สถาปนิกสีเทากับเมืองที่กำลังพังทลาย•ตอนที่ 2

กล้องถ่ายภาพที่ไม่เคยหลับ

ผลงานโดย คนมองเมือง
"ถอยออกไป ถ้าไม่อยากเห็นโครงสร้างที่เหลือพังครืนลงมาตรงนี้" เสียงทุ้มต่ำของธนินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของเขตก่อสร้างร้างย่านชานเมือง เขาไม่ได้หันมามองคนข้างหลัง แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่แบบแปลนโครงสร้างที่ม้วนอยู่ในมือ พลางใช้ปลายรองเท้าหนังขัดเงาเขี่ยเศษอิฐหักที่กองระเกะระกะ รินรดาในชุดแจ็คเก็ตสีเข้มขยับตัวเข้าใกล้เงาของเสาเข็มที่ผุพัง กล้องถ่ายภาพเลนส์เทเลโฟโต้ในมือของเธอทำงานอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แสงแฟลชเป็นสิ่งต้องห้ามในค่ำคืนที่ความมืดคือเกราะคุ้มภัยชั้นดี เธอกดชัตเตอร์รัวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ จับภาพรถบรรทุกสิบล้อไร้ป้ายทะเบียนที่กำลังเทเศษปูนและกากของเสียอันตรายลงสู่บ่อพักดินใต้ฐานรากที่ธนินเป็นคนเซ็นอนุมัติแบบ "โครงสร้างมันพังไปตั้งแต่คุณยอมรับเงินก้อนนั้นแล้วไม่ใช่หรือคะ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่าคุณชอบให้เรียกว่า 'ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ'" รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกนที่เคลือบน้ำผึ้ง ธนินชะงักฝีเท้า เขาหันกลับมา แสงไฟจากเสาส่องสว่างไกลๆ ทำให้ใบหน้าของเขาดูเป็นสองซีก ซีกหนึ่งสว่าง อีกซีกหนึ่งจมหายไปในความมืด เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสนุก "การบริหารจัดการคือการทำให้ทุกอย่างอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ รินรดา เมืองนี้ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยอิฐและปูน แต่มันสร้างด้วยทางเลือกที่เน่าเฟะที่คุณไม่มีวันเข้าใจ" "ฉันเข้าใจดีกว่าที่คุณคิดค่ะ" เธอขยับเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด จนได้กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา "ฉันเข้าใจว่าทำไมสถาปนิกที่เคยมีอุดมการณ์ระดับแนวหน้าถึงยอมก้มหัวให้มาเฟียท้องถิ่น เพราะความจริงมันไม่มีราคาค่างวด ในขณะที่ความเงียบของคุณมีราคาแพงลิ่วเลยใช่ไหมคะ?" ธนินไม่ได้ตอบ เขาเดินเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอกลายเป็นความกดดันที่มองไม่เห็น เขาสูงกว่าเธอเล็กน้อย กลิ่นอายความเย็นชาของเขาราวกับกำแพงคอนกรีตที่ไร้ทางทะลุผ่าน เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของเธอที่ถือกล้องอยู่ ไม่ได้รุนแรง แต่หนักแน่นจนเธอขยับไม่ได้ "คุณคิดว่าสิ่งที่ถ่ายไปจะเปลี่ยนอะไรได้?" เขาถาม สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แข็งกร้าวของหญิงสาว "กฎหมายเป็นเพียงโครงสร้างที่ยืดหยุ่นได้ตามงบประมาณ และเมืองนี้... ก็มีรากฐานที่ผุพังเกินกว่าจะซ่อมด้วยภาพถ่ายไม่กี่ใบ" "งั้นก็ดูให้ดีเถอะว่าภาพถ่าย 'ไม่กี่ใบ' ของฉัน จะทำให้โครงสร้างที่สวยหรูของคุณถล่มลงมายังไง" รินรดากระชากข้อมือกลับ เธอไม่ถอยหนี แต่กลับขยับตัวเบี่ยงไปด้านข้างเพื่อหลบมุมภาพที่รถสิบล้อกำลังเทขยะรอบใหม่ เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มท่ามกลางความเงียบสงัด