เสียงโลหะขุดคุ้ยดินแห้งผากดังครูดคราด ท่ามกลางความเงียบงันของเขตพื้นที่หวงห้ามหลังคฤหาสน์ตระกูลคินน์ กลิ่นอับชื้นของดินโคลนผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศยามวิกาล รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อขับไล่ความหนเหน็บที่เกาะกุมแผ่นหลัง ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าใบเปื้อนคราบดินกำลังบรรจงปัดเศษดินออกจากวัตถุโบราณทรงกระบอกที่ฝังลึกอยู่ใต้ชั้นดินมานานนับร้อยปี
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสฉายแววตื่นตะลึงระคนหวาดระแวง ประวัติศาสตร์ที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผืนดินแห่งนี้ช่างเย้ายวนและอันตรายในคราวเดียวกัน รินรดารู้ดีว่าเธอกำลังเหยียบย่ำอยู่บนเขตอธิปไตยของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่ความหลงใหลในฐานะนักโบราณคดีและภารกิจลับที่ธันวาว่าจ้างมา ทำให้เธอยอมเอาอนาคตทั้งชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้าย
โบราณวัตถุชิ้นนั้นสะท้อนแสงไฟฉายคาดหัววับวาม มันคือกระบอกสำริดโบราณสลักลวดลายอสูรกายดุร้าย รอบตัวมีอักขระโบราณที่ไม่คุ้นตา หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น มือบางเอื้อมไปหมายจะหยิบมันขึ้นมาจากหลุมขุดค้น แต่ทว่า...
"คิดจะขโมยสมบัติของตระกูลฉัน งั้นหรือครับ... คุณนักโบราณคดีคนสวย"
เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอนิ่งงันราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน กลิ่นอายอันตรายที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาใกล้ ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
คินน์ก้าวเท้าเข้ามาในแสงไฟฉาย ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังตระครุบเหยื่อ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับแต่เปื้อนฝุ่นดินเล็กน้อยไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามลดลงเลยแม้แต่น้อย เขาก้มลงมองโบราณวัตถุในหลุมดินสลับกับใบซีดเผือดของหญิงสาว มุมปากหยักลึกยกยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน
"คุณ... คุณคินน์" รินรดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามตั้งสติแล้วเงמוสบตาคมคู่นั้น "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขโมย ฉันแค่..."
"แค่บุกรุกพื้นที่ส่วนตัว ลักลอบขุดค้นโบราณวัตถุโดยไม่ได้รับอนุญาต และกำลังจะขนย้ายทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลออกไปจากอาณาเขตของผม" คินน์พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าการตะคอก เขาย่อตัวลงช้าๆ จนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับแก้มเนียน รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาลจากตัวเขา
"ฉันเป็นนักวิจัย..."
"คุณเป็นหนูที่หลงเข้ามาในกรงเสือต่างหาก" คินน์เอ่ยเสียงพร่า มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น แรงบีบเพียงน้อยนิดแต่ทรงพลังทำให้รินรดานิหน้าด้วยความเจ็บ เธพยายามขัดขืนแต่ก็ไร้ประโยชน์ แรงของมาเฟียหนุ่มเหนือกว่าเธอทุกประตู
คินน์ใช้มืออีกข้างหยิบกระบอกสำริดขึ้นมาพิจารณาครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนมันทิ้งไปด้านหลังอย่างไร้เยื่อใย เสียงกระบอกสำริดกระทบพื้นดินดังทึบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่รินรดาสนใจอีกต่อไปแล้ว เมื่อดวงตาดุร้ายคู่นั้นหันกลับมาโฟกัสที่ตัวเธอเต็มๆ
"ของพวกนั้นมันไร้ค่า... เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมกำลังสนใจในตอนนี้"
รินรดาใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับผนังดินของหลุมขุดค้น คินน์ใช้วงแขนแข็งแกร่งกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขยับหนีไปไหน ร่างกายแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"คุณคินน์ ปล่อยฉันนะ!" รินรดาพยายามผลักอกแกร่งออก แต่เขากลับยิ่งโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอแค่เพียงลมหายใจกั้น สายตาของเขาไม่ใช่สายตาของคนที่กำลังโกรธเกรี้ยว แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังสำรวจเหยื่ออันโอชะ
"ดื้อด้าน... สวย... และกล้าหาญจนน่าเอาชนะ" คินน์กระซิบเสียงต่ำพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกจากแรงดึงดูดทางเพศอันตรายที่เธอปฏิเสธไม่ได้
"ฉันมาที่นี่ตามหน้าที่..."
"หน้าที่งั้นเหรอ?" คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สั่นสะทั้นไปถึงขั้วหัวใจ นิ้วมือหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่เคลียคลออยู่ข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ สัมผัสหยาบกร้านแต่นุ่มนวลนั้นทำให้รินรดาเผลอกลั้นหายใจ "บอกผมมาสิ... ว่าธันวาสั่งให้คุณมาหา ‘สมบัติ’ ชิ้นไหนกันแน่... ระหว่างโบราณวัตถุล้ำค่าชิ้นนั้น... หรือว่าตัวผมกันแน่ที่มันอยากได้?"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ธันวา! เขาคือนักธุรกิจคู่แข่งที่จ้างเธอมา แต่คินน์กลับล่วงรู้แผนการนี้ตั้งแต่แรกแล้วอย่างนั้นหรือ? หญิงสาวหน้าซีดเผือก เม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา
คินน์เห็นอาการนิ่งเงียบนั้น รอยยิ้มร้ายกาจจึงผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองสบตาเขาตรงๆ แววตาดุดันและเต็มไปด้วยความเร่าร้อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
"ในเมื่อคุณกล้าพอที่จะก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของผม รินรดา..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มคุกกรุ่น "คุณก็ต้องเตรียมตัวรับผลของการกระทำ... ที่คุณไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต"
ริมฝีปากหนาโน้มลงมาทาบทับเรียวปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และเอาแต่ใจพรั่งพรูเข้ามาพร้อมกับรสจูบที่บดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี รินรดาสะท้านเฮือก มือเล็กพยายามทุบตีอกแกร่งแต่ก็ถูกมือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
รสจูบทั้งลึกซึ้งและดุดันจนลมหายใจของเธอดับวูบ ความหอมหวานผสมผสานกับความตึงเครียดหลอมรวมกันจนสมองของรินรดาขาวโพลน เธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับซาตานร้ายในคราบสุภาพบุรุษผู้นี้อย่างราบคาบ
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนระอุและสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่กำลังครอบงำ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังแทรกขึ้นจากความมืดภายนอกเขตหวงห้าม พร้อมกับลำแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่
"คุณคินน์ครับ! สายสืบรายงานว่าคนของธันวากำลังบุกเข้ามาทางประตูด้านหลัง..."
เสียงตะโกนรายงานจากบอดี้การ์ดคนสนิทหยุดชะงักลงทันที เมื่อแสงไฟสาดส่องเข้ามาพบเจ้านายของตนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับนักโบราณคดีสาวในหลุมขุดค้น คินน์ผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังลูกน้องด้วยแววตาหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่หอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว
คินน์โน้มใบกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่ากระเส่าที่ทำให้รินรดารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ
"เกมของเราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น รินรดา... คืนนี้ คุณไม่รอดเงื้อมมือผมแน่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะครับ
ดิบเถื่อนในกรงอาคม•ตอนที่ 1
สมบัติในชั้นดิน
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนในกรงอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!