กลิ่นอานิโคตินจางๆ ผสมผสานกับความชื้นของดินเหนียวหลังฝนตก คือบรรยากาศที่ธนินคุ้นเคยดี มากกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนตัวหญิงสาวคนไหนในค่ำคืนนี้
ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการถือดินสอเขียนแบบมานับทศวรรษ เคาะเบาๆ ลงบนม้วนกระดาษไขสีเหลืองนวลที่แผ่หลาอยู่บนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ แสงไฟนีออนสีส้มจากไซต์งานก่อสร้างสาดส่องผ่านโครงสร้างเหล็กเปลือยเปล่าของอาคารพาณิชย์ละแวกนั้น ทอดเงายาวทับถมลงบนแผนผังโครงการ ‘The Horizon Prestige’ คอนโดมิเนียมหรูระดับ Super Luxury สูงสามสิบแปดชั้น มูลค่าโครงการร่วมสี่พันล้านบาทที่กำลังจะพลิกโฉมหน้าตาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา—หรืออาจจะฝังกลบอนาคตของใครหลายคนลงไปพร้อมกัน
“ตัวเลขแรงเฉือนของดินชั้นที่สาม ไม่ตรงกับรายงานการเจาะสำรวจหน้างานครับคุณธนิน”
เสียงทุ้มต่ำของวิศวกรควบคุมงานหนุ่มใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยความลังเล มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาเล็กน้อย แม้เขาจะผ่านงานก่อสร้างมาโชกโชน แต่เขารู้ดีว่าการทักท้วงสถาปนิกและกลุ่มทุนเบื้องหลังโครงการระดับนี้ มีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน
ธนินยังไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงใช้ดินสอ 2B ลากเส้นทับแนวคานรับน้ำหนักบนแปลนชั้นใต้ดิน ซ้ำไปซ้ำมาจนกระดาษเกือบทะลุ เสียงไส้ดินสอขูดขีดกับเนื้อกระดาษดังครืดคราดในความเงียบสงบของสำนักงานชั่วคราว
“คุณกำลังบอกผมว่า ชั้นดินเหนียวอ่อนนิ่มหนาตัวกว่าที่การประเมินทางธรณีวิทยาเคยระบุไว้ใช่ไหมครับ คุณวิชิต” ธนินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก
“ยิ่งกว่านั้นครับ... ผลการทดสอบล่าสุดบ่งชี้ว่า ชั้นหินฐานรากด้านล่างมีความลาดเอียงผิดปกติ และที่น่ากลัวที่สุดคือ น้ำใต้ดินมีการเคลื่อนตัวเร็วกว่าเดิมเกือบสามเท่า หากเราตอกเสาเข็มลงไปตามแบบเดิมโดยไม่ปรับฐานรากใหม่ แรงดันน้ำและสภาพดินที่อ่อนยวบ อาจทำให้โครงสร้างทั้งหมดเกิดการทรุดตัวแบบวิบัติ (Progressive Collapse) ได้ภายในระยะเวลาไม่ถึงห้าปีหลังจากสร้างเสร็จครับ”
ธนินวางดินสอลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เขาเงยหน้าขึ้นสบตากระวนกระวายของวิศวกรหนุ่ม แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความเหนื่อยล้า แต่แฝงไว้ด้วยความนิ่งงันที่อ่านยาก
วงการนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความจริง แต่มันขับเคลื่อนด้วย ‘เวลา’ และ ‘งบประมาณ’
“คุณคิดว่าท่านประธานสุธี จะยอมควักกระเป๋าเพิ่มอีกสักสามร้อยล้าน เพื่อตอกเสาเข็มเจาะลงลึกไปอีกยี่สิบเมตร และรื้อแบบแปลนฐานรากที่เพิ่งอนุมัติไปเมื่อสัปดาห์ก่อนไหมล่ะครับ” ธนินย้อนถามด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มของคนที่เห็นตึกสวยๆ ถูกสร้างบนซากปรักหักพังทางจริยธรรมมานักต่อนัก
“แต่ถ้างบไม่เพิ่ม... ตึกนี้จะถล่มลงมาทับคนบริสุทธิ์นะครับ!” วิชิตขึ้นเสียงด้วยความอึดอัด
“โลกใบนี้ไม่ได้พังทลายลงมาเพราะตึกถล่มหรอกครับคุณวิชิต แต่มันพังเพราะคนเรามักจะมองข้ามความจริงที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเสมอ” ธนินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีเทาเข้มยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการทำงานข้ามคืน เขาเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองออกไปRยังหลุมฐานรากกว้างใหญ่เบื้องล่าง รถแม็คโครขนาดใหญ่ยังคงทำงานแข่งกับเวลา ท่ามกลางสายหมอกจางๆ ของยามดึก
