเรียวยาวบนคีย์บอร์ด mekanik ยังคงรัวรหัสคำสั่งภาษา C++ ต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับสิ่งที่เพิ่งกระแทกเสียงดังลั่นห้องประชุมกระจกใสเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงฝนตกปรอยๆ นอกตึกระฟ้าใจกลางเมือง
"คุณธันวา... นี่คือวิธีที่คุณรับมือกับโปรเจกต์ระดับห้าร้อยล้านเหรอครับ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระดับพิกัดสูงสุดดังขึ้นเหนือศีรษะ ธันวาถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจงใจให้รอดพ้นจากริมฝีปาก ก่อนจะค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้สำนักงานราคาแพง หมุนตัวกลับมาช้าๆ เผชิญหน้ากับ 'กวิน' หัวหน้าทีมพัฒนาเกมมือหนึ่งผู้แบกรับความคาดหวังของบริษัทไว้ทั้งใบหน้าเคร่งเครียดและไหล่ที่ตั้งตรงราวกับไม้บรรทัด
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงของกวินกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา ประกายไฟแห่งความไม่พอใจพวยพุ่งออกมาจากนัยน์ตาสูสีกับความดื้อรั้นในแววตาของธันวาที่มองตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้าคุณหัวหน้าทีมกวินใช้เวลาอ่านซอร์สโค้ดพวกนั้นสักสวินาที แทนที่จะเอาแต่ยืนค้ำหัวแล้วทำหน้าเหมือนคนท้องผูก คุณก็จะเห็นว่าผมกำลังแก้วิกฤตที่ 'ทีมของคุณ' ทำพังไว้ต่างหากล่ะครับ" ธันวาเน้นเสียงคำว่า *ทีมของคุณ* ชัดถ้อยชัดคำ รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยไม่ได้บ่งบอกถึงความอัธยาศัยดีเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มแบบที่พร้อมจะวางมวยได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์เอื้ออำนวย
"วิกฤต?" กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ สไตล์วู้ดดี้จางๆ เจือกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นลอยเข้าแตะจมูกธันวา "คุณเรียกว่าการรื้อโครงสร้างระบบแบ็คเอนด์ใหม่ทั้งหมดก่อนวันเดโมเทสต์สามวันว่า 'การแก้วิกฤต' อย่างนั้นเหรอครับ ธันวา? นั่นมันคือการสร้าง 'บั๊ก' ตัวใหญ่ที่สุดขึ้นมาเองต่างหาก!"
"โปรเจกต์หลักล่มเพราะระบบจัดการฐานข้อมูลของพวกคุณมันหละหลวมต่างหากครับ อย่ามาโบ้ยความรับผิดชอบให้ผมแค่เพราะผมเข้ามาเคลียร์ขยะที่คุณกวาดไว้ใต้พรมไม่ทันใจคุณ" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่เล็กน้อย แต่รัศมีและแรงปะทะที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับไม่ได้เป็นรองเลยแม้แต่น้อย "ถ้าเก่งนัก ทำไมตอนที่โดนเทขายหุ้นร่วงกราวรูด คุณถึงวิ่งโร่ไปร้องขอให้ฝ่ายบริหารดึงผมมาช่วยล่ะครับ?"
คำพูดนั้นทำเอากวินชะงักไปชั่วขณะ ขากรรไกรของชายหนุ่มขยับนูนขึ้นตามแรงขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความโกรธ ความอับอาย และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ในเวลานี้
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในมุมห้องที่ยังคงทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของคนทั้งคู่ ธันวารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิรอบตัวที่สูงขึ้นอย่างประหลาด หรืออาจเป็นเพราะระยะห่างระหว่างเขากับหัวหน้าทีมจอมเผด็จการคนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนเขาสามารถนับเส้นขนตากลุ่มนั้นได้ทีละเส้น
"ผมไม่ได้ขอร้อง..." กวินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเบาลงแต่ทุ้มต่ำและจริงจังขึ้นจนน่ากลัว "ฝ่ายบุคคลเป็นคนย้ายคุณเข้ามา... และผมเกลียดการทำงานร่วมกับพวกประเภทอวดดี ชอบทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่สุด"
"บังเอิญจังครับ..." ธันวาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่คมอย่างไร้ความหวาดหวั่น "ผมเองก็เกลียดพวกหัวหน้าทีมเผด็จการที่เอาแต่สั่งๆๆ โดยไม่สนตรรกะความเป็นจริงเหมือนกัน... เพราะฉะนั้น เราคงเกลียดกันได้ลงตัวพอดิบพอดีเลยล่ะครับ"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีประกายไฟสパークออกมาทุกครั้งที่ทั้งคู่สบตากัน เคมีที่ขับเคี่ยวกันด้วยอีโก้และความดื้อรั้นพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ธันวายังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งไว้ไม่ให้หลุดรอด ขณะที่กวินเองก็จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยประกายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเดาใจ
ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
*ก๊อก ก๊อก*
รินรดา กราฟิกดีไซน์เนอร์สาวเพื่อนสนิทของธันวาโผล่หน้าเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟเย็นในมือ เธอรอยยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้คนทั้งคู่เมื่อเห็นระยะห่างอันตรายระหว่างหัวหน้าทีมกับพนักงานใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งถูกส่งมาแก้กรรม
"เอ่อ... ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะคุณกวิน ธันวา... คือว่า... ทางฝ่ายบริหารส่งอีเมลฉุกเฉินมาแจ้งเรื่องกำหนดการเดโมเทสต์รอบพิเศษ... มันถูกเลื่อนขึ้นมาเป็น 'พรุ่งนี้เช้า' ค่ะ"
ธันวาชะงัก หันขวับไปมองหน้าเพื่อนสนิททันที ส่วนกวิน... ใบหน้าคมคายที่เคยบึ้งตึงเมื่อครู่กลับเรียบสนิทลงฉับพลัน ดวงตาคมคู่เดิมหันกลับมามองธันวาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่ร่างสูงจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูธันวาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ดูเหมือนว่า... เราสองคนจะต้องอยู่เคลียร์ 'บั๊ก' ในระบบนี้ด้วยกัน... ทั้งคืนแล้วล่ะครับ, คุณธันวา"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกและร่วมเดินทางไปกับ "เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ คุณหัวหน้าทีม" ครับ
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ คุณหัวหน้าทีม•ตอนที่ 1
บั๊กในระบบ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ คุณหัวหน้าทีม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