มันเป็นเสียงของการทำลายล้างที่ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ธนินมองตามทิศทางที่เธอกำลังบันทึกภาพ เขาเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากของเธอ และนั่นทำให้เขารู้สึกได้ถึงความอันตรายที่แท้จริง ไม่ใช่เพราะหลักฐาน แต่เพราะ 'คน' อย่างเธอ ที่ยอมแลกแม้กระทั่งความปลอดภัยของชีวิตเพื่อสิ่งที่เธอเรียกว่าความจริง ทันใดนั้น แสงไฟสปอร์ตไลท์ดวงใหญ่จากรถกระบะสีดำคันหนึ่งที่แล่นเข้ามาจากทางเข้าเขตก่อสร้างก็สาดเข้าใส่พวกเขาเต็มๆ รินรดาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยกกล้องขึ้นเล็งไปที่รถคันนั้นด้วยสัญชาตญาณ "นั่นไม่ใช่รถของพวกคนงาน" ธนินพึมพำ เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "ผมบอกให้พวกเขามาแค่วันพุธ... ไม่ใช่คืนนี้" รินรดาหันมามองเขา ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่แฝงอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ เธอเห็นเงาคนเดินลงมาจากรถคันนั้น พร้อมกับอะไรบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟในมือ "ธนิน... ใครสั่งให้พวกมันมาเก็บกวาดงานในคืนนี้?" เธอถาม เสียงของเธอเริ่มสั่น ธนินไม่ได้ตอบ แต่เขาคว้าแขนของเธอแล้วดึงให้หลบหลังเสาเข็มที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายฉกรรจ์สามคนเดินย่ำเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงโลหะเสียดสีกับพื้นปูน ชายคนหนึ่งที่นำหน้ามาหยุดลงตรงหน้ากองขยะ เขาก้มลงหยิบเอกสารบางอย่างที่ปลิวออกมาจากรถสิบล้อที่จอดอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมาทางเสาเข็มที่พวกเขาทั้งสองคนหลบอยู่ราวกับรู้ตัวมาตลอด "ไม่คิดว่าจะมีหนูสกปรกสองตัวอยู่ในนี้หรอกนะ" เสียงทุ้มแหบพร่าของชายคนนั้นดังขึ้น พร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนที่ชัดเจนเสียจนหัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้น ธนินกำมือแน่น แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความดุดันของสัตว์ป่าที่จนตรอก เขาหันไปสบตารินรดา ก่อนจะกระซิบเบาๆ ราวกับคำสาปแช่ง "ถ้าไม่อยากตายที่นี่ ก็เลิกถ่ายภาพ แล้วภาวนาให้พระเจ้าของคุณใจดีกับเราในคืนนี้เถอะครับ" เขาหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือตลับข้อมูลขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในนาฬิกาข้อมือของเขาเอง ก่อนจะยัดมันใส่มือเธอพร้อมดันหลังให้เธอวิ่งไปทางทางออกด้านหลังที่มืดสนิท "วิ่ง! แล้วอย่าหันกลับมามอง ไม่ว่าคุณจะได้ยินอะไรก็ตาม!" ท่ามกลางความโกลาหลนั้น รินรดาชำเลืองมองภาพที่ปรากฏบนจอ LCD ของกล้องที่ค้างอยู่ เธอพบว่าใบหน้าที่ปรากฏในภาพที่เธอเพิ่งถ่ายได้เมื่อครู่ ไม่ใช่ผู้รับเหมาทั่วไป แต่เป็นบุคคลที่เธอรู้จักดี... เป็นคนที่เธอเพิ่งสัมภาษณ์สดเมื่อเช้านี้บนหน้าหนังสือพิมพ์ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยความลับนี้ไปกับผมนะครับ คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับเมืองที่กำลังพังทลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%