ในฐานะสถาปนิก ธนินออกแบบตึกให้สูงเสียดฟ้าเพื่อตอบสนองความโลภของมนุษย์ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เขากลับเกลียดชังความเปราะบางของโครงสร้างสังคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหรูหราเหล่านี้เหลือเกิน งานนี้คือตั๋วใบสำคัญที่จะพาเขากลับสู่จุดสูงสุดในวงการ เป็นโปรเจกต์ที่เขาใช้เวลาค่อนชีวิตไขว่คว้ามา แต่ตอนนี้ พิมพ์เขียวที่อยู่ตรงหน้ากลับกลายเป็นอาวุธสังหารหมู่ที่รอวันลั่นไก
ขณะที่ธนินกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างอุดมการณ์กับเช็คเงินสดก้อนโตบนโต๊ะทำงาน เสียงเคาะประตูก็จังหวะดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาต
ร่างเพรียวบางในชุดสูทลำลองกางเกงขายาว ท่าทางทะัดทัดรัดก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกลิ่นฝนปะทะเข้ากับจมูก ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองแปลนบนโต๊ะก่อนจะหยุดที่ใบหน้าของธนิน มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเป็นมิตร แต่เต็มไปด้วยความท้าทาย
“พิมพ์เขียวสวยดีนี่คะคุณธนิน... เสียดายอย่างเดียว สร้างเสร็จเมื่อไหร่ คงต้องรีบทำประกันชีวิตให้ผู้ซื้อห้องชุดทุกคนล่วงหน้า”
ธนินหรี่ตามองผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ รินรดา นักข่าวสาวอิสระที่ตามกัดไม่ปล่อยเรื่องการฮั้วประมูลและการทุจริตโครงสร้างพื้นฐาน เธอยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางกองกระดาษแบบแปลน พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือที่ธนินรู้ทันทีว่า มันคือระเบิดเวลาที่จะทำลายล้างทุกสิ่งที่เขากำลังสร้างขึ้น
“คุณเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างส่วนบุคคลได้อย่างไรครับ คุณรินรดา” ธนินเอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตาสะท้อนความระแวดระวังอย่างเต็มพิกัด
รินรดาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางแฟ้มเอกสารกระแทកกล่องกระดาษไขเสียงดังป้าบ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
“ฉันไม่ได้แค่เดินเข้ามานะคะคุณธนิน... แต่ฉันเพิ่งเอาน้ำยาเคมีตัวอย่างดินจากหลุมที่คุณพยายามปกปิด ไปให้ห้องแล็บอิสระตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว” เธอยิ้มเยาะ “และผลลัพธ์มันก็น่าสนใจมากเสียด้วย... สนใจไหมคะ ว่าทำไมดินใต้ตึกหรูของคุณ ถึงมีสภาพเหมือนโคลนดูดที่พร้อมจะกลืนกินคนทั้งเมืองได้ภายในพริบตาเดียว?”
ธนินนิ่งเงียบ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเขารู้ตัวว่า เกมที่เขาพยายามเล่นหลบหลีกมาตลอดชีวิต ได้จบลงแล้ว และคู่ต่อสู้คนนี้... ฉลาดและอันตรายกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก
————————————
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นแรกนี้ไปกับผมนะครับ
สถาปนิกสีเทากับเมืองที่กำลังพังทลาย•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวที่ไม่ควรสร้าง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับเมืองที่กำลังพังทลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
