ทัณฑ์สวาทอดีตสวามี: อย่าหวังว่าข้าจะหันกลับไปมอง•ตอนที่ 3

น้ำค้างบนกลีบกุหลาบ

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
ความเงียบงันภายในห้องโถงรับรอง ณ จวนแม่ทัพใหญ่ หนักอึ้งเสียจนคล้ายอากาศธาตุรอบกายถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น รอยยิ้มเย็นเยียบที่แต้มอยู่บนมุมปากของลี่อิน ไม่ต่างอันใดกับคมมีดน้ำแข็งที่กรีดแทงลงกลางใจของจางหย่งอย่างไร้ความปรานี เขายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ราวกับถูกมนตราสาปให้กลายเป็นหินผา ดวงตาคมกริบของอดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกรทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรวนระคนกัน ทั้งความเจ็บปวดสำนึกผิด ความโหยหาที่กัดกินวิญญาณ และความตะลึงงันจนแทบสิ้นสติ ยามนี้ลี่อินไม่ได้เป็นเพียงสตรีผู้อ่อนแอที่เคยเอาแต่หลั่งน้ำตาอยู่หลังม่านมุ้งอย่างในอดีตอีกต่อไปแล้ว ความงามของนางในยอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายดอกเหมยวิบวับขับเน้นเรือนร่างอรชรให้โดดเด่นสะกดทุกสายตา เส้นผมดำขลับดั่งรัตติกาลถูกรวบขึ้นเป็นมวยประดับด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดใจจางหย่งจนแทบหยุดหายใจ กลับไม่ใช่เพียงความงดงามล่มเมืองที่ผลิบานขึ้นอย่างไร้ที่ติ หากแต่เป็น “รัศมี” อันสูงส่งและเย่อหยิ่งที่แผ่ออกมาจากตัวนาง—รัศมีที่ประกาศชัดว่านางไม่เคยแยแสต่อบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจนางอีกต่อไปแล้ว "เจ้า..." เสียงทุ้มต่ำของจางหย่งแหบพร่า เล็ดลอดไรฟันออกมาด้วยความยากลำบาก เขาก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ ราวกับคนละเมอ "ลี่อิน... เจ้าเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน" "เปลี่ยนไปหรือเพคะ?" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นชาดุจน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ลี่อินค่อยๆ เบนสายตาคมปลาบกลับมาสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว นางไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว กลับยืนหยัดอย่างสง่างาม ปล่อยให้กลิ่นหอมกรุ่นอวลไอของดอกกุหลาบป่าที่แต้มอยู่ตามผิวเนื้อกายสาวลอยไปแตะนาสิกของเขา "ท่านแม่ทัพคงคิดว่า หม่อมฉันควรจะยังคงเป็นสตรีโง่งงผู้เฝ้ารอคอยความเมตตาจากท่านในเรือนร้างหลังนั้นสินะเพคะ? น่าเสียดาย... ที่คนโง่คนนั้นได้ตายไปตั้งแต่คืนที่ท่านไล่ส่งนางออกจากจวนแห่งนี้ด้วยสายตารังเกียจแล้วล่ะค่ะ" ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นคมกริบยิ่งกว่าศรปักอก จางหย่งรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบขย้ำหัวใจของเขาจนแหลกเหลว ความผิดบาปที่เขาเคยกระทำย่ำยีหัวใจนางไหลบ่าเข้ามาในห้วงความคิดราวกับกระแสน้ำเชี่ยว เขาเคยปล่อยให้นางต้องโดดเดี่ยว เคยหันหลังให้ยามที่นางร้องขอความเห็นใจ และเคยผลักไสนางอย่างไร้เยื่อใยเพื่อไปพะเน้าพะนออยู่กับสตรีอื่น บัดนี้... กรรมตามสนองเขาอย่างสาสมแล้ว เมื่อเขากลับกลายเป็นฝ่ายที่ต้องคุกเข่าวิงวอนขอความเมตตาจากนาง "ข้าขอโทษ..." จางหย่งพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตชายชาตรี แววตาที่เคยดุดันและเย่อหยิ่งในยามออกศึกบัดนี้กลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด เขาขยับเข้ามาประชิดตัวนาง กลิ่นกายบุรุษอันคุ้นเคยและทรงเสน่ห์โชยเข้าปะทะความรู้สึก ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้เสียจนลี่อินสัมผัสได้ถึงความสั่นสะท้านที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา "ข้ามันโง่เขลา... ข้าตาบอดมืดมน ปล่อยให้เพชรแท้หลุดมือไป ข้าขอร้องลี่อิน... โปรดให้โอกาสข้าได้ไถ่บาป ได้โปรด..." จางหย่งเอื้อมมือหนาออกหมายจะแตะต้องเรียวแขนกลึงของนาง ทว่าลี่อินกลับเบี่ยงกายหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาอันเย็นชาและเด็ดเดี่ยวของนางทำให้ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มวับวาวด้วยไฟปรารถนาและแรงอารมณ์ที่พวยพุ่งขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความอดกลั้นของจางหย่งก็ขาดผึ่งลง เขากระชากร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างแรงด้วยความโหยหาที่สะสมมาแรมปี ลี่อินอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับแผงอกกว้างที่กำยำและเต็มไปด้วยมัดกล้ามของอดีตสวามี "ปล่อยหม่อมฉันนะ...!" นางพยายามขัดขืน ออกแรงผลักไสแผ่นอกของเขา ทว่าเรียวแรงของสตรีหรือจะสู้แรงของบุรุษผู้เป็นแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน "ไม่... ข้าจะไม่ปล่อยอีกแล้ว" จางหย่งกระซิบเสียงพร่ามัวชิดริมฝีปากอิ่มสวยที่เผยอค้างด้วยความตื่นตะลึง ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง ดวงตาของจางหย่งทอประกายลุ่มลึกยามจ้องมองริมฝีปากสีชาดที่สั่นระริก ความงามของลี่อินในยามนี้ เย้ายวนใจจนสติสัมปชัญญะทั้งหมดของเขาหลุดลอยไปสิ้น เขาลืมสิ้นทุกกฎเกณฑ์ ลืมสิ้นฐานะ และลืมแม้กระทั่งความละอายใจ ห้วงเวลาทั้งหมดถูกบีบอัดเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับความปรารถนาอันดิบเถื่อน ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี บดขยี้กลีบปากนุ่มของลี่อินอย่างเอาแต่ใจและโหยหา ในคราแรก ลี่อินพยายามเม้มปากแน่นและเบือนหน้าหนีความจาบจ้วงนั้น ทว่าจางหย่งกลับไม่ยอมแพ้ มือหนาข้างหนึ่งช้อนทายทัดล็อกท้ายทอยของนางไว้มั่น นิ้วเรียวสอดประสานเข้ากับเส้นผมดำขลับเพื่อบังคับให้อองเงยหน้ารับสัมผัส ส่วนมืออีกข้างโอบกระชับเอวคิ้วคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิทไร้ช่องว่าง สัมผัสอันวาบหวามและช่ำชองทำให้ความตั้งใจอันแข็งกร้าวของลี่อินเริ่มสั่นคลอน รสจูบที่ทั้งดุดันและเว้าวอน รุกเร้าและเอาแต่ใจของเขา ค่อยๆ ละลายกำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดีปลุกเร้าไฟพิศวาสที่นางพยายามกดทับไว้ในก้นบึ้งของหัวใจให้ตื่นขึ้นมาอีกครา เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงกว้าง ลี่อินเผยริมฝีปากออกด้วยความเคลิบเคลิ้มในยามที่ลิ้นร้อนล้ำลึกเข้ามาเกี่ยวพันตวัดตักตวงความหวานล้ำ รสสัมผัสที่หอมหวาน เจือด้วยความเจ็บปวดและโหยหา ทำให้หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตานางอย่างไม่รู้ตัว ร่างกายของนางร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่ลูบไล้ไปตามโค้งเว้าของเอวคอดผ่านเนื้อผ้าแพรบางเบา ทำให้สติของนางพร่าเลือน ลืมสิ้นซึ่งความแค้นเคือง ลืมสิ้นทุกความเจ็บช้ำในอดีต เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบแห่งความเสน่หาที่เรียกร้องหากันและกัน จางหย่งถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้ลี่อินได้หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบของเขาฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดเพลิงแห่งราคะและหยาดน้ำตาแห่งความรักที่เปี่ยมล้น เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมกรุ่นจากเรือนร่างของนางราวกับคนคลุ้มคลั่ง ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มผิวเนียนนุ่มจนเกิดรอยกุหลาบสีจาง ท่ามกลางเสียงครางฮือในลำคอของลี่อินที่ยอมจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อนและลึกซึ้งนี้อย่างหมดรูป นางแอ่นกายเข้าหาอ้อมกอดของเขาโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้มือหนาลูบไล้ปลุกเร้าสรีระอันอิ่มเอิบ จนความสุขสมทางอารมณ์พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างยากจะต้านทาน... ทว่า... ในวินาทีที่เปลวไฟแห่งความพิศวาสกำลังแผดเผาทั้งสองให้หลอมละลายเป็นร่างเดียวกันนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ของห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การระมัดระวัง พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วใสราวกระดิ่งเงินของเด็กน้อยวัยราวสามขวบดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน "ท่านแม่พะยะค่ะ! ท่านแม่บอกว่าจะพาข้าไปซื้อถังหูลู่ไม่ใช่หรือไร เหตุใดจึงมาหลบอยู่..." เสียงนั้นขาดหายไปในลำคอ เมื่อร่างเล็กป้อมในชุดคุณชายตัวน้อยหยุดชะงักฝีเท้าลง ดวงตากลมโตเป็นประกายใสดุจลูกแก้วคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความงุนงง ยามที่กวาดสายตามองเห็นภาพของแม่ทัพหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้เกรียงไกร กำลังกอดรัดมารดาของตนอยู่แนบชิด จางหย่งสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายแข็งทื่อค้างเติ่งอยู่ในท่าเดิม เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ หันขวับไปมองทางต้นเสียงด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดที่ฉายชัดเต็มสองตา และเมื่อภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อยคนนั้นสะท้อนเข้าสู่ดวงตาของจางหย่งอย่างเต็มตา หัวใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกรก็แทบหยุดเต้น—ใบหน้านั้น... ดวงตาคู่นั้น... และสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากตัวเขาอย่างไร้ที่ติ ราวกับส่องกระจกดูเงาของตนเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตสวามี: อย่าหวังว่าข้าจะหันกลับไปมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
น้ำค้างบนกลีบกุหลาบ — ทัณฑ์สวาทอดีตสวามี: อย่าหวังว่าข้าจะหันกลับไปมอง | yayni