"ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะมันช่างพอดีเสียจนน่าประหลาด ราวกับถูกคำนวณเวลาไว้โดยเบื้องบน เพื่อตัดขาดประโยคสารภาพบาปที่มินตรากำลังจะหลุดปากออกมา รินลดาชะืองักปลายนิ้วที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบ ดวงตาคู่คมที่ซ่อนความเยือกเย็นไว้ภายใต้แพขนตางอนงามไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม
รินลดาป้องปากแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้พิษเคลือบน้ำผึ้ง ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ หล่อนช้อนตาขึ้นมองพี่สาวต่างสายเลือดที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา สัญชาตญาณของนักล่าบอกหล่อนทันทีว่า... ปลาตัวใหญ่กำลังจะติดเบ็ด หรือไม่ก็มีผู้เล่นหน้าใหม่ก้าวเข้ามาในสนามกระดานนี้แล้ว
"ดูท่าทางพี่มินตราจะตกใจเสียจนทำอะไรไม่ถูกเลยนะคะ" รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังไถ่ถามเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่ากลับกดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ทั่วท้อง "แขกผู้มีเกียรติท่านใดกันหนอ ถึงได้มาเยือนเรือนของเราในยามวิกาลเช่นนี้... หรือว่าจะเป็นข่าวดีเรื่องพิกัดที่พี่กำลังจะบอกดิฉันพอดีคะ?"
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมทั้งที่อากาศในห้องไม่ได้ร้อนอบอ้าวแม้แต่น้อย มือเรียวที่เคยหยิบจับสิ่งใดก็สง่างามบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อย หล่อนพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความพิรุธ ทว่าความหวาดระแวงในแววตานั้นไม่สามารถรอดพ้นสายตาของรินลดาไปได้
"คะ... คงจะเป็นบ่าวไพร่ยกสำรับมั้งจ๊ะ รินลดา เจ้าก็รู้ว่าช่วงนี้เรือนเราวุ่นวาย" มินตราแก้ตัวเสียงสั่น พยายามบังคับให้ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นสู้ แต่ช่างน่าสมเพชเสียจริง รอยยิ้มนั้นบิดเบี้ยวจนดูคล้ายคนกำลังจะร้องไห้มากกว่า
"บ่าวไพร่ที่ไหนกันคะ ถึงกล้าเคาะประตูห้องรับรองพิเศษในยามที่ดิฉันกำลังสนทนากับพี่สาวตามลำพัง... ไร้มารยาทเสียจริง เดี๋ยวรินลดาจะออกไปอบรมสั่งสอนให้เองค่ะ"
พูดจบ รินลดาก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทักท้วง หล่อนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ชายผ้าซิ่นไหมไทยเนื้อดีทิ้งตัวลงตามสัดส่วน ท่วงท่าการเดินนิ่มนวลราวกับแมวป่าที่กำลังย่างก้าวเข้าหาเหยื่อ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดขี่ข่มเหงผู้คนรอบข้างให้ต้องยอมสยบ มินตราทำท่าจะลุกขึ้นตาม ทว่ารินลดาเพียงแค่ปรายตามองด้วยหางตา รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ส่งไปให้นั้นเยือกเย็นเสียจนมินตราต้องทรุดตัวกลับลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิมราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตรา
"นั่งพักผ่อนให้สบายเถอะค่ะพี่มินตรา เรื่องนี้... ให้ดิฉันจัดการเองดีกว่านะคะ"
แอด...
เสียงบานประตูไม้สักแกะสลักถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งที่ยืนรออยู่เบื้องหน้า แสงไฟจากโคมระย้าด้านในทอดเงายาวทับร่างนั้นจนเกือบมิด แต่นั่นก็เพียงพอ1000 ที่จะทำให้รินลดาต้องหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ... ไม่ใช่บ่าวไพร่ ไม่ใช่คนรับใช้ และไม่ใช่ทหารยามอย่างที่มินตรากล่าวอ้าง
ทว่ากลับเป็น คุณหลวงธนา—ชายหนุ่มผู้กุมความลับและคอยสนับสนุนหล่อนจากเงามืด ผู้ซึ่งในยามนี้ บนใบหน้าคมคายกลับปรากฏรอยแผลสดใหม่และคราบเลือดจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบของเขาส่อแววร้อนรนอย่างที่รินลดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"คุณหลวง..." รินลดาอุทานเบาๆ หล่อนรีบก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเปิดทาง พร้อมกับกวาดสายตามองสำรวจรอบกายเขาอย่างรวดเร็ว "เกิดอะไรขึ้นเพคะ ทำไมท่านถึงอยู่ในสภาพนี้ และรู้ได้อย่างไรว่าดิฉันอยู่ที่นี่?"
คุณหลวงธนาไม่ตอบคำถามในทันที ชายหนุ่มก้าวล่วงล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รออนุญาต สายตาคมกวาดมองข้ามหัวรินลดาไปสบเข้ากับมินตราที่นั่งตัวสั่นงกอยู่บนเก้าอี้ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเหยียดหยามอย่างน่ากลัว ก่อนที่เขาจะหันมาสบตากับรินลดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
"เราไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมประสานงากันอีกแล้ว แม่ริน..." คุณหลวงธนากล่าวด้วยเสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเร่งรีบ "แผนการทั้งหมดถูกเปิดโปงแล้ว... และคนที่นำทหารหลวงมาปิดล้อมเรือนหลังนี้ในอีกไม่ถึงสี่นาทีข้างหน้า ก็คือคนใกล้ตัวที่สุดของพวกเราเอง"
รินลดาชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลัง สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ "ใครคะ?" หล่อนเค้นเสียงถาม แม้ในใจจะเริ่มคาดเดาคำตอบได้ลางๆ แล้วก็ตาม
คุณหลวงธนาไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวของรินลดาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้ผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดง ทว่ารินลดากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ความตื่นตระหนกกำลังกัดกินหัวใจหล่อนทีละน้อย
"คนที่ขายข่าวให้พวกมัน... คือคนที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้อย่างไรล่ะ แม่ริน..."
สิ้นคำกล่าวของคุณหลวงธนา รินลดาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หล่อนค่อยๆ หันกลับไปมองมินตราที่บัดนี้เลิกแสร้งทำเป็นหวาดกลัวแล้ว บนใบหน้าของพี่สาวต่างสายเลือดปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมชนิดที่รินลดาไม่เคยเห็นมาก่อน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสะใจและชัยชนะชั่วคราว ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่จะดังขึ้นก้องกังวานจากบริเวณทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของรินลดาเย็นเฉียบ
"ล้อมเรือนไว้ทั้งหมด! อย่าให้ใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางล้างแค้นไปกับรินลดาใน "รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง" ตอนที่ 48 นี้นะคะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 48
บทที่ 48
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!