"ศูนย์แต้ม... เซน ฟอเรสเตอร์, ตกคัด and ไม่มีสิทธิ์เข้าสู่หอคอยทมิฬ"
เสียงประกาศของกรรมการคุมสอบดังสะท้อนก้องไปทั่วลานประลองหินแกรนิตสีนิล แรงสั่นสะเทือนจากเวทมนตร์ธาตุไฟที่เพิ่งสลายตัวยังคงหลงเหลือไอความร้อนระอุ ปะทะกับลมหนาวพัดโชยยามบ่ายของอาณาจักรเวทมนตร์อาร์เคเมีย รอบตัวผมคือสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสมเพช เยาะเย้ย และบางคู่ก็แค่เมินเฉยราวกับผมเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้าบู๊ต
ผม—เซน เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีผู้มีเส้นผมสีดำสนิทและนัยน์ตาสีเทานิ่งสงบ—ยืนนิ่งอยู่กลางลานมือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแปลบปลาดยังไม่เท่าความจริงอันโหดร้ายที่ว่า "มานา" ในร่างกายของผมมันว่างเปล่า ราวกับก้นบึ้งของถังน้ำแห้งขอดที่ไม่มีวันมีฝนตกลงมา
ในโลกที่พลังเวทมนตร์คือมาตรวัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ การไม่มีมานาไม่ต่างอะไรจากการเป็นคนพิการในสายตาของสถาบันเวทมนตร์หลวง
"น่าสมเพชชะมัด... รู้ตัวว่าไร้พลังแต่ก็ยังหน้าด้านมาสมัครสอบเข้าหอคอยทมิฬ" เสียงกระซิบกระซาบจากขุนนางชั้นต่ำผู้หนึ่งดังลอยมาตามลม "พวกไม่มีมานานี่นะ คิดว่าตัวเองเป็นตัวเอกในนิยายปรัมปราหรือไง ถึงกล้าฝันลมๆ แล้งๆ"
ผมไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงนั้น การต่อปากต่อคำกับคนพวกนี้มีแต่จะเสียเวลา และพลังงานอันน้อยนิดที่มีควรเก็บไว้ใช้สำหรับก้าวต่อไปในชีวิตมากกว่า สมองของผมกำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว—แผนสำรองที่เตรียมไว้สามแผนถูกปัดตกไปทีละแผนเมื่อกฎการคัดเลือกถูกเปลี่ยนกระทันหันในวินาทีสุดท้าย... นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ มีคนจงใจบิดเบือนเงื่อนไขการทดสอบเพื่อให้ผมกระเด็นออกตั้งแต่รอบแรก
"หมดเวลาแล้ว เจ้าหนู เดินออกไปทางประตูทิศตะวันออกซะ อย่ามาขวางทางผู้มีพรสวรรค์คนอื่นๆ" กรรมการคุมสอบเอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจ พร้อมกับโบกมือไล่ราวกับไล่สุนัขข้างถนน
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก, ก้มหัวลงเล็กน้อยตามมารยาทของสุภาพบุรุษ แม้ในใจจะคุกกรุ่นด้วยไฟแห่งความพยายามก็ตาม ผมหันหลังให้ลานประลอง ก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคง ไม่ห่อไหล่ และไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น
เป้าหมายของผมคือการเป็นอัศวินผู้ปกป้องผู้คน ไม่ใช่เพราะอยากมีอำนาจ แต่เพราะผมเคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้... สัญญาที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตาในอดีต
ทว่า ในจังหวะที่ผมกำลังจะก้าวพ้นประตูเหล็กกล้าโบราณ เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่ทุ้มกังวานก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง
"เดี๋ยวก่อน..."
