ทัณฑ์สวาทอดีตสวามี: อย่าหวังว่าข้าจะหันกลับไปมอง•ตอนที่ 1

หิมะโปรยปราย ณ เรือนร้าง

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
เสียงแก้วคริスタルกระทบกันเบาๆ ในห้องโถงใหญ่ของจวนอัครเสนาบดี หาได้ระคายหูของ "จางหย่ง" แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองยืนนิ่งสนิท ราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ถูกละเลย ทว่าดวงตาคมกริบกลับกวาดมองไปทั่วงานเลี้ยงฉลองชัยชนะด้วยความเบื่อหน่าย สามปี... สามปีเต็มแล้วที่ความว่างเปล่ากัดกินหัวใจเขา นับตั้งแต่วันที่เขาขับไล่สตรีโง่เง่าไร้ค่าคนนั้นออกไปจากจวน โดยไม่เคยเหลียวแลแม้แต่นิดว่านางจะอยู่หรือตาย "ท่านแม่ทัพ วันนี้ท่านดูเหม่อลอยชอบกล หรือว่ากำลังคิดถึงอนุฮวาฮวาคนโปรดอยู่หรือเจ้าคะ?" เสียงหวานเยินยอของฮูหยินรองดังขึ้นพร้อมกับเรียวแขนเนียนที่เอื้อมมาคล้องแขนเขาอย่างถือวิสาสะ จางหย่งปรายตามองนางเพียงนิด ความรู้สึกสะอิดสะเอียนตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างประหลาด เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าความอ่อนหวานและมารยาของสตรีพวกนี้คือน้ำทิพย์ชะโลมใจ แต่บัดนี้... เมื่อไม่มี "ลี่อิน" คอยอยู่เงียบๆ ในมุมมืดของเรือนเพื่อรอคอยเขา กลับกลายเป็นว่าความเงียบงันนั้นกลายเป็นโซ่ตรวนที่พัน30ธนาการวิญญาณเขาให้จมดิ่งลงสู่ห้วงนรกแห่งความสำนึกผิด "ถอยไป" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อiนเอ่ยอย่างเย็นชาจนฮูหยินรองหน้าเสีย ถอยร่นออกไปโดยไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ ทันใดนั้น บรรยากาศอึกทึกครึกโครมภายในห้องโถงก็พลันเงียบสงบลงราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา เสียงฝีเท้าก้าวขึ้นมาบนบันไดหินอ่อนช้าๆ ทว่ามั่น and ทรงพลัง กลิ่นหอมเย็นยะเยือกของดอกเหมยขาวผสมผสานกับกลิ่นอายความร่ำรวยและอำนาจล้นพ้นโชยมาปะทะนาสิกของทุกคน ประดุจลมหนาวที่พัดพาเอาความอบอุ่นทั้งหมดออกไปจากห้อง ทุกสายตาภายในงานหันขวับไปมองยังประตูทางเข้าเป็นตาเดียว ร่างของสตรีในชุดผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีแดงสดตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบชั้นดีก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม เรือนร่างอ้อนแอ้นแต่ซ่อนไว้ด้วยความเย่อหยิ่งทระนง เส้นผมสีดำสนิทถูกเกล้าขึ้นประดับด้วยปิ่นหยกเลือดมังกรล้ำค่าที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทว่าสิ่งที่ตรึงตราตรึงใจผู้คนมากที่สุดคือ "ใบหน้า" นั้น... ใบหน้าที่งดงามล่มเมือง แต่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความอ่อนโยน มีเพียงดวงตากลมโตคู่สวยที่เย็นชาและว่างเปล่าดุจผืนน้ำแข็งพันปี ลี่อิน... อภิมหาเศรษฐีนีปริศนาผู้ครอบครองกิจการการค้าครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากแดนไกลเพื่อกวาดซื้อหุ้นส่วนตระกูลใหญ่ในพริบตาเดียว จางหย่งรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระบาล ลมหายใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยหวาดกลัวต่อคมดาบใดในในสนามรบ กลับติดขัดขึ้นมาฉับพลัน สมองขาวโพลน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ ภาพของภรรยาหลวงผู้ผอมแห้ง ซูบซีด และเอาแต่ร้องไห้อ้อนวอนเขาในอดีตซ้อนทับกับสตรีผู้สูงศักดิ์ เบื้องหน้า ทว่ามันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว! นี่... คือลี่อินคนเดียวกับที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไม่ใยดีคนนั้นจริงหรือ? นางกวาดสายตาคมปลาบมองผ่านเขาไป ราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตน ไม่มีแม้กระทั่งความโกรธเกลียด หรือความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความเฉยชาที่บาดลึกยิ่งกว่าการถูกกรีดด้วยมีดนับพันเล่ม จางหย่งทนไม่ไหวอีกต่อไป สัญชาตญาณดิบเถื่อนสั่งให้เขารุดเข้าไปหา ร่างสูงสาวเท้าฝ่าฝูงชนเข้าไปประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นกายหอมเย็นที่คุ้นเคยปลุกเร้าความเร่าร้อนในอดีตให้ปะทุขึ้นในอกอย่างบ้าคลั่ง มือหนาสั่นเทาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ "ลี่อิน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่า... เร็วกว่าที่ปลายนิ้วของเขาจะแตะโดนตัวนาง ปลายพัดหยกในมือบางก็สะบัดปัดออกอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นตวัดกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจของอดีตสวามีผู้ไร้หัวใจให้แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี "โปรดสำรวมด้วย ท่านแม่ทัพจาง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส เย็นชา และทรงอำนาจจนคนทั้งห้องต้องกลั้นหายใจ "ข้าจำไม่ได้ว่าเรามีความสนิทสนมกันถึงเพียงนี้... หรือท่านคิดจะลวนลามสตรีผู้สูงศักดิ์กลางงานเลี้ยงของเสนาบดีกันแน่?" คำพูดนั้นราวกับตบหน้าเขาฉาดใหญ่ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ จางหย่งหน้าชาดล เจ็บปวดเจียนตายจนแทบกระอักเลือดออกมาเป็นAสายตาที่นางมองเขา ไม่ใช่สายตาของภรรยาที่รอคอยการกลับมาอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของ "ผู้ล่า" ที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลาด้วยความสมเพชเวทนา ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่เคยถูกกดทับ ความโหยหาที่กัดกินวิญญาณ และความผิดบาปที่อัดแน่นอยู่ในอกตลอดสามปีระเบิดออกพร้อมกัน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพังทลายลงในพริบตา เมื่อสัญชาตญาณบอกเขาว่า... เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หลุดมือไปเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยชื่อเสียงหรือชีวิต เขาก็จะลากนางกลับมานอนกอดใต้ร่างของเขาให้จงได้! แต่ทว่า ในจังหวะที่จางหย่งกำลังจะเอ่ยคำร้องขออภัยและดึงรั้งร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องโถงก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยวัยราวสามขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาในงาน "ท่านแม่ขอรับ! ท่านแม่ซื้อขนมให้ข้ากินหน่อย..." เด็กน้อยหยุดยืนอยู่ข้างกายลี่อิน ใบจิ้มลิ้มนั้นถอดแบบมาจากโครงหน้าของจางหย่งอย่างไร้ที่ติ ราวกับสลักขึ้นมาจากพิมพ์เดียวกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมายังท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ด้วยความไร้เดียงสา จางหย่งผงะถอยหลังไปสามก้าว ราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่อกซ้าย ลมหายใจสะดุดกึก ภาพทุกอย่างตรงหน้าหมุนคว้าง เมื่อสมองประมวลผลได้ว่า... เด็กชายคนนี้มีอายุไล่เลี่ยกับวันที่เขาขับไล่นางออกจากจวนไม่มีผิดเพี้ยน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงแห่งความแค้นและเสน่หาครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตสวามี: อย่าหวังว่าข้าจะหันกลับไปมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%