โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนผืนหิมะขาวโพลน ตัดกับความหนาวเหน็บระดับเสียดกระดูกได้อย่างน่าเวทนา กลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนไปกับเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาจากนภากาศอันมืดมิด ท่ามกลางหุบเขาหมื่นอสูรที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแดนสนธยาไร้ผู้คนสัญจร
"หึ... เจ้าคิดว่าวิชาต้องห้ามของสำนักตระกูลมู่หรง จะช่วยให้เจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของข้าพ้นอย่างนั้นหรือ ศิษย์น้องหญิงตัวน้อย?"
เสียงทุ้มต่ำอันเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีดังขึ้นแว่วมาตามสายลมหนาว ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ทุกล่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นหิมะปรากฏรอยเท้าลึกที่แผ่ไอสีดำทมิฬออกมาจางๆ เขาคือแม่ทัพอวิ๋นเฟิง ผู้บัญชาการแห่งกองกำลังทมิฬ ผู้กระหายเลือดและต้องการครอบครองตำรากระบี่ไร้ลักษณ์เพื่อขึ้นเป็นใหญ่ในยุทธภพ
เบื้องหน้าของเขาคือร่างบอบบางที่ทรุดฮวบลงพิงโขดหินน้ำแข็ง มู่หรงเยว่ ในยามนี้สภาพนางไม่หลงเหลือเค้าโครงความงดงามเย่อหยิ่งดั่งเช่นคุณหนูตระกูลใหญ่ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต แววตาดื้อรั้นคู่นั้นยังคงฉายประกายท้าทาย แม้ลมหายใจจะรดรินและใกล้ดับสูญเต็มที เม็ดเหงื่อผสมกับหยาดน้ำค้างแข็งเกาะพราวอยู่บนขนงตาอันสั่นเทา
นางพยายามใช้กระบี่คู่กายยันพื้นเพื่อพยุงร่างลุกขึ้น แต่ทว่า... พลังปราณย้อนกลับจากวิชาต้องห้ามกำลังกัดกินเส้นชีพจรของนางทีละน้อย ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นริ้วไปทั่วร่างจนแทบกระอักเลือดออกมาอีกครา
"อวิ๋นเฟิง... ต่อให้ข้าต้องตายเป็นผี... วิญญาณของข้าก็จะไม่ยอมให้ตำรากระบี่ตกอยู่ในมือคนชั่วเช่นเจ้า!" เสียงหวานที่เคยไพเราะบัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือ แต่น้ำเสียงยังคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีอันสูงส่ง
อวิ๋นเฟิงหัวเราะร่วน แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายเหี้ยมเกรียม เขาเงื้อกระบี่ในมือขึ้นเตรียมปลิดชีพเหยื่อตรงหน้าในดาบเดียว "ปากดีนัก! เช่นนั้นก็จงไปตายเสียเถอะ!"
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีนิลวาบผ่านอากาศพร้อมจิตสังหารที่แผ่พุ่งรุนแรง แต่มันกลับไม่กระทบโดนร่างของมู่หรงเยว่
ท่ามกลางม่านหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วง เงาร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของนางราวกับภูตผีปีศาจ ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีแม้แต่แรงกระแทกของลมปราณ แต่รัศมีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวบุคคลผู้นั้น กลับทำให้บรรยากาศรอบกายราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา
ดาบยาวในมือของอวิ๋นเฟิงถูกหยุดไว้ด้วยเรียวนิ้วคู่หนึ่งอย่างง่ายดาย!
นิ้วมือเรียวยาวขาวสะอาดราวกับหยกสลัก คุมด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ที่เหนือล้ำจนน่าตกใจ อวิ๋นเฟิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ หัวใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกรกลับกระตุกวาบด้วยความหวาดกลัว
"หล... หลี่หยาง!" อวิ๋นเฟิงเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความตกตะลึง บุคคลผู้นี้คือปรมาจารย์กระบี่ผู้ปลีกวิเวก ผู้ที่ชาวยุทธภพต่างเกรงกลัวและเคารพยำเกรง เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ได้?
หลี่หยางในอาภรณ์สีเทาเข้มสะบัดตามแรงลม ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดวงตาดำสนิทลุ่มลึกดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยประกายคมปลาบที่พร้อมจะตัดผ่านทุกสรรพสิ่งในโลกหล้า เขาไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ปลายสายตาดำมืดกวาดมองไปที่อวิ๋นเฟิงเพียงแวบเดียว ราวกับมองมดปลวกไร้ค่าตัวหนึ่ง
"ถอยไปซะ หรือจะให้กระบี่ในมือข้าเป็นผู้บอกเจ้าเอง" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจเอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่าย
อวิ๋นเฟิงกัดฟันกรอดด้วยความแค้น แม้จะมั่นใจในฝีมือของตนเองเพียงใด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับหลี่หยาง ผู้ซึ่งครอบครอง "กระบี่ไร้ลักษณ์" และบรรลุขอบเขตเซียนขั้นสูง เขาย่อมรู้ดีว่าการปะทะในยามนี้มีแต่จะนำพาความตายมาสู่ตนเอง "หลี่หยาง... เจ้าอย่าได้ยุ่งเรื่องนี้ นางนี่คือศัตรูของราชสำนัก!"
"ข้าไม่สนเรื่องราวของราชสำนัก และไม่สนว่านางคือผู้ใด..." หลี่หยางปรายตามองร่างที่โชกเลือดเบื้องหลังเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น "แต่การที่ผู้ใดจะลงมือฆ่าใครบนดินแดนที่ข้าดูแล... ต้องถามกระบี่ในมือข้าเสียก่อน"
สิ้นคำพูดนั้น แรงกดดันมหาศาลจากเคล็ดวิชาปราณกระบี่ก็ทะลักทะลายออกจากร่างของหลี่หยาง ท้องฟ้าเหนือหุบเขาหมื่นอสูรพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เกล็ดหิมะที่กำลังโปรยปรายหยุดชะงักกลางอากาศ ก่อนจะแปรสภาพเป็นคมกระบี่นับพันเล่มที่ชี้เป้ามายังอวิ๋นเฟิง
อวิ๋นเฟิงหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความตระหนก "ฝ... ฝีมือระดับนี้... เจ้าก้าวเข้าสู่ขอบเขต..." เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะสะบัดชายเสื้อแล้วทะยานร่างหนีหายไปในความมืดมิดของพายุหิมะอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง หลี่หยางจึงลดกระบี่ลง ชายหนุ่มหมุนตัวกลับช้าๆ สายตาคมกริบก้มลงมองสตรีที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นหิมะ
มู่หรงเยว่เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาดื้อรั้นในคราแรกบัดนี้เจือปนไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน นางหัวเราะเยาะตัวเองเบื้องหน้าปรมาจารย์ผู้เย็นชา "ท่าน... มาช่วยข้าทำไม... ปล่อยให้ข้าตายเสียยังจะดีกว่า..."
หลี่หยางไม่ตอบคำถามนั้น เขาย่อกายลงช้าๆ ยื่นมือหนาออกไปแตะที่ชีพจรบริเวณข้อมือของนางเพื่อตรวจดูอาการ แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้ออันเย็นเฉียบของนาง ร่างของหลี่หยางก็สะท้านเฮือกเล็กน้อย ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ในส่วนลึกของจิตใจนับร้อยปีพลันตื่นขึ้นมาอย่างรุนแรง
พลังปราณย้อนกลับในร่างของมู่หรงเยว่กำลังกัดกินหัวใจนางอย่างรวดเร็ว หากไม่รีบช่วย ชีวิตของนางคงดับสูญภายในหนึ่งเค่อนี้อย่างแน่นอน
หลี่หยางขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แววตาที่เคยเยือกเย็นฉายแววลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจถ่าย
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะส่งถ่ายพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อช่วยชีวิตนางนั้นเอง... มู่หรงเยว่กลับฝืนเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย คว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่น ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากพร้อมกับกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบา
"ท่านอาจารย์... ท่านจำข้าไม่ได้จริงๆ หรือ..."
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะชื่นชอบตอนแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
กระบี่หิมะโปรย ปรมาจารย์ผู้เย็นชาพ่ายรักศิษย์ทรนง•ตอนที่ 1
หิมะแรกในรอบร้อยปี
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรย ปรมาจารย์ผู้เย็นชาพ่ายรักศิษย์ทรนง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