น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย เย็นชา แต่ทรงอำนาจจนทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ทุกสายตาในลานประลองหันขวับไปมองยังทิศทางเดียวกันทันที
ที่ตรงนั้น... ร่างระหงในชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายด้ายเงินรูปมังกรหลับใหลกำลังเดินย่างกรายเข้ามา ปีกหมวกปีกกว้างบังเงาใบครึ่งหนึ่งทำให้มองเห็นเพียงริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อและคางเรียวได้รูป กลิ่นอายอันตรายและทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวนางจนเหล่าผู้คุมสอบและขุนนางชั้นสูงถึงกับผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว
นางคือ อีลีน่า... อาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอคอยทมิฬ ผู้หญิงที่ถูกขนานนามว่า "แม่มดโลหิตแห่งแดนเหนือ" และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รอดชีวิตจากการสังหารมังกรโบราณด้วยมือเปล่า
อีลีน่าหยุดยืนห่างจากผมเพียงสองก้าว ดวงตาสีไพลินภายใต้เงาหมวกจ้องมองทะลุผ่านตัวผม ราวกับนางกำลังอ่านประวัติชีวิตทั้งหมดของผมในชั่วพริบตาเดียว
"อาจารย์อีลีน่า! มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับ? เด็กคนนี้สอบตกและไม่มีสิทธิ์—" กรรมการคุมสอบรีบวิ่งเข้ามาโค้งคำนับด้วยความนอบน้อม
"ฉันไม่ได้ถามแก..." อีลีน่าเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักของคำพูดทำให้อีกฝ่ายหุบปากฉับทันที
นางหันมามองผม ดวงตาสีไพลินคู่นั้นพิจารณาร่างกายที่ชุ่มเหงื่อของผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยถามด้วยประโยคที่ไม่มีใครคาดคิด
"เจ้าเด็กไม่มีมานา... รู้ไหมว่าทำไมแกถึงสอบตกในวันนี้?"
ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาวนิ่ง ไม่หลบสายตา "เพราะระบบของสถาบันวัดค่ามนุษย์จากปริมาณมานาในกระแสเลือดครับ... และผมไม่มีสิ่งนั้น"
มุมปากของอีลีน่ากระตุกขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ใช่ "ตอบได้ไม่เลว... แต่ยังโง่เง่าอยู่" นางก้าวเข้าไปใกล้ผมอีกก้าว จนกลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นสนและดินหลังฝนโชยเข้าจมูก "แกคิดว่าเวทมนตร์มีไว้สำหรับคนที่มีมานาเท่านั้นงั้นเหรอ? แกคิดว่าดาบในมือแกมันไร้ค่าเพราะไม่มีพลังธาตุห่อหุ้มหรือไง?"
หัวใจของผมกระตุกวูบ คำพูดของนางราวกับกุญแจที่ไขประตูบานใหญ่ในจิตใจที่ถูกปิดตายมานานหลายปี
"ผม... ไม่เคยคิดว่าดาบของตัวเองไร้ค่าครับ" ผมตอบเสียงหนักแน่น
อีลีน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจนขึ้น "ดี... งั้นเรามาลองเดิมพันกันดูสักตั้ง" นางสะบัดมือขวาเบาๆ ม้วนกระดาษสีทองอร่ามที่มีตราประทับรูปหอคอยทมิฬก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม
"โอกาสสุดท้าย... ของการทดสอบพิเศษเฉพาะตัว" อีลีน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานที่สะท้อนก้องไปทั่วลานประลอง "ถ้าแกยอมรับเงื่อนไขนี้ แกจะได้ก้าวเข้าสู่หอคอยทมิฬในฐานะ 'ศิษย์ก้นกุฏิ' ของฉัน... แต่ถ้าแกตายระหว่างทาง หรือล้มเหลว... วิญญาณของแกจะถูกผนึกไว้ใต้รากฐานหอคอยไปชั่วนิรันดร์"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีจากฝูงชนรอบด้าน หลายคนร้องเตือนว่าเธอกำลังเสียสติที่มอบโอกาสให้คนไร้มานา ขณะที่กรรมการคุมสอบหน้าซีดเผือด
ผมมองม้วนกระดาษสีทองตรงหน้า สลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่ทอประกายความท้าทายในแววตาของอาจารย์สาว
ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่ในใจอีกต่อไป
ยื่นมือออกไปคว้ามันไว้—
*[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: ยอมรับการถ่าย อดจาก 'อีลีน่า ผู้คุมกฎแห่งหอคอยทมิฬ']*
*[ระบบซัพพอร์ตอัศวินไร้มานา ทำการปลุกระบบภารกิจระดับ SSS: 'เส้นทางสู่ราชันย์ไร้ปราณ' สำเร็จ]*
*[ภารกิจแรกเริ่มต้นขึ้น: เอาชีวิตรอดใน 'คุกใต้ดินมังกรเพลิง' เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยปราศจากมานา]*
เสียงแจ้งเตือนประหลาดดังขึ้นในหัว พร้อมกับมิติอากาศเบื้องหน้าของผมที่เริ่มบิดเบี้ยวกลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ ลมพายุหมุนวนซัดร่างของผมและอาจารย์อีลีน่าให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างทันที!
...ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกไปกับผมในวันนี้นะครับ
อัศวินไร้ปราณกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอคอยทมิฬ•ตอนที่ 1
เด็กหนุ่มผู้ไร้มานา
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ปราณกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอคอยทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
