กระบี่หิมะโปรย ปรมาจารย์ผู้เย็นชาพ่ายรักศิษย์ทรนง•ตอนที่ 2

กลิ่นอายมารในวิชาเซียน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ปลายกระบี่เยือกแข็งจ่อติดอยู่เหนือลำคอขาวผ่อง เส้นโลหิตสีเขียวปภัสสรเต้นตุบๆ ใต้ผิวเนื้อบางดุจกระดาษไข ทว่าหยดโลหิตสีชาดที่ไหลซึมออกมาตามคมกระบี่กลับไม่ได้มีกลิ่นอายบริสุทธิ์แห่งเซียน หากแต่เจือด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและไอทมิฬอันหนาึบทึบที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าสิ่งใด "ท่านอาจารย์... ท่านจำข้าไม่ได้จริงๆ หรือ..." สุ้มเสียงนั้นแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบกายพลอยบิดเบี้ยว หลี่หยางหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย ปรมาจารย์กระบี่ผู้ผ่านโลกมานับร้อยปี ย่อมรู้ดีว่าความผิดปกติในเส้นชีพจรของมู่หรงเยว่ในยามนี้ หาใช่ผลจากการฝึกฝนคัมภีร์สำนักกระบี่เหมันต์ตามวิถีปรกติไม่ ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจากปลายนิ้วที่ถือกระบี่ "เยว่เอ๋อร์... เจ้าใช้วิชาอันใดกันแน่" น้ำเสียงของหลี่หยางราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณที่กดทับจนศิษย์น้องสาวแทบกระอักเลือด มู่หรงเยว่เงยหน้าขึ้น แววตาดื้อรั้นคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับทอประกายประหลาด สีดำสนิทของนัยน์ตาขยายใหญ่จนกลืนกินประกายขาวใสทั้งหมด ราวกับมีเงาอสูรกายกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในดวงคู่นั้น นางแค่นหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "วิชาอันใดหรือเพคะ?... ก็ใช้วิชาเดียวกับที่ท่านใช้สังหารตระกูลมู่หรงอย่างไรล่ะเจ้าคะ!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจวิญญาณกระบี่ หลี่หยางชะงักไปชั่วลมหายใจ ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้หิมะโปรยปรายนับสิบปีถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง กลีบเมฆสีเทาบนท้องฟ้าพลอยแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ทะยานขึ้นสู่ห้วงนภาด้วยแรงสะท้อนของจิตสังหารที่ยากจะควบคุม "เจ้าพูดเหลိုးไหลอันใด" หลี่หยางเค้นเสียงลอดไรฟัน พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบกายจนเสื้อคลุมสีขาวสะบัดพรึบ แรงกดดันมหาศาลบีบอัดจนก้อนหินรอบข้างแตกละเอียดเป็นผุยผง "ข้าเหลวไหลหรือ?" มู่หรงเยว่ก้าวเข้าไปหาคมกระบี่ด้วยตนเอง ยอมให้คมเหล็กเฉือนเนื้อลึกยิ่งขึ้น ปล่อยให้โลหิตหยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนจนเกิดเป็นรอยด่างสีดำสนิท นางแย้มยิ้มอย่างงดงามและน่าเวทนาในคราเดียวกัน "ท่านลองตรวจสอบดูสิเพคะ... ในตันเทียนของข้า ในเส้นชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าสายของข้า บัดนี้มีสิ่งใดไหลเวียนอยู่!" นิ้วเรียวยาวดุจหยกสลักของหลี่หยางสั่นเทาเล็กน้อย เขาใช้วิชาตรวจจับพลังลมปราณยื่นเข้าไปแตะที่ชีพจรข้อมือของนาง ทันทีที่กระแสจิตสัมผัสกับแก่นแท้ภายในร่างของศิษย์น้อง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเยือกเย็นมาตลอดชีวิตก็ต้องถอดสี ความมืดมิด! พลังมารระดับสูงที่กลืนกินรากฐานเซียนจนหมดสิ้น! ในร่างของมู่หรงเยว่ไม่มีเศษเสี้ยวของพลังปราณตระกูลมู่หรงหลงเหลืออยู่เลย มีเพียง "เคล็ดวิชากลืนโลหิตมารทมิฬ" วิชาต้องห้ามที่สาบสูญไปจากยุทธภพเมื่อสามร้อยปีก่อน วิชานี้จะดึงดูดความแค้น ความตาย และโลหิตของผู้บริสุทธิ์มาหล่อเลี้ยงผู้ฝึกฝน ยิ่งฝึกฝนลึกล้ำเท่าใด จิตใจก็จะถูกความมืดกัดกินจนกลายเป็นมารร้ายที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ "เจ้า... เจ้าฝึกวิชามารนี้ได้อย่างไร!... เจ้าไม่รู้หรือว่ามันจะทำลายทั้งกายและวิญญาณของเจ้า!" หลี่หยางตวาดลั่น นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ็บปวดร้าวรานที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รู้สึกอีกครั้ง "ทำลายหรือ? ฮ่าๆๆๆ..." มู่หรงเยว่หัวเราะทั้งน้ำตา หยดน้ำใสไหลปะปนกับรอยเลือดบนแก้มเนียน "แล้วท่านเล่า... ที่ท่านรับข้ามาเป็นศิษย์ ที่ท่านสอนวิชากระบี่ให้ข้า ท่านทำไปด้วยความเมตตา หรือทำเพื่อไถ่บาปในสิ่งที่ท่านทำไว้เมื่อสิบปีก่อนกันแน่! ท่านพี่หลี่... หรือข้าควรเรียกว่า 'ท่านปรมาจารย์' ดีล่ะ?" คำว่า 'ท่านพี่' หลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก ดึงห้วงเวลาในอดีตให้ย้อนกลับมา หลี่หยางจำได้แม่นยำ วันนั้น... วันที่ค่ายกลตระกูลมู่หรงถูกทำลายด้วยกระบี่ของเขาเอง เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งซ่อนอยู่ใต้ซากศพ มองดูเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและคำถามที่เขาไม่เคยตอบ เขาช่วยนางไว้ เลี้ยงดูนางราวกับน้องสาวแท้ๆ ถ่ายทอดวิชาสูงสุดให้ เพื่อหวังจะชดใช้หนี้เลือดในอดีต แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่า... ความแค้นที่ฝังรากลึกในใจนาง จะทำให้นางยอมก้าวเข้าสู่เส้นทางสายมาร ยอมขายวิญญาณให้แก่ความมืด เพื่อกลับมาทวงแค้นจากเขาผู้เป็นทั้งอาจารย์และผู้มีพระคุณ "เยว่เอ๋อร์... หยุดเถอะ" หลี่หยางผ่อนแรงที่ปลายกระบี่ลง ความเยือกเย็นทั้งหมดถูกความรู้สึกผิดกัดเซาะจนพังทลาย "ต่อให้เจ้าจะแค้นข้าเพียงใด แต่การใช้วิชามารรังแต่จะทำให้วิญญาณของเจ้าแตกสลาย ส่งมอบเคล็ดวิชานั้นมาให้ข้า แล้วข้าจะ..." "จะอันใด? จะผนึกข้าไว้ในถ้ำน้ำแข็งร้อยปีเหมือนที่ท่านทำกับพวกพ้องของท่านหรือ?" มู่หรงเยว่ขัดขึ้นทันควัน แววตาดื้อรั้นแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม นางสะบัดข้อมือวูบ พลังมารสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากฝ่ามือเข้าปะทะกับอกเสื้อของหลี่หยางอย่างจัง! *ตูม!* ร่างของปรมาจารย์กระบี่กระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว เท้าไถลไปบนพื้นหิมะจนเกิดเป็นร่องลึก หลี่หยางกระอักโลหิตสีเข้มออกมาคำใหญ่ การโจมตีนั้นไม่ได้รุนแรงเพราะพลังปราณของนาง แต่รุนแรงเพราะมันสั่นคลอนจิตเดิมแท้ของเขา ทำให้พลังกระบี่ไร้ลักษณ์แปรปรวน เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง มู่หรงเยว่ก็ถอยหลังไปยืนอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน เบื้องล่างคือเหวลึกที่ปกคลุมด้วยหมอกทมิฬหนาทึบ ลมพายุพัดกระโชกจนเส้นผมสีดำสลวยของนางปลิวไสว "จำไว้ให้ดี... หลี่หยาง" น้ำเสียงของนางเย็นชาไร้เยื่อใย ราวกับศิษย์น้องผู้ดื้อรั้นคนเดิมได้ตายไปแล้ว เหลือเพียงมารสาวผู้กระหายการแก้แค้นเท่านั้น "หนี้เลือดเมื่อสิบปีก่อน วันนี้ข้า... มู่หรงเยว่ จะทวงคืนด้วยชีวิตของท่าน!" นางก้าวถอยหลังเตรียมจะทิ้งร่างลงสู่ห้วงเหวลึก ทว่าก่อนที่ร่างบางนั้นจะร่วงหล่นลงไป ท้องฟ้าเบื้องบนกลับคำรามลั่นด้วยเสียงอสุนีบาตสีแดงฉาน เมฆหมอกแยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นเงาร่างมหึมาของค่ายกลอักขระโบราณที่กดทับลงมาจากฟากฟ้า! แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนพื้นดินรอบบริเวณยุบตัวลง เสียงหัวเราะเยียบเย็นอันทรงพลังดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติที่เปิดออก "ฮี่ๆๆๆ... ช่างเป็นการพบกันที่น่าประทับใจยิ่งนัก ปรมาจารย์หลี่... และทายาทตระกูลมู่หรง" เงาร่างในชุดเกราะสีดำทมิฬปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับกระบี่โบราณที่แผ่ไอสังหารรุนแรง แม่ทัพอวิ๋นเฟิงก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นพาดผ่าน นัยน์ตาทอประกายกระหายเลือด เขากวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ตำรากระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้า... ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเจ้าของแล้วกระมัง!" หลี่หยางหรี่ตาลงคมกริบ ความผิดปกติในร่างของศิษย์น้องยังไม่ทันคลี่คลาย ศัตรูคู่อาฆาตในอดีตก็ก้าวเข้ามาในเกมกระดานนี้เสียแล้ว... ติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ค่ะ (หลิวเยี่ยนซี)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรย ปรมาจารย์ผู้เย็นชาพ่ายรักศิษย์ทรนง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%