เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก•ตอนที่ 11

แผนการร้ายในงานฉลอง

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
สุราหมื่นลี้หนึ่งจอก... หากมิใช่ดื่มเพื่ออำลา ย่อมเป็นดื่มเพื่อสังหาร จอกจادหยกขาวสลักลายมังกรพ่นไฟถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมด้วยแรงที่หนักหน่วงเกินพอดี เสียงกระทบดัง *กริ๊ง* กังวานบาดแก้วหู ท่ามกลางเสียงบรรเลงพิณเจ็ดสายที่กำลังโหยหวนขับกล่อมบรรยากาศในท้องพระโรงใหญ่ของสำนักกระบี่สวรรค์ งานฉลองครบรอบร้อยปีการก่อตั้งสำนักยิ่งใหญ่ตระการตา โคมไฟวิเศษนับพันดวงทอแสงสีนวลตาขับเน้นให้เหล่าเซียนผู้บรรลุวิถีปราณต่างแต่งกายด้วยชุดแพรพรรณปักดิ้นทองนั่งเรียงรายเป็นระเบียบ ทว่าความรื่นเริงเหล่านี้ สำหรับหลี่มู่เฉินแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับงานเลี้ยงบนปากเหวที่รายล้อมด้วยฝูงอสรพิษ "มู่เฉิน... ท่านดูระแวดระวังเกินไปแล้วกระมัง" เสียงหวานดั่งหยกกระทบกันเอ่ยขึ้นเบาๆ ข้างกาย เซียนจื่อเวยในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งเกล็ดหิมะ นั่งพับเพียบเรียบร้อย นางรินสุราใสสะอาดลงในจอกให้ชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล ใบหน้างามล้ำเลิศที่มักเย็นชาต่อสรรพสิ่ง ปรากฏร่องรอยความกังวลจางๆ ในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนเงาของเขา หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำ เขาปรายตามองจอกสุราตรงหน้า ปราณจิตวิญญาณอันคมกริบดั่งคมกระบี่ของเขาแผ่ขยายออกไปเงียบๆ ตรวจจับความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวธารแห่งความเงียบสงบ กลิ่น... กลิ่นอายจางๆ ของ "ผงสลายวิญญาณไร้ลักษณ์" มันไม่ใช่พิษที่จะพรากชีวิตในทันที แต่เป็นโอสถพิษที่แนบเนียนยิ่ง มันจะซึมซาบเข้าสู่จุดตันTian (ตันเถียน) กัดกินเส้นชีพจรปราณทีละน้อย จนกระทั่งผู้ฝึกตนพยายามโคจรพลังในยามคับขัน ร่างกายจะระเบิดออกเป็นจุลจากภายในอย่างไร้ทางหนีทีไล่ "หึ..." หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปยังประมุขสำนักกระบี่สวรรค์ 'เฟิงเทียนJian' ที่กำลังยกจอกขึ้นคารวะเหล่าแขกเหรื่อด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา "คนเรามักซ่อนความชั่วช้าไว้ใต้รอยยิ้มที่กว้างที่สุดเสมอ จื่อเวย... อย่าได้แตะต้องสุราในงานนี้เป็นอันขาด" เซียนจื่อเวยชะงักมือน้อยๆ ที่กำลังจะหยิบจอก นางพยักหน้ารับอย่างเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องถามเหตุผล ความเชื่อใจที่นางมีต่อหลี่มู่เฉินนั้นลึกล้ำยิ่งกว่ามหาสมุทรเซียน ทันใดนั้น เสียงหัวเราะก้องกังวานก็ดังขึ้นกลบเสียงพิณ "ฮ่าๆๆ! วันนี้เป็นวันมงคลยิ่งนัก สำนักกระบี่สวรรค์ของเราได้รับเกียรติจากมหาเทพหลี่ผู้เยือกเย็นและองค์หญิงจื่อเวยมาร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อเป็นการกระชับไมตรี ข้าขอเสนอให้มีการแสดง 'ระบำกระบี่บุปผาโลหิต' เป็นการพิเศษ!" เฟิงเทียนเจียนผุดลุกขึ้นยืน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูฝืนใจและเปี่ยมด้วยเลศนัยอย่างปิดไม่มิด สิ้นคำสั่งของประมุข เหล่าศิษย์เอกนับสิบคนในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโถง แต่ละคนถือกระบี่ที่อาบไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น บรรยากาศภายในงานเปลี่ยนจากชื่นมื่นเป็นหนาวเหน็บจนน่าสะพรึงกลัวในพริบตา "ระบำกระบี่เช่นนั้นรึ?" หลี่มู่เฉินยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ เขายกจอกสุราขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย (โดยหลีกเลี่ยงส่วนที่มีพิษอย่างแนบเนียน) ก่อนจะปรายตามองกระบี่ในมือของมือสังหารที่เดินเข้ามาล้อมรอบโต๊ะของพวกเขา "เกรงว่านี่คงไม่ใช่การแสดงเพื่อความบันเทิงกระมัง ประมุขเฟิง... ท่านกำลังเชิญยักษ์มารเข้าบ้านตัวเองรู้ตัวหรือไม่" สีหน้าของเฟิงเทียนเจียนกระตุกวูบ รอยยิ้มเสแสร้งหายวับไปกับตา กลายเป็นความเหี้ยมเกรียมอำมหิต "หลี่มู่เฉิน! เจ้าช่างบังอาจนัก แม้เจ้าจะมีชื่อเสียงก้องกัลป์ แต่ในเขตอาคม 'ร้อยกระบี่สะท้านภพ' นี้ ปราณเซียนของเจ้าจะถูกกดทับลงเหลือเพียงสามส่วน! วันนี้... คือวันตายของเจ้าที่จะกลายเป็นศิลาลับกระบี่ของข้า!" สิ้นเสียงคำรามของเฟิงเทียนเจียน อักขระสีแดงฉานนับพันสายก็ผุดขึ้นจากพื้นศิลาทั่วทั้งท้องพระโรง แสงสีเลือดพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานกลายเป็นกรงข่ายพลังมารที่ปิดตายทุกเส้นทางหนี เหล่าแขกเหรื่อในงานต่างพากันกรีดร้องและแตกตื่นถอยร่นไปติดผนัง เซียนจื่อเวยขมวดคิ้วมุ่น ปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์แผ่พุ่งออกจากร่างเพื่อต้านทานแรงกดดันจากอาคม นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่หิมะนิลกาฬก็ปรากฏขึ้นในมือ รังสีความเย็นเยียบแผ่ซ่านจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "มู่เฉิน... พวกมันเตรียมการมาอย่างดี" "เตรียมการดีแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ฝุ่นผงใต้คมกระบี่อยู่ดี" หลี่มู่เฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งแผ่ไอสังหารที่เยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความดูแคลนต่อความโง่เขลาของมนุษย์ที่กล้าท้าทายสวรรค์ มือหนายื่นไปกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอว ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะชักกระบี่ออกจากฝักนั้นเอง *เปรี้ยง!* ม่านพลังด้านนอกห้องโถงถูกกระชากขาดวิ่นด้วยหมัดเดียว ร่างของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ที่ควรจะนั่งอยู่หน้าประตู กลับถูกซัดกระเด็นทะลุผนังเข้ามานอนกระอักเลือดอยู่แทบเท้าของหลี่มู่เฉิน ลมหายใจรวยรินดั่งเทียนยاميลม ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมท้องพระโรงในทันที ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เฟิงเทียนเจียนหน้าถอดสีเพราะนั่นคือไพ่ตายใบสุดท้ายของเขา เงาร่างหนึ่งก้าวเดินผ่านกลุ่มควันและซากปรักหักพังเข้ามาอย่างเชื่องช้า สตรีในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายดอกอัคคีเพลิง ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกั้นด้วยหน้ากากเงินสลักลายอสูร แต่นัยน์ตากลับทอประกายคุ้นเคยอย่างประหลาด นางกวาดสายตามองหลี่มู่เฉินด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้หลี่มู่เฉินต้องชะงักงันเป็นครั้งแรก "มู่เฉินพี่ชาย... ข้าบอกท่านแล้วว่า หนี้โลหิตครั้งนั้น... ท่านไม่มีวันหนีพ้น" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ดินแดนเซียนร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